หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วันที่เงินก้อนกลายเป็นกระดาษ คนสยามเรียนรู้ความเชื่อใจในเงินแบบใหม่

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

เงินดีอยู่แล้ว ทำไมต้องเปลี่ยน?



ถ้าย้อนกลับไปอยู่สยามช่วงกลางศตวรรษที่ 19 แล้วมีคนยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ พร้อมบอกว่าแผ่นนี้มีค่าเท่ากับเงินหนึ่งบาท ความรู้สึกแรกคงไม่เหมือนตอนรับเงินกระดาษในทุกวันนี้แน่ เพราะคนในเวลานั้นคุ้นกับเงินที่จับแล้วรู้สึกถึงเนื้อโลหะ มีน้ำหนัก และมีตราประทับของรัฐมาหลายชั่วอายุคน

เงินพดด้วงถูกใช้ต่อเนื่องยาวนานหลายร้อยปี ทำจากแท่งโลหะเงินที่ตีและงอปลายเข้าหากัน แล้วประทับตรารับรอง รูปร่างกลมป้อมจนชาวต่างชาติเรียกว่าเงินลูกปืน สิ่งสำคัญทางจิตวิทยาคือ คนไม่ได้มองมันเป็นเพียงสัญลักษณ์ของมูลค่า เนื้อเงินในตัวมันเองก็มีมูลค่าอยู่ด้วย ความเชื่อถือจึงผูกกับทั้งโลหะ น้ำหนัก และตราของทางการพร้อมกัน

แต่ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อการค้าโตเร็วกว่าค้อนของช่างทำเงิน

สมัยรัชกาลที่ 4 การค้ากับต่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว เงินพดด้วงซึ่งผลิตด้วยมือทำไม่ทันความต้องการ แถมยังมีปัญหาเงินปลอมปะปนอยู่ในตลาด ทางออกจึงไม่ใช่การรักษาของเดิมไว้ตลอดไป แต่ต้องทำเงินให้ผลิตเร็ว ตรวจสอบง่าย และใช้กับระบบการค้าระหว่างประเทศได้สะดวกขึ้น

ช่วง พ.ศ. 2400–2403 สยามเริ่มเข้าสู่โลกของเหรียญกษาปณ์แบบสากลอย่างจริงจัง เครื่องจักรทำเหรียญถูกนำเข้ามา และมีการตั้งโรงกระสาปณ์สิทธิการในพระบรมมหาราชวัง เหรียญรุ่นใหม่แบน กลม และผลิตด้วยเครื่องจักรแทนการตีเงินพดด้วงทีละก้อน

แล้วคนกลัวเหรียญแบนกันจริงไหม?

ตรงนี้ต้องแยกเรื่องเล่ากับหลักฐานออกจากกันนิดหนึ่ง หลักฐานที่หาได้ชัดไม่ได้บอกว่าคนสยามเกิดความตื่นตระหนกครั้งใหญ่เมื่อเห็นเหรียญกลมแบน สิ่งที่เห็นชัดกว่าคือรัฐใช้วิธีค่อยๆ เปลี่ยน เงินพดด้วงไม่ได้หายจากตลาดในคืนเดียว หลังเริ่มมีเหรียญแบบใหม่แล้ว เงินพดด้วงยังถูกอนุญาตให้หมุนเวียนต่อ เพียงหยุดผลิตเพิ่มเติม

นี่เป็นวิธีลดแรงกระแทกทางพฤติกรรมที่น่าสนใจมาก เพราะเหรียญใหม่ถึงรูปทรงจะต่าง แต่ยังคงมีคุณสมบัติที่คนคุ้นเคยอยู่หลายอย่าง ทั้งความเป็นโลหะ น้ำหนัก ตรารับรอง และมูลค่าที่กำหนดแน่นอน จึงไม่ได้กระโดดจากเงินก้อนเข้าสู่กระดาษทันทีแบบตัดขาด

ของที่คนไม่ค่อยยอมรับจริงๆ คือเงินกระดาษยุคแรก

พ.ศ. 2396 รัชกาลที่ 4 โปรดให้ทำเงินกระดาษที่เรียกว่า หมาย ขึ้นใช้ มีตราพระแสงจักรและตราพระมหาพิชัยมงกุฎเพื่อยืนยันว่าออกโดยทางการ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยบันทึกตรงกันว่า หมายไม่ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย เพราะราษฎรยังคุ้นกับเงินโลหะ

ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อเหรียญปลีกขาดแคลน รัฐทำเงินกระดาษราคาต่ำเรียกว่า อัฐกระดาษ ออกมาใน พ.ศ. 2417 ผลก็คล้ายกัน คือไม่เป็นที่นิยม

ลองมองผ่านกลไกความเชื่อใจ จะเห็นจุดต่างทันที เงินพดด้วงบอกมูลค่าด้วยวัตถุที่อยู่ตรงหน้า แต่กระดาษกำลังขอให้ผู้ถือเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น คือคำรับรองของรัฐ ระบบคลัง และความสามารถในการนำกระดาษกลับไปแลกเป็นเงินตรา นี่คือการเปลี่ยนจากความเชื่อมั่นในวัตถุ ไปสู่ความเชื่อมั่นในสถาบัน

• เงินพดด้วง — มูลค่าดูเหมือนติดอยู่กับเนื้อโลหะและตราประทับ

• เหรียญกษาปณ์ — ยังเป็นโลหะ แต่ผลิตมาตรฐานด้วยเครื่องจักร

• เงินกระดาษ — ตัววัสดุมีมูลค่าน้อย ต้องเชื่อว่าผู้ออกจะรับรองมูลค่าตามที่พิมพ์ไว้


เพราะแบบนี้คำว่า ความไม่ไว้ใจ จึงตรงกับหลักฐานกว่าคำว่า ความตื่นตระหนก ไม่ได้มีหลักฐานชัดว่าคนทั้งประเทศแตกตื่นหรือแห่ปฏิเสธเงินใหม่พร้อมกัน แต่มีหลักฐานตรงว่าเงินกระดาษยุคแรกไม่ได้รับความนิยม ความคุ้นเคยกับเงินโลหะเป็นอุปสรรคสำคัญ

แล้วทำไมธนบัตรยุคหลังถึงสำเร็จ?

ก่อนธนบัตรรัฐบาลสยามจะออกจริง คนบางกลุ่มเริ่มคุ้นกับบัตรธนาคารของธนาคารต่างประเทศตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 บัตรเหล่านี้หมุนเวียนอยู่ในวงธุรกิจค่อนข้างจำกัด แต่ช่วยทำให้แนวคิดเรื่องเงินกระดาษไม่แปลกเหมือนเดิม จนคำว่า แบงก์ ติดปากมาถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2445 รัฐจึงออกธนบัตรอย่างเป็นระบบภายใต้พระราชบัญญัติธนบัตรสยาม ตั้งกรมธนบัตรขึ้นดูแล และเปิดให้ประชาชนนำเงินโลหะมาแลกเป็นธนบัตรได้ ธนบัตรในเวลานั้นยังมีลักษณะเป็นตั๋วสัญญาของรัฐบาลว่าจะจ่ายเงินตราให้ผู้ถือเมื่อนำมายื่น นี่สำคัญมาก เพราะกระดาษไม่ได้บอกเพียงว่า เชื่อเถอะ แต่ผูกความเชื่อนั้นเข้ากับระบบแลกคืนที่ชัดเจน

เงินพดด้วงไม่ได้ถูกโยนทิ้งทันที

วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2447 จึงมีประกาศให้เงินพดด้วงพ้นจากการเป็นเงินตราที่ชอบด้วยกฎหมาย และเปิดทางให้นำมาแลกเป็นเหรียญหรือใช้ชำระรายได้ของรัฐต่อไปตามช่วงเวลาที่กำหนด โดยมีเส้นตายการแลกในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2451

มองแบบนี้ การเลิกเงินพดด้วงไม่ใช่ภาพคนสยามถูกบังคับให้ทิ้งเงินเก่าแล้วรับกระดาษลึกลับในวันเดียว มันกินเวลาหลายสิบปี ตั้งแต่เงินพดด้วง เหรียญเครื่องจักร หมาย อัฐกระดาษ บัตรธนาคาร จนถึงธนบัตรรัฐบาล

บทเรียนที่น่าสนใจสุดคือ เงินเปลี่ยนได้เมื่อความเชื่อเปลี่ยนทัน

เหรียญหรือธนบัตรไม่ได้มีค่าจากรูปร่างเพียงอย่างเดียว คนต้องเชื่อว่าคนขายของจะรับ คนรับเงินเดือนจะรับ รัฐจะรับชำระภาษี และวันพรุ่งนี้ยังมีคนอื่นยอมรับต่อ เมื่อเครือข่ายความเชื่อนี้แน่นพอ กระดาษหนึ่งแผ่นก็ทำหน้าที่แทนก้อนเงินหนักๆ ได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนที่หลายคนทุกวันนี้แตะโทรศัพท์จ่ายเงินโดยแทบไม่ได้เห็นเหรียญหรือธนบัตรจริงแม้แต่ใบเดียว

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 91 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นอำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทย7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการเปิดรายชื่องูหายากของไทย แต่ละภาคมีชนิดไหนที่พบเฉพาะพื้นที่บ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่