เกาะฮาชิมะ จากเหมืองถ่านหินกลางทะเล สู่เมืองร้างและบาดแผลจากสงคราม
เกาะฮาชิมะ (Hashima Island) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า กุนกันจิมะ (Gunkanjima — เกาะเรือรบ) เป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีทั้งเสน่ห์ ความลึกลับ และบรรยากาศชวนวังเวง เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่นอกชายฝั่งเมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น
เรื่องราวของฮาชิมะไม่ได้มีเพียงภาพของเกาะร้างและอาคารคอนกรีตผุพัง แต่ยังสะท้อนทั้งความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน ชีวิตของชุมชนที่เคยหนาแน่นอย่างไม่น่าเชื่อ ตลอดจนประวัติศาสตร์แรงงานในช่วงสงครามที่ยังเป็นประเด็นละเอียดอ่อนมาจนถึงปัจจุบัน
1. จุดเริ่มต้น: จากเกาะหินกลางทะเลสู่เหมืองถ่านหิน
ย้อนกลับไปช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว และถ่านหินเป็นพลังงานสำคัญสำหรับโรงงาน การเดินเรือ และอุตสาหกรรมหนัก
ในปี ค.ศ. 1890 ฮาชิมะเข้ามาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมิตซูบิชิ และได้รับการพัฒนาเป็นฐานทำเหมืองถ่านหินใต้ทะเล ตัวเกาะถูกขยายด้วยการถมทะเลหลายครั้ง พร้อมสร้างกำแพงล้อมรอบเพื่อรับมือกับคลื่นและสภาพอากาศรุนแรง
นครนางาซากิระบุว่า เกาะมีขนาดประมาณ 480 เมตรจากเหนือจรดใต้ กว้างประมาณ 160 เมตร และมีพื้นที่ราว 63,000 ตารางเมตร หรือ 6.3 เฮกตาร์ หลังการถมขยายพื้นที่หลายระยะ
เมื่อมองจากทะเล รูปร่างของกำแพงรอบเกาะและอาคารที่ตั้งเรียงกันทำให้ฮาชิมะดูคล้ายเรือรบ โดยมีการเปรียบกับเรือรบ Tosa ของญี่ปุ่น จึงเกิดชื่อเล่นว่า Gunkanjima หรือ “เกาะเรือรบ”
ฮาชิมะยังมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมญี่ปุ่น เพราะ ICOMOS ระบุว่าเหมืองแห่งนี้เป็นพื้นที่สำคัญของการทำเหมืองถ่านหินใต้ทะเลขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19
2. ยุคทอง: เมืองคอนกรีตกลางทะเลที่คนอยู่แน่นขนัด
เมื่อเหมืองขยายตัว แรงงานและครอบครัวจำนวนมากย้ายมาอาศัยบนเกาะ พื้นที่ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดจึงต้องพัฒนาในแนวตั้ง
ปี ค.ศ. 1916 มีการสร้างอาคารอพาร์ตเมนต์คอนกรีตเสริมเหล็กหมายเลข 30 ซึ่งข้อมูลของนครนางาซากิระบุว่าเป็นอาคารพักอาศัยคอนกรีตเสริมเหล็กแบบหลายชั้นยุคแรกของญี่ปุ่น และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของฮาชิมะ
ช่วงที่เกาะรุ่งเรืองที่สุดมีประชากรมากกว่า 5,000 คน อาศัยอยู่บนพื้นที่เพียง 6.3 เฮกตาร์ นครนางาซากิระบุว่าความหนาแน่นประชากรของฮาชิมะในยุคนั้นสูงมากจนเคยถูกกล่าวถึงว่าอยู่ในระดับสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีความหนาแน่นประมาณ 9 เท่าของเขตเมืองโตเกียวในช่วงเวลาเดียวกัน
แม้พื้นที่เล็ก แต่ชีวิตบนเกาะไม่ได้มีเพียงเหมืองและที่พักเท่านั้น ภายในชุมชนมีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า วัด ศาลเจ้า โรงภาพยนตร์ และสถานบันเทิงอย่างปาจิงโกะ ทำให้คนงานและครอบครัวสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้โดยแทบไม่ต้องออกจากเกาะ
ฮาชิมะในยุคนั้นจึงไม่ใช่ “เกาะร้าง” อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่คือเมืองอุตสาหกรรมขนาดย่อมที่มีชีวิต ผู้คนเดินตามทางเชื่อมระหว่างอาคาร เด็กไปโรงเรียน และคนงานผลัดกันลงสู่เหมืองใต้ทะเล
3. อีกด้านของความรุ่งเรือง: ประวัติศาสตร์แรงงานในช่วงสงคราม
เบื้องหลังภาพความเจริญของฮาชิมะยังมีประวัติศาสตร์อีกด้านที่ไม่ควรถูกมองข้าม
ในช่วงทศวรรษ 1940 และสงครามโลกครั้งที่ 2 มีแรงงานชาวเกาหลีและคนจากพื้นที่อื่นจำนวนมากถูกนำมายังแหล่งอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นโดยไม่สมัครใจ และถูกบังคับให้ทำงานภายใต้สภาพที่รุนแรง ประเด็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อถกเถียงเกี่ยวกับการนำสถานที่อุตสาหกรรมยุคเมจิของญี่ปุ่นขึ้นทะเบียนมรดกโลก
ในปี 2021 คณะกรรมการมรดกโลกของ UNESCO ย้ำถึงความจำเป็นที่ญี่ปุ่นต้องนำเสนอประวัติศาสตร์อย่างครบถ้วน รวมถึงทำให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องชาวเกาหลีและบุคคลอื่นที่ถูกนำมาทำงานโดยไม่สมัครใจภายใต้นโยบายระดมแรงงานของรัฐบาลญี่ปุ่น รวมถึงมาตรการเพื่อรำลึกถึงผู้ได้รับผลกระทบ
ดังนั้น หากมองฮาชิมะเพียงในฐานะ “เมืองร้างสุดหลอน” ก็อาจทำให้ประวัติศาสตร์อีกส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้หายไป
4. จุดจบ: ยุคน้ำมันและการจากไปของคนทั้งเกาะ
หลังสงคราม อุตสาหกรรมพลังงานของญี่ปุ่นค่อย ๆ เปลี่ยนจากถ่านหินไปสู่น้ำมัน ความสำคัญของเหมืองถ่านหินจึงลดลงตามลำดับ
ในที่สุดเหมืองฮาชิมะปิดตัวลงใน เดือนมกราคม ค.ศ. 1974 และเพียงไม่กี่เดือนต่อมา ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน ผู้อยู่อาศัยทั้งหมดก็ออกจากเกาะ ฮาชิมะจึงกลายเป็นเกาะไร้ผู้อยู่อาศัย
อพาร์ตเมนต์ โรงเรียน และอาคารต่าง ๆ ที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนถูกปล่อยทิ้งไว้ ลมทะเล ไอเกลือ พายุ และกาลเวลาค่อย ๆ กัดกร่อนโครงสร้างคอนกรีต
บางพื้นที่ยังหลงเหลือร่องรอยของชีวิตประจำวันในอดีต แต่สิ่งที่เด่นที่สุดคืออาคารจำนวนมากที่ค่อย ๆ เสื่อมสภาพ จนทำให้เกาะทั้งเกาะมีบรรยากาศราวกับเมืองที่เวลาหยุดเดิน
5. จากเมืองร้างสู่มรดกโลกและแหล่งท่องเที่ยว
หลังถูกทิ้งร้างหลายสิบปี ฮาชิมะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งจากนักประวัติศาสตร์ ช่างภาพ นักท่องเที่ยว และวงการภาพยนตร์ ด้วยรูปลักษณ์ของอาคารคอนกรีตกลางทะเลที่แตกต่างจากสถานที่อื่นอย่างชัดเจน
ภาพของฮาชิมะถูกใช้เป็นต้นแบบของเมืองร้างในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่อง Skyfall (2012) และยังเป็นต้นแบบที่ใช้กับภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน Attack on Titan (2015) ด้วย
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2015 เมื่อ UNESCO ขึ้นทะเบียน Sites of Japan’s Meiji Industrial Revolution: Iron and Steel, Shipbuilding and Coal Mining เป็นมรดกโลก โดยเหมืองถ่านหินฮาชิมะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของแหล่งมรดกโลกชุดนี้ ไม่ได้เป็นมรดกโลกแบบแยกเดี่ยว
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมฮาชิมะได้ แต่ไม่สามารถขึ้นเกาะและเดินสำรวจเองอย่างอิสระ เนื่องจากอาคารจำนวนมากอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมและมีความเสี่ยง ผู้เข้าชมต้องใช้ทัวร์ที่ได้รับอนุญาต และการขึ้นเกาะอาจถูกยกเลิกหากสภาพอากาศหรือคลื่นลมไม่เหมาะสม
ฮาชิมะจึงเป็นมากกว่า “เกาะร้าง”
สิ่งที่ทำให้เกาะฮาชิมะน่าสนใจไม่ได้มีเพียงภาพตึกคอนกรีตผุพังกลางทะเล แต่เป็นการรวมประวัติศาสตร์หลายด้านไว้ในพื้นที่เพียงไม่กี่เฮกตาร์
มันคือร่องรอยของ ความรุ่งเรืองและนวัตกรรม ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น
ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับ ประวัติศาสตร์แรงงานช่วงสงคราม ซึ่งยังต้องถูกเล่าอย่างรอบด้านและระมัดระวัง
และสุดท้าย ฮาชิมะยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมืองที่เคยมีผู้คนมากกว่า 5,000 คน โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า และอาคารสูงมากมาย สามารถกลับกลายเป็นสถานที่เงียบสงบไร้ผู้อยู่อาศัยได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงเมืองสิ้นสุดลง
ต้นฉบับผู้ใช้ — พาดหัวและเนื้อหาเกาะฮาชิมะ
Nagasaki City
Japan National Tourism Organization (JNTO) / Discover Nagasaki
UNESCO World Heritage Centre
REFERENCES:
https://www.city.nagasaki.lg.jp/page/1693.html
https://www.japan.travel/en/spot/752/
https://www.discover-nagasaki.com/en/sightseeing/51797
https://whc.unesco.org/en/list/1484/
เจอของในเรืออับปาง ทำไมถึงหยิบขึ้นมาเลยไม่ได้?
TH-AI Passport คืออะไร? ทำไมคนไทยกว่า 1.3 ล้านคนแห่ลงทะเบียน ก่อนเปิดใช้ 31 ส.ค.นี้
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
เบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน
ส่องเลขเด็ด “ตารางทักษาโหรรานี” อ.ออร่า มหารานี งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเน้น ๆ 2 ตัว 3 ตัวตรง ลุ้นรวยรับต้นเดือน!
หลังน้ำท่วมที่เนปาล ทำไมบ้านหลังนี้ "รอด"
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
10 รถ EV ที่คนไทยกำลังแห่ซื้อ รุ่น ไหนมาแรงที่สุด?
สรุปเลขขายดีและสำนักดัง งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ส่องให้ครบ! เลข 9 สำนัก งวด 1 กันยายน 2569
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
ถ้าย้อนกลับไปได้ 1 วันในวัยเด็ก…คุณอยากกลับไปทำอะไรที่สุด?
เบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน
ยุงลายอาจชอบคนเลือดกรุ๊ปโอมากกว่ากรุ๊ปเอ
สาระน่ารู้
พาดหัว: ยืนบนตึกแล้วขาอ่อน? เช็กเลย! คุณแค่ "กลัว" หรือเป็น "โรคกลัวความสูง" กันแน่ (พร้อม 3 วิธีเอาตัวรอด!)
จัดอันดับ 5 เงื่อนไข "การเคลมประกันภัยรถยนต์" ที่คนไทยมักโดนบริษัทประกันปฏิเสธการจ่าย
จัดอันดับ 5 ภาษีและค่าธรรมเนียมลับ ณ กรมที่ดิน ที่คนซื้อ-ขายบ้านมือสองมักโดนงบจบไม่ลง

