หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมสะพานลอยกรุงเทพฯ บางแห่งสูงชัน จนคนเลือกเสี่ยงวิ่งข้ามถนนแทน

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

เคยเจอภาพแบบนี้แน่นอน ถนนใหญ่รถวิ่งกันหลายเลน มีสะพานลอยตั้งอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่คนบางส่วนกลับยืนรอจังหวะ แล้ววิ่งข้ามถนนด้านล่างแทน พอมองขึ้นไปบนสะพานก็พอเข้าใจได้ทันที บันไดสูงเป็นสิบๆ ขั้น แถมบางแห่งชันจนแค่เห็นก็เหนื่อยแล้ว

คำถามคือ ถ้าสร้างมาเพื่อให้คนข้ามถนนอย่างปลอดภัย ทำไมไม่ทำให้เดินง่ายกว่านี้?

เรื่องแรกต้องเข้าใจก่อนว่า สะพานลอยไม่ได้ตั้งความสูงตามใจคนออกแบบ เพราะพื้นสะพานต้องอยู่สูงพอให้รถด้านล่างลอดผ่านได้ โดยเฉพาะถนนสายหลักที่มีรถบรรทุก รถโดยสาร และรถขนาดใหญ่ใช้งาน กรมทางหลวงมีเอกสารเกี่ยวกับการขนส่งที่ระบุว่า สะพานลอยคนข้ามโดยส่วนใหญ่อยู่ที่ความสูงประมาณ 5.0-5.5 เมตร เมื่อวัดในส่วนที่รถต้องลอดผ่าน

ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าต้องพาตัวเองจากระดับทางเท้าขึ้นไปประมาณตึกชั้นหนึ่งกว่าๆ แล้วเดินลงอีกฝั่ง ต่อให้ทางราบบนสะพานยาวไม่มาก งานหนักจริงๆ จึงอยู่ที่การขึ้นกับลงนี่แหละ

แล้วทำไมไม่ทำบันไดให้ลาดกว่านี้?

ทำได้ แต่ติดเรื่องพื้นที่ ถ้าต้องการลดความชัน บันไดก็ต้องยื่นออกไปตามทางเท้ามากขึ้น ยิ่งต้องทำทางลาดที่รถเข็นใช้ได้ ระยะทางยิ่งกินพื้นที่กว่าเดิมมาก ในกรุงเทพฯ หลายจุดมีทางเท้าแคบ อาคาร ร้านค้า ป้ายรถเมล์ เสาไฟ ทางเข้าอาคาร ท่อ และสาธารณูปโภคสารพัดอยู่ติดกัน พื้นที่สำหรับวางโครงสร้างจึงไม่ได้เหลือเฟือ

สะพานลอยรุ่นเก่าหลายแห่งเลยออกมาในสูตรที่คุ้นตา คือ เสาตั้งใกล้ขอบถนน บันไดพุ่งขึ้นค่อนข้างตรง แล้ววางตัวสะพานข้ามถนน วิธีนี้ใช้พื้นที่ปลายสะพานน้อยและทำโครงสร้างได้กระชับ แต่สิ่งที่แลกมาก็คือความเหนื่อยของคนเดิน

ปัญหาจะเห็นชัดมากเมื่อคนใช้งานไม่ใช่คนวัยทำงานที่เดินคล่องเพียงอย่างเดียว ลองเปลี่ยนเป็นคนสูงอายุ คนเจ็บเข่า คนถือถุงของหนัก คนลากกระเป๋า ผู้ปกครองที่มากับเด็ก หรือคนที่ใช้รถเข็น บันไดชุดเดียวกันจะกลายเป็นอุปสรรคคนละระดับทันที

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสะพานลอยที่สร้างหรือปรับปรุงในยุคหลังบางแห่งเริ่มมีลิฟต์เข้ามาช่วย ตัวอย่างของกรุงเทพมหานครคือโครงการสะพานลอยระหว่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กับสวนลุมพินีฝั่งถนนราชดำริ ซึ่งระบุว่าถนนบริเวณนั้นมี 6 ช่องจราจร และโครงการออกแบบสะพานกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 31.5 เมตร พร้อมลิฟต์สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ

แปลว่าตัวสะพานลอยไม่จำเป็นต้องเป็นบันไดชันๆ แบบที่คุ้นตาเสมอไป ถ้ามีพื้นที่ งบประมาณ และออกแบบโดยคิดถึงคนหลายกลุ่มตั้งแต่ต้น มันทำให้ใช้ง่ายขึ้นได้

แต่ยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจมาก คือ คนไม่ได้เลือกเส้นทางจากคำว่า 'ปลอดภัย' เพียงอย่างเดียว คนเลือกจากความสะดวกด้วย

สมมติจุดหมายอยู่ตรงข้ามถนนห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร ถ้าเดินข้ามด้านล่างใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่การใช้สะพานต้องเลี้ยวไปหาบันได เดินขึ้นสูงประมาณ 5 เมตร เดินบนสะพาน แล้วลงบันไดอีกชุดหนึ่ง ระยะทางและแรงที่ใช้เพิ่มขึ้นทันที สำหรับคนที่รีบหรือใช้เส้นทางนั้นทุกวัน ความรู้สึกว่า 'ข้ามตรงนี้เร็วกว่า' จึงเกิดขึ้นง่ายมาก แม้รู้ว่ามีความเสี่ยง

ตรงนี้กลายเป็นโจทย์แปลกๆ ของการออกแบบเมือง ถ้าสิ่งอำนวยความปลอดภัยใช้งานลำบากเกินไป คนบางส่วนจะเริ่มหลีกเลี่ยงมันเอง แล้วโครงสร้างที่ตั้งใจสร้างเพื่อแก้ปัญหา ก็อาจไม่ได้ดึงคนออกจากผิวถนนได้ทั้งหมด

เหตุผลที่สะพานลอยถูกเลือกใช้บนถนนใหญ่ก็ไม่ได้ไม่มีที่มา หลักเกณฑ์งานอำนวยความปลอดภัยของกรมทางหลวงชนบทเคยกำหนดเงื่อนไขสำหรับสะพานลอยคนเดินข้าม เช่น ถนนมีความกว้างผิวจราจรตั้งแต่ 14 เมตร หรือมีมากกว่า 4 ช่องจราจร และมีคนเดินข้ามในชั่วโมงเร่งด่วนตั้งแต่ 300 คนต่อชั่วโมงขึ้นไป แนวคิดหลักจึงชัดเจนว่าใช้แยกคนออกจากกระแสรถในจุดที่การข้ามระดับถนนมีความเสี่ยงสูง

เพียงแต่เมืองยุคใหม่เริ่มถามต่อว่า จะทำอย่างไรให้ 'ทางปลอดภัย' เป็น 'ทางที่คนอยากใช้' ด้วย

ถ้าสะพานมีบันไดไม่ชัน มีชานพัก มีหลังคา มีแสงสว่าง ทางขึ้นไม่อ้อม และมีลิฟต์หรือระบบรองรับผู้ใช้ที่ขึ้นบันไดไม่ได้ โอกาสที่คนจะเลือกใช้งานก็ย่อมต่างจากสะพานสูงโล่งกลางแดดที่ต้องปีนขึ้นลงหลายสิบขั้น

น่าสังเกตด้วยว่ากรุงเทพฯ เองกำลังพูดถึง Universal Design มากขึ้น เพราะโครงสร้างสาธารณะเก่าจำนวนหนึ่งสร้างในช่วงที่แนวคิดเรื่องการเข้าถึงของผู้สูงอายุและผู้พิการยังไม่ได้ถูกให้ความสำคัญเท่ายุคนี้ โครงการใหม่ๆ จึงเริ่มเห็นลิฟต์ ทางเชื่อม และการออกแบบที่พยายามรองรับคนหลายกลุ่มมากขึ้น

เพราะฉะนั้นเวลาเห็นสะพานลอยเก่าๆ ที่สูงและบันไดชัน มันไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว ความสูงส่วนหนึ่งมาจากระยะที่ต้องเปิดให้รถลอด ส่วนความชันเกี่ยวข้องกับพื้นที่สำหรับวางบันได รูปแบบโครงสร้าง ข้อจำกัดของทางเท้า และแนวคิดการออกแบบในช่วงเวลาที่มันถูกสร้าง

ส่วนภาพคนวิ่งข้ามถนนทั้งที่สะพานอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ก็สะท้อนอีกด้านหนึ่งของเรื่องเดียวกันได้ดีมาก — การสร้างโครงสร้างให้มีอยู่ ไม่ได้แปลว่าคนจะใช้เสมอไป ถ้าเส้นทางที่ปลอดภัยเหนื่อย อ้อม หรือเข้าถึงยากเกินไป

สะพานลอยที่ดีจึงไม่ควรมีโจทย์แค่ว่า 'รถลอดได้ไหม' และ 'คนข้ามได้ไหม' แต่ควรไปถึงคำถามว่า 'คนทุกวัยอยากใช้มันจริงหรือเปล่า' เพราะถ้าคำตอบคือไม่ ต่อให้สะพานแข็งแรงแค่ไหน ภาพคนยืนรอช่องว่างแล้ววิ่งข้ามถนนด้านล่างก็คงยังเห็นต่อไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยดอกไม้ที่เปลี่ยนเป็น “แก้วใส” เมื่อโดนฝน! ความลับของ Skeleton Flowerเลขธูปวัดผารังหมีมาแล้ว งวด 16 ส.ค. 69ต้นไม้ที่มียางสีฟ้าอมเขียว เพราะสะสมโลหะไว้มหาศาลทำไมข่าวไทยอ่อนไหวขนาดนี้ แม้แต่คำธรรมดาอย่าง ยิง ก็ยังต้องหลบย้อนแฟชั่นผมรากไทร จากหัววัยรุ่นไทยสู่ภาพจำยุค RS-Grammy ครองเมืองทุกคนวิ่งหนี แต่ครูคนนี้วิ่งสวนเข้าไป” เสียงหนึ่งที่บอกเด็ก ๆ ว่า “ระวังลื่น ค่อย ๆ นะลูก” ในวินาทีที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปีโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ประกาศปรับการสอนออนไลน์ ระหว่างวันที่ 10 - 11 สิงหาคม 2569 เหตุครูต่างชาติขู่ยิงหลังถูกเลิกจ้าง 🥲10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้รหัสแปลปกสลาก งวด 16 สิงหาคม 2569 เจาะเลขเด็ด 3 ปก พร้อมวิเคราะห์สถิติย้อนหลัง9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ธุรกิจรับจ้าง "แก้ตัว" ให้คนนอกใจ! โกหกเนียนระดับพระกาฬจนกลายเป็นอาชีพจริง“เถ้าแก่กี้” น้ำใจงาม ตั้งโรงทานเลี้ยงผู้ร่วมงาน “ฮลุน โซโล่"จุดเริ่มต้นของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรก ร้านที่เปลี่ยนวิธีซื้อของของคนทั้งโลกรถซูเปอร์คาร์ลักชัวรีติดภาษีไทย ทำไมราคารถในไทยถึงแพงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่