ทำไมสะพานลอยกรุงเทพฯ บางแห่งสูงชัน จนคนเลือกเสี่ยงวิ่งข้ามถนนแทน
เคยเจอภาพแบบนี้แน่นอน ถนนใหญ่รถวิ่งกันหลายเลน มีสะพานลอยตั้งอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่คนบางส่วนกลับยืนรอจังหวะ แล้ววิ่งข้ามถนนด้านล่างแทน พอมองขึ้นไปบนสะพานก็พอเข้าใจได้ทันที บันไดสูงเป็นสิบๆ ขั้น แถมบางแห่งชันจนแค่เห็นก็เหนื่อยแล้ว
คำถามคือ ถ้าสร้างมาเพื่อให้คนข้ามถนนอย่างปลอดภัย ทำไมไม่ทำให้เดินง่ายกว่านี้?
เรื่องแรกต้องเข้าใจก่อนว่า สะพานลอยไม่ได้ตั้งความสูงตามใจคนออกแบบ เพราะพื้นสะพานต้องอยู่สูงพอให้รถด้านล่างลอดผ่านได้ โดยเฉพาะถนนสายหลักที่มีรถบรรทุก รถโดยสาร และรถขนาดใหญ่ใช้งาน กรมทางหลวงมีเอกสารเกี่ยวกับการขนส่งที่ระบุว่า สะพานลอยคนข้ามโดยส่วนใหญ่อยู่ที่ความสูงประมาณ 5.0-5.5 เมตร เมื่อวัดในส่วนที่รถต้องลอดผ่าน
ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าต้องพาตัวเองจากระดับทางเท้าขึ้นไปประมาณตึกชั้นหนึ่งกว่าๆ แล้วเดินลงอีกฝั่ง ต่อให้ทางราบบนสะพานยาวไม่มาก งานหนักจริงๆ จึงอยู่ที่การขึ้นกับลงนี่แหละ
แล้วทำไมไม่ทำบันไดให้ลาดกว่านี้?
ทำได้ แต่ติดเรื่องพื้นที่ ถ้าต้องการลดความชัน บันไดก็ต้องยื่นออกไปตามทางเท้ามากขึ้น ยิ่งต้องทำทางลาดที่รถเข็นใช้ได้ ระยะทางยิ่งกินพื้นที่กว่าเดิมมาก ในกรุงเทพฯ หลายจุดมีทางเท้าแคบ อาคาร ร้านค้า ป้ายรถเมล์ เสาไฟ ทางเข้าอาคาร ท่อ และสาธารณูปโภคสารพัดอยู่ติดกัน พื้นที่สำหรับวางโครงสร้างจึงไม่ได้เหลือเฟือ
สะพานลอยรุ่นเก่าหลายแห่งเลยออกมาในสูตรที่คุ้นตา คือ เสาตั้งใกล้ขอบถนน บันไดพุ่งขึ้นค่อนข้างตรง แล้ววางตัวสะพานข้ามถนน วิธีนี้ใช้พื้นที่ปลายสะพานน้อยและทำโครงสร้างได้กระชับ แต่สิ่งที่แลกมาก็คือความเหนื่อยของคนเดิน
ปัญหาจะเห็นชัดมากเมื่อคนใช้งานไม่ใช่คนวัยทำงานที่เดินคล่องเพียงอย่างเดียว ลองเปลี่ยนเป็นคนสูงอายุ คนเจ็บเข่า คนถือถุงของหนัก คนลากกระเป๋า ผู้ปกครองที่มากับเด็ก หรือคนที่ใช้รถเข็น บันไดชุดเดียวกันจะกลายเป็นอุปสรรคคนละระดับทันที
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสะพานลอยที่สร้างหรือปรับปรุงในยุคหลังบางแห่งเริ่มมีลิฟต์เข้ามาช่วย ตัวอย่างของกรุงเทพมหานครคือโครงการสะพานลอยระหว่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กับสวนลุมพินีฝั่งถนนราชดำริ ซึ่งระบุว่าถนนบริเวณนั้นมี 6 ช่องจราจร และโครงการออกแบบสะพานกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 31.5 เมตร พร้อมลิฟต์สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ
แปลว่าตัวสะพานลอยไม่จำเป็นต้องเป็นบันไดชันๆ แบบที่คุ้นตาเสมอไป ถ้ามีพื้นที่ งบประมาณ และออกแบบโดยคิดถึงคนหลายกลุ่มตั้งแต่ต้น มันทำให้ใช้ง่ายขึ้นได้
แต่ยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจมาก คือ คนไม่ได้เลือกเส้นทางจากคำว่า 'ปลอดภัย' เพียงอย่างเดียว คนเลือกจากความสะดวกด้วย
สมมติจุดหมายอยู่ตรงข้ามถนนห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร ถ้าเดินข้ามด้านล่างใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่การใช้สะพานต้องเลี้ยวไปหาบันได เดินขึ้นสูงประมาณ 5 เมตร เดินบนสะพาน แล้วลงบันไดอีกชุดหนึ่ง ระยะทางและแรงที่ใช้เพิ่มขึ้นทันที สำหรับคนที่รีบหรือใช้เส้นทางนั้นทุกวัน ความรู้สึกว่า 'ข้ามตรงนี้เร็วกว่า' จึงเกิดขึ้นง่ายมาก แม้รู้ว่ามีความเสี่ยง
ตรงนี้กลายเป็นโจทย์แปลกๆ ของการออกแบบเมือง ถ้าสิ่งอำนวยความปลอดภัยใช้งานลำบากเกินไป คนบางส่วนจะเริ่มหลีกเลี่ยงมันเอง แล้วโครงสร้างที่ตั้งใจสร้างเพื่อแก้ปัญหา ก็อาจไม่ได้ดึงคนออกจากผิวถนนได้ทั้งหมด
เหตุผลที่สะพานลอยถูกเลือกใช้บนถนนใหญ่ก็ไม่ได้ไม่มีที่มา หลักเกณฑ์งานอำนวยความปลอดภัยของกรมทางหลวงชนบทเคยกำหนดเงื่อนไขสำหรับสะพานลอยคนเดินข้าม เช่น ถนนมีความกว้างผิวจราจรตั้งแต่ 14 เมตร หรือมีมากกว่า 4 ช่องจราจร และมีคนเดินข้ามในชั่วโมงเร่งด่วนตั้งแต่ 300 คนต่อชั่วโมงขึ้นไป แนวคิดหลักจึงชัดเจนว่าใช้แยกคนออกจากกระแสรถในจุดที่การข้ามระดับถนนมีความเสี่ยงสูง
เพียงแต่เมืองยุคใหม่เริ่มถามต่อว่า จะทำอย่างไรให้ 'ทางปลอดภัย' เป็น 'ทางที่คนอยากใช้' ด้วย
ถ้าสะพานมีบันไดไม่ชัน มีชานพัก มีหลังคา มีแสงสว่าง ทางขึ้นไม่อ้อม และมีลิฟต์หรือระบบรองรับผู้ใช้ที่ขึ้นบันไดไม่ได้ โอกาสที่คนจะเลือกใช้งานก็ย่อมต่างจากสะพานสูงโล่งกลางแดดที่ต้องปีนขึ้นลงหลายสิบขั้น
น่าสังเกตด้วยว่ากรุงเทพฯ เองกำลังพูดถึง Universal Design มากขึ้น เพราะโครงสร้างสาธารณะเก่าจำนวนหนึ่งสร้างในช่วงที่แนวคิดเรื่องการเข้าถึงของผู้สูงอายุและผู้พิการยังไม่ได้ถูกให้ความสำคัญเท่ายุคนี้ โครงการใหม่ๆ จึงเริ่มเห็นลิฟต์ ทางเชื่อม และการออกแบบที่พยายามรองรับคนหลายกลุ่มมากขึ้น
เพราะฉะนั้นเวลาเห็นสะพานลอยเก่าๆ ที่สูงและบันไดชัน มันไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว ความสูงส่วนหนึ่งมาจากระยะที่ต้องเปิดให้รถลอด ส่วนความชันเกี่ยวข้องกับพื้นที่สำหรับวางบันได รูปแบบโครงสร้าง ข้อจำกัดของทางเท้า และแนวคิดการออกแบบในช่วงเวลาที่มันถูกสร้าง
ส่วนภาพคนวิ่งข้ามถนนทั้งที่สะพานอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ก็สะท้อนอีกด้านหนึ่งของเรื่องเดียวกันได้ดีมาก — การสร้างโครงสร้างให้มีอยู่ ไม่ได้แปลว่าคนจะใช้เสมอไป ถ้าเส้นทางที่ปลอดภัยเหนื่อย อ้อม หรือเข้าถึงยากเกินไป
สะพานลอยที่ดีจึงไม่ควรมีโจทย์แค่ว่า 'รถลอดได้ไหม' และ 'คนข้ามได้ไหม' แต่ควรไปถึงคำถามว่า 'คนทุกวัยอยากใช้มันจริงหรือเปล่า' เพราะถ้าคำตอบคือไม่ ต่อให้สะพานแข็งแรงแค่ไหน ภาพคนยืนรอช่องว่างแล้ววิ่งข้ามถนนด้านล่างก็คงยังเห็นต่อไป
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
เที่ยว Nara Park ญี่ปุ่น ชมธรรมชาติและสถาปัตยกรรมสวยๆ
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
เอลนีโญจ่อรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ! WMO เตือนลากยาวถึง ก.พ. 2570 เสี่ยงโลกร้อนจัด ภัยแล้ง–น้ำท่วม
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปี
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีถนนปิด แต่รถติดยาว ใครเป็นต้นเหตุ
เหตุการณ์สึนามิในไทยที่สะเทือนทั้งประเทศ ไร้ซึ่งการแจ้งเตือน
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีถนนปิด แต่รถติดยาว ใครเป็นต้นเหตุ