หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บ้านเป็นทรัพย์สินหรือกับดักหนี้ ต้องดูที่เงินสดไหลออกทุกเดือน

เขียนโดย preechalcpd

บ้านมีมูลค่า แต่ไม่ได้แปลว่าซื้อแล้วฐานะดีขึ้นทันที



จุดที่ทำให้เรื่องบ้านสับสนมาก คือคำว่า “ทรัพย์สิน” กับ “หนี้สิน” ถูกเอามาปนกันจนเหมือนต้องเลือกว่าบ้านเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่ในทางการเงินมันเกิดขึ้นพร้อมกันได้เลย บ้านที่ซื้อถือเป็นทรัพย์สินของเจ้าของ ส่วนเงินกู้ที่ยังติดธนาคารคือหนี้สินคนละก้อนกัน

สมมติซื้อบ้าน 3 ล้านบาท วางเงินดาวน์ 600,000 บาท แล้วกู้ 2.4 ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่มีทรัพย์สิน 3 ล้านบาทแบบฟรีๆ แต่เป็นการถือบ้านมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท พร้อมหนี้อีก 2.4 ล้านบาท ส่วนต่างคือส่วนของเจ้าของในช่วงเริ่มต้น และตัวเลขนี้ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายตอนซื้อหรือค่าใช้จ่ายในการขายออกภายหลังด้วย

ปัญหาจริงจึงไม่ใช่คำถามว่า “บ้านเป็นทรัพย์สินไหม” แต่คือบ้านหลังนั้นทำอะไรกับกระแสเงินสดและฐานะสุทธิของคนซื้อ

บ้านสำหรับอยู่อาศัยเองมักมีเงินไหลออกต่อเนื่อง ทั้งค่างวด ดอกเบี้ย ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อม ค่าตกแต่ง ค่าเดินทางที่อาจเปลี่ยนไป รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการถือครองตามกรณี บ้านจึงมีมูลค่าในฝั่งทรัพย์สิน แต่สามารถสร้างภาระเงินสดหนักมากในชีวิตประจำเดือนได้พร้อมกัน

ธนาคารให้กู้ผ่าน ไม่ได้แปลว่าผ่อนแล้วสบาย

นี่เป็นจุดที่ควรแยกให้ออกชัดๆ ธนาคารประเมินความสามารถในการชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์และความเสี่ยงของสินเชื่อ แต่ชีวิตจริงยังมีค่าอาหาร รถ ลูก ครอบครัว สุขภาพ การพักงาน และเหตุฉุกเฉินที่ตัวเลขบนใบสมัครไม่สามารถแทนได้ทั้งหมด ธนาคารแห่งประเทศไทยเองให้แนวคิดว่าภาระผ่อนหนี้ทุกประเภทรวมกันไม่ควรสูงเกินประมาณหนึ่งในสามของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้ยังเหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นและเหตุไม่คาดคิด

ดังนั้นคนได้เงินเดือน 60,000 บาทที่ธนาคารยอมปล่อยกู้ ไม่ได้หมายความว่าค่างวด 25,000 บาทจะเหมาะกับชีวิตเสมอไป ถ้ามีรถเดือนละ 8,000 บาท ส่งเงินให้ครอบครัวอีก 7,000 บาท และมีค่าใช้ชีวิตประจำวันก้อนใหญ่ บ้านหลังนั้นอาจทำให้สภาพคล่องตึงตั้งแต่เดือนแรก แม้จะไม่เคยผิดนัดเลยก็ตาม

ดอกเบี้ยช่วงแรกทำให้ค่างวดดูน่ารักกว่าความจริงได้

สินเชื่อบ้านมักเป็นหนี้ระยะยาวราว 20-30 ปี และบางผลิตภัณฑ์มีอัตราดอกเบี้ยส่งเสริมการขายในช่วงแรก เมื่อพ้นช่วงดังกล่าว อัตราที่จ่ายอาจเปลี่ยนตามเงื่อนไขของสัญญา ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงแนะนำให้ผู้กู้เตรียมดูเรื่องการขอลดดอกเบี้ยกับเจ้าหนี้เดิม หรือเปรียบเทียบการรีไฟแนนซ์เมื่อเหมาะสม

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะคนจำนวนไม่น้อยตัดสินใจจากคำว่า “ผ่อนเดือนละเท่านี้” แล้วหยุดคำนวณ ทั้งที่ควรถามต่อว่า ผ่อนเท่านี้กี่ปี ดอกเบี้ยหลังหมดโปรเป็นอย่างไร และถ้ารายได้หายไปสามถึงหกเดือนจะยังจ่ายต่อได้หรือไม่

อีกเรื่องที่มักถูกลืมคือ เงินดาวน์มีต้นทุนของมันเอง

ถ้าใช้เงินเก็บทั้งหมด 800,000 บาทไปวางดาวน์และแต่งบ้านจนเงินสำรองเหลือเกือบศูนย์ ฐานะอาจดูเหมือนมั่นคงเพราะมีบ้าน แต่สภาพคล่องกลับเปราะมาก รถเสีย ตกงาน หรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินครั้งเดียวก็อาจต้องกลับไปใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล กลายเป็นถือบ้านอยู่พร้อมหนี้ดอกเบี้ยสูงอีกชั้นหนึ่ง

แล้วบ้านกลายเป็นทรัพย์สินที่ดีตอนไหน?

บ้านเริ่มทำหน้าที่ทางการเงินได้ดีเมื่อราคาซื้อเหมาะกับรายได้ มีเงินสำรองเพียงพอ ภาระผ่อนไม่บีบชีวิต และสถานที่นั้นตอบโจทย์การอยู่อาศัยระยะยาว ถ้าปล่อยเช่าได้ ก็ต้องดูค่าเช่าสุทธิหลังหักช่วงห้องว่าง ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อม และค่าใช้จ่ายอื่น ไม่ใช่เอาค่าเช่ารับเต็มๆ ไปเทียบกับค่างวดแล้วประกาศว่ากำไร

ส่วนความเชื่อว่าอสังหาริมทรัพย์ “ซื้อไว้เดี๋ยวก็ขึ้น” ต้องระวัง ราคาบ้านและที่ดินไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่ากันทุกทำเลทุกช่วงเวลา บ้านบางแห่งขายต่อเร็ว บ้านบางแห่งใช้เวลานาน และการขายอสังหาริมทรัพย์ยังมีต้นทุนการทำธุรกรรม การมีราคาประเมินสูงขึ้นบนกระดาษจึงไม่เหมือนมีเงินสดอยู่ในบัญชี

ซื้อเพื่ออยู่ ให้ดูความมั่นคงของชีวิตและความสามารถในการผ่อนเป็นหลัก

ซื้อเพื่อลงทุน ให้ดูผลตอบแทนสุทธิจริง ไม่ใช่เฉพาะค่าเช่าหน้าประกาศ

ซื้อเพราะกลัวราคาแพงขึ้น ต้องระวังการตัดสินใจจากความเร่งรีบ

ซื้อจนเงินสำรองหมด ต่อให้ค่างวดไม่สูงก็ยังเสี่ยงเรื่องสภาพคล่อง


วิธีคิดที่ใช้ได้ง่ายมากก่อนเซ็นสัญญาคือ ลองจำลองชีวิตหลังมีบ้านจริงสักหกเดือน เอาค่างวดที่คาดว่าจะต้องจ่ายแยกออกจากเงินเดือนทุกเดือน รวมค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมเฉลี่ย และเงินสำรองฉุกเฉินเข้าไปด้วย ถ้าทดลองแล้วยังใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องรูดบัตรเพิ่ม ไม่ต้องหยุดออม และยังมีเงินเผื่อเหตุฉุกเฉิน ตัวเลขนั้นน่าเชื่อถือกว่าคำว่า “กู้ได้สูงสุดเท่าไร” เยอะ

บ้านจึงไม่ใช่ของดีหรือของร้ายโดยตัวมันเอง บ้านราคาเท่ากันอาจเป็นความมั่นคงของคนหนึ่ง แต่เป็นภาระหนักของอีกคนหนึ่ง ต่างกันตรงรายได้ เงินสำรอง ระยะเวลาที่ตั้งใจอยู่ ทำเล ราคาที่ซื้อ และหนี้อื่นที่แบกอยู่ ถ้าซื้อแล้วทุกสิ้นเดือนต้องลุ้นว่าจะเหลือเงินพอหรือไม่ ต่อให้ในโฉนดมีชื่อเจ้าของเต็มๆ ความรู้สึกทางการเงินก็แทบไม่ต่างจากถูกบ้านเป็นเจ้าของชีวิตแทน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนต้มจับฉ่าย: บทเรียนก้นครัวเปลี่ยนของเหลือสู่เส้นทางสร้างเนื้อสร้างตัวโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนสลด! ตู้คอนเทนเนอร์หลุดจากรถพ่วง พุ่งข้ามเลนทับรถทีมฟุตบอลอาวุโส เสียชีวิต 2 รายทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาลทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4ทำไมเรานอนนิ่งได้ทั้งที่โลกหมุนและโคจรด้วยความเร็วสูง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
ทำไมเงินเดือนออกใหม่ ๆ รู้สึกรวย แต่ผ่านไปไม่กี่วันกลับต้องประหยัด?ทำไมข้าวกล่องบางร้านดูถูก แต่พอกินทุกวันกลับเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่?เงินไม่ได้หายในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ หมดไปกับเรื่องใกล้ตัวเงินเดือน 30,000 ไม่ได้น้อย แต่ทำไมหลายคนยังรู้สึกเหมือนชีวิตพร้อมสะดุดได้ทุกเดือน?
ตั้งกระทู้ใหม่