กลิ่นฝน ชาเย็น และหน้าสุดท้ายของสมุดเฟรนด์ชิป"นิยายตอนเดียวจบ
กลิ่นฝน ชาเย็น และหน้าสุดท้ายของสมุดเฟรนด์ชิป
บ่ายวันปัจฉิมนิเทศ
เสียงพัดลมเพดานหมุนครืดๆ ดังแข่งกับเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟ้าหลังเลิกเรียน
บรรยากาศรอบอาคารเรียนไม้เก่าของโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอชุ่มฉ่ำไปด้วยกลิ่นดินเปียกซก
กลิ่นไอฝนที่ลอยมาปะทะหน้าต่างกระจกบานลอยตรงระเบียงชั้นสองทำให้ความชื้นแผ่ซ่านไปทั่ว
กลิ่นหอมหวานของชาเย็นถุงกระดาษเจ้าประจำหน้าโรงเรียนละลายจนหยดน้ำเกาะพราวข้างถุงพลาสติก
วางคู่กับกระเป๋านักเรียนหนังสีดำทรงแบนที่ผ่านการขนาบด้วยหนังสือเรียนมาตลอดสามปี
บนระเบียงไม้เงาวับ มีเด็กสองคนนั่งอยู่เคียงกันในวันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนมัธยมปลาย
"ถ้านายยังไม่รีบเขียน เดี๋ยวถุงชาเย็นละลายหมดรสชาติพอดี"
มิวเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางใช้นิ้วเรียวหมุนปากกาตราลูกลื่นเล่น
สายตาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มข้างกาย 'ต้น' เพื่อนสนิทวัยเยาว์ที่นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ
ความทรงจำในสมุดเล่มเก่า
ต้นอยู่ในชุดนักเรียนชาย ม.6 ตัวเก่งที่ปักอักษรย่อโรงเรียนด้วยไหมสีฟ้า
เสื้อตัวนั้นมีรอยหมึกปากกาเคมีสีกระจัดกระจายจากกิจกรรมวันปัจฉิมนิเทศที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เขาหัวเราะในคอ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววขี้เล่นเหมือนวันแรกที่รู้จักกันตอนประถมสี่
เขาลูบท้ายทอยตัวเองเบาๆ ก่อนจะเปิดหน้าสมุดปกแข็งสีน้ำเงินเข้มที่ติดสติกเกอร์การ์ตูนจนลอกร่อน
สมุดเล่มนั้นคือ 'สมุดเฟรนด์ชิป' เล่มสำคัญของมิว ที่รวบรวมลายมือของเพื่อนๆ เอาไว้เกือบครบทุกหน้า
"จะ รีบ ไป ไหน เล่า มิ ว" ต้นลากเสียงยาว "หน้าของฉัน มันต้องตั้งใจเขียนเป็นพิเศษดิ"
"แต่แกนั่งจ้องหน้านั้นมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ" มิวว่า พลางพิงหลังเข้ากับราวระเบียงไม้
"ฝนจะซาแล้วเนี่ย ถ้าเย็นนี้กลับบ้านช้า แม่แกได้บ่นหูชาแน่"
"แม่ไม่บ่นหรอก วันนี้แม่ทำแกงส้มชะอมกุ้งไว้ด้วย บอกให้ชวนแกไปกินข้าวเย็นที่บ้าน" ต้นพูดโดยไม่เงยหน้า
ความรู้สึกที่ซ่อนไว้
บรรยากาศระหว่างพวกเขากลับมาเงียบสงบ มีเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี
ชีวิตช่วงวัยรุ่นมัธยมปลายในเมืองเล็กๆ แห่งนี้หมุนผ่านไปรวดเร็วราวกับฝัน
ตอน ม.4 พวกเขายังเป็นเด็กกางเกงสิงห์โตโตๆ ตอน ม.5 ก็แอบหนีครูไปกินน้ำแข็งใสหลังโรงเรียน
พอถึง ม.6 ช่วงเวลาแห่งการอ่านหนังสือสอบและการเผชิญหน้ากับความจริงก็ขยับเข้ามาใกล้
มิวจับจ้องเสี้ยวหน้าด้านข้างของต้น แสงแดดรำไรหลังฝนตกซากระทบลงบนใบหน้าของเขา
ต้นเป็นคนอารมณ์ดี เป็นนักฟุตบอลโรงเรียน ต่างจากมิวที่เป็นคนเงียบๆ ชอบอ่านหนังสือและวาดรูป
แต่ถึงจะต่างกัน พวกเขากลับมีพื้นที่ปลอดภัยร่วมกันเสมอมา
พื้นที่ที่มีเพียงชาเย็นถุงละยี่สิบบาท เสียงหัวเราะ และการปั่นจักรยานกลับบ้านพร้อมกัน
มิวแอบชอบต้นมาตั้งแต่ ม.4 แต่มิวไม่เคยพูดมันออกไป เพราะกลัวจะเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไป
คำสัญญาและการบอกลา
"มิว..." ต้นเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างประหลาด
"แกคิดว่า... พอจบ ม.6 ไปแล้ว พวกเราจะยังเหมือนเดิมไหมวะ?"
คำถามนั้นทำเอามิวรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ในคอ
ต้นสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ
ส่วนเธอเลือกเรียนคณะอักษรศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือ
"ทำไมจะไม่เหมือนเดิมล่ะ" มิวพยายามทำเสียงให้ปกติ "คอลหาหรือส่งไลน์หากันได้ตลอดอยู่แล้ว"
"ไม่มีทางที่ฉันจะลืมแกได้เลย มิว" ต้นตอบสวนกลับทันที
สายตาของเขาผละขึ้นมาประสานกับสายตาของมิวอย่างลึกซึ้ง
"เสร็จแล้ว!" ต้นโพล่งขึ้นมาแล้วปิดสมุดดังพั่บ "ห้ามเปิดอ่านตอนนี้ ให้กลับไปเปิดอ่านที่บ้านตอนสี่ทุ่ม"
หน้าสุดท้าย
สี่ทุ่มตรง... เสียงนาฬิกาแขวนผนังในห้องนอนของมิวส่งเสียงบอกเวลา
มิวใช้นิ้วมือเรียวสัมผัสปกสมุดเฟรนด์ชิปสีน้ำเงินด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
เธอค่อยๆ เปิดสมุดเล่มนั้นไปจนถึงหน้าสุดท้ายที่ขาวสะอาด
ตรงกลางหน้ากระดาษ มีภาพวาดด้วยปากกาเคมีสีน้ำเงินอย่างตั้งใจ
เป็นภาพเด็กผู้หญิงทรงผมเปียคู่ถือถุงชาเย็น ยิ้มอยู่ข้างๆ เด็กผู้ชายที่ถือลูกฟุตบอล
และใต้ภาพวาดนั้น มีข้อความลายมือขยุกขยิกแต่หนักแน่นของต้นเขียนเอาไว้
ถึง มิว,
ฉันใช้เวลาครึ่งชั่วโมงบนระเบียงวันนี้ เพราะมีเรื่องเป็นพันเรื่องที่อยากบอกแก
ขอบคุณนะมิว ขอบคุณที่เป็นความสดใสในชีวิตฉันมาตลอดเก้าปี
ความจริงจากหัวใจ
เรื่องมหาวิทยาลัย... สิ่งที่ฉันกลัวที่สุด ไม่ใช่การเรียนวิศวะที่ยากๆ หรอก
แต่ฉันกลัวว่าถ้าวันไหนฉันเหนื่อย แล้วหันไปไม่เจอแกนั่งกินชาเย็นอยู่ข้างๆ ฉันจะทำยังไง
แกถามฉันว่า พ้น ม.6 ไปแล้ว พวกเราจะยังเหมือนเดิมไหม...
คำตอบคือ 'ไม่เหมือนเดิม' หรอกมิว เพราะฉันไม่อยากเป็น 'เพื่อนสนิท' ของแกอีกต่อไปแล้ว
ฉันแอบชอบแกมาตั้งแต่ม.4 แล้วนะยัยบื้อ ชอบทุกอย่างที่เป็นแกมาตลอดสามปีนี้
ถ้าแกอ่านถึงตรงนี้แล้วรู้สึกเหมือนกัน ช่วยมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนแกตอนนี้ที
จุดเริ่มต้นครั้งใหม่
มิวอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำตาใสๆ หยดลงบนหน้ากระดาษ
เธอรีบลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปยังหน้าต่างห้องนอน แล้วเปิดบานพับไม้ออกไป
ที่ริมถนนฝั่งตรงข้ามบ้าน ใต้แสงไฟกิ่งสีเหลืองนวล เด็กหนุ่มร่างสูงกำลังยืนพิงรถจักรยานคันเดิม
ในมือของเขามีถุงชาเย็นสองถุงที่เพิ่งซื้อมา
เมื่อเห็นมิวเปิดหน้าต่าง ต้นก็ชูถุงชาเย็นในมือขึ้นสูงพร้อมส่งยิ้มกว้าง
มิวระบายยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ปัดหยดน้ำตาออกจากแก้ม แล้วตะโกนลงไปเบาๆ
"รอแป๊บนึงนะต้น! กำลังจะลงไปกินชาเย็นด้วย!"
เสียงก้าวขาลงบันไดของมิวเต็มไปด้วยความหวัง
เพราะบทเรียนมัธยมปลายอาจจะจบลงในวันนี้ แต่นิยายเรื่องใหม่ของพวกเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้น
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
ทำไม “รูเล็ก ๆ บนหน้าต่างเครื่องบิน” ถึงต้องมี? รายละเอียดไม่กี่มิลลิเมตรที่ช่วยรับมือความต่างของความดัน
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
1672 คือเลขอะไร? ย้อนดู “ลอตเตอรี่ใบแรกของไทย” เมื่อ 150 ปีก่อน
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
ส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณ
5 ประเภทไฟของเครื่องบิน มีไว้ทำอะไร
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
ทำไมคนรัสเซียเคยดื่มหนัก และเหตุผลที่การเลิกแอลกอฮอล์ไม่ใช่เรื่องง่าย
AI รู้จักคนไทยแค่ไหน เมื่อข้อมูลพฤติกรรมกลายเป็นอำนาจเหนือการตัดสินใจ
เอไอจีนยังเป็นแค่ของเลียนแบบไหม เมื่อคิมิ เคสาม เปลี่ยนโจทย์การแข่งขันโลก
เปิดปฏิทินคำชะโนด งวด 16 ส.ค. 69 ส่องเลขเด่น 05-25-87
1672 คือเลขอะไร? ย้อนดู “ลอตเตอรี่ใบแรกของไทย” เมื่อ 150 ปีก่อน
5 ประเภทไฟของเครื่องบิน มีไว้ทำอะไร
AI รู้จักคนไทยแค่ไหน เมื่อข้อมูลพฤติกรรมกลายเป็นอำนาจเหนือการตัดสินใจ
เสียงโห่เอไอกลางงานรับปริญญาอเมริกา เมื่อคนรุ่นใหม่กังวลว่างานแรกและอนาคตอาชีพกำลังเปลี่ยนเร็ว
AI กำลังเปลี่ยนฐานเศรษฐกิจไทย งาน รายได้ และธุรกิจต้องปรับตรงไหน
เอไอจีนยังเป็นแค่ของเลียนแบบไหม เมื่อคิมิ เคสาม เปลี่ยนโจทย์การแข่งขันโลก
วัดถ้ำจำปากันตสีราวาส "มองธรรมชาติที่สานต่อชีวิตกิ้งกือ"
จอมยุทธ์มีอยู่จริงไหม? เปิดเรื่องจริงของ “ยอดฝีมือ” ที่อยู่ระหว่างประวัติศาสตร์กับนิยาย
วิวัฒนาการที่เปลี่ยนไป เครื่องบินลำใหญ่ยากที่จะเข้าถึง ทั้งบินบนฟ้าและน่านน้ำ
บ้านที่สร้างไม่เสร็จสักทีด้วยสาเหตุ ? (เนปาล ,อินเดีย)