หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทองคำมหาศาลซ่อนอยู่ในแกนโลก แต่ต่อให้รู้ตำแหน่งเราก็แทบไม่มีวันขุดถึง

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

โลกที่เราเหยียบอยู่ อาจมีทองคำมากกว่าที่มนุษย์เคยขุดได้หลายพันล้านเท่า

ประโยคที่ว่า ทองคำในแกนโลกมีมากพอจะเคลือบพื้นผิวโลกหนาประมาณ 1.5 ฟุต ฟังแล้วคล้ายเรื่องแต่งสำหรับเรียกความสนใจ แต่แนวคิดนี้มีที่มาจากการประเมินทางธรณีเคมีจริง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทองคำมากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของโลกไม่ได้อยู่ในเหมือง ไม่ได้ฝังตามภูเขา และไม่ได้กระจายอยู่ใต้เปลือกโลกตื้น ๆ แต่มันอยู่ลึกลงไปในแกนโลหะของโลก

จุดที่ควรแก้ให้แม่นก่อน คือทองคำไม่ได้ถูกยืนยันว่ากองรวมอยู่เฉพาะแกนโลกชั้นในสุด แกนโลกแบ่งเป็นแกนชั้นนอกที่เป็นของเหลวและแกนชั้นในที่เป็นของแข็ง การคำนวณส่วนใหญ่กล่าวถึงแกนโลกโดยรวม เพราะเราไม่สามารถลงไปเก็บตัวอย่างจากบริเวณนั้นมาตรวจโดยตรงได้

ทำไมทองคำถึงจมหายลงไปกลางโลก

ย้อนกลับไปช่วงที่โลกเพิ่งก่อตัวเมื่อประมาณ 4,500 ล้านปีก่อน โลกยังร้อนจัดและมีสภาพคล้ายมหาสมุทรหินหลอมเหลว ธาตุแต่ละชนิดจึงเคลื่อนที่และแยกตัวตามคุณสมบัติของมัน ธาตุที่ชอบรวมตัวกับโลหะ โดยเฉพาะเหล็ก จะไหลลงสู่ส่วนลึก ขณะที่แร่ซิลิเกตซึ่งมีความหนาแน่นต่ำกว่าจะลอยขึ้นไปสร้างเนื้อโลกและเปลือกโลก

ทองคำจัดเป็นธาตุที่เข้ากับโลหะได้ดี เมื่อเหล็กหลอมเหลวไหลลงไปก่อตัวเป็นแกนโลก ทองคำจึงติดตามลงไปด้วย เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดเพราะก้อนทองหนักจนร่วงผ่านพื้นโลกแบบก้อนหิน แต่เกิดจากกระบวนการแยกชั้นของธาตุในโลกที่ยังหลอมเหลวอยู่

ถ้าโลกไม่เคยได้รับวัตถุจากอวกาศเข้ามาเพิ่มภายหลัง ทองคำบนเปลือกโลกอาจหายากกว่าที่เราเห็นทุกวันนี้เสียอีก นักธรณีวิทยาเสนอว่าทองคำส่วนหนึ่งที่มนุษย์ขุดได้ในปัจจุบันอาจมาจากอุกกาบาตและวัตถุขนาดเล็กที่พุ่งชนโลก หลังแกนโลกก่อตัวและเปลือกโลกเริ่มแข็งตัวแล้ว ทองคำเหล่านี้จึงไม่จมหายลงไปทั้งหมด

ทองคำประมาณ 1.6 ล้านล้านล้านตัน
นี่เป็นค่าประเมิน ไม่ใช่ปริมาณที่ชั่งได้โดยตรง

นักธรณีวิทยา เบอร์นาร์ด วูด เคยประเมินว่าแกนโลกอาจมีทองคำอยู่ราว 1.6 ล้านล้านล้านตัน ตัวเลขใหญ่จนแทบจินตนาการไม่ออก หากนำทองคำทั้งหมดขึ้นมารีดเป็นแผ่นและกระจายอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจคลุมพื้นผิวโลกเป็นชั้นหนาประมาณ 1.5 ฟุต หรือราว 46 เซนติเมตร

ตัวเลขที่เผยแพร่ตามแหล่งต่าง ๆ อาจไม่ตรงกันทั้งหมด บางแหล่งบอกว่าสามารถคลุมทั้งโลก บางแหล่งระบุว่าคลุมเฉพาะผืนดินหนาประมาณครึ่งเมตร ความแตกต่างเกิดจากพื้นที่ที่ใช้คำนวณ ค่าความหนาแน่นของทองคำ และแบบจำลองปริมาณทองในแกนโลก เพราะเราไม่มีทางเปิดแกนโลกออกมาวัดจริง ๆ จึงควรมองตัวเลข 1.5 ฟุตเป็นภาพเปรียบเทียบที่ช่วยให้เห็นขนาด ไม่ใช่ค่าตายตัวระดับเซนติเมตร

แล้วนักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีใครเคยลงไปถึง

วิธีหนึ่งคือเปรียบเทียบองค์ประกอบของโลกส่วนที่เราตรวจวัดได้กับอุกกาบาตชนิดดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นเศษวัสดุจากยุคกำเนิดระบบสุริยะ นักวิจัยพบว่าอุกกาบาตมีธาตุบางชนิด เช่น ทองคำ แพลทินัม และนิกเกิล มากกว่าที่พบในเปลือกโลกและเนื้อโลกอย่างชัดเจน

เมื่อธาตุเหล่านี้มีคุณสมบัติละลายเข้ากับเหล็กได้ดี และโลกมีแกนซึ่งประกอบด้วยเหล็กเป็นหลัก คำอธิบายที่สมเหตุสมผลคือธาตุส่วนใหญ่ถูกดึงลงไปพร้อมเหล็กตั้งแต่ช่วงก่อตัวของดาวเคราะห์ นักวิทยาศาสตร์จึงใช้ข้อมูลจากอุกกาบาต การทดลองโลหะกับหินหลอมเหลว และแบบจำลองการก่อตัวของโลกมาประกอบกัน เพื่อประมาณสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างล่าง

ถ้ามีมากขนาดนี้ ทำไมเราไม่ขุดขึ้นมาใช้

• ขอบเขตด้านบนของแกนโลกอยู่ลึกจากพื้นผิวประมาณ 2,900 กิโลเมตร

• หลุมที่มนุษย์เจาะลึกที่สุดยังลงไปได้เพียงราวสิบกว่ากิโลเมตร

• ยิ่งลึก อุณหภูมิและแรงดันยิ่งสูงจนเครื่องมือทั่วไปไม่สามารถทำงานได้

• แม้สร้างเทคโนโลยีที่ทนได้ ต้นทุนพลังงานและวัสดุก็สูงเกินมูลค่าทองคำที่จะนำกลับมา

การเดินทางไปแกนโลกจึงไม่ใช่แค่การสร้างสว่านให้ยาวขึ้น เราต้องผ่านเปลือกโลก เนื้อโลกที่มีความหนืดสูง และสภาพแวดล้อมซึ่งร้อนหลายพันองศา ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาภายในโลกผ่านคลื่นแผ่นดินไหว การทดลองแรงดันสูง และองค์ประกอบของหินภูเขาไฟ มากกว่าการเจาะลงไปโดยตรง

ต่อให้เกิดปาฏิหาริย์และนำทองคำทั้งหมดขึ้นมาได้ มันก็อาจไม่ทำให้ทุกคนร่ำรวย เมื่อสิ่งของที่เคยหายากมีปริมาณมหาศาล ราคาย่อมลดลง ทองคำอาจกลายเป็นวัสดุอุตสาหกรรมธรรมดาแทนสินทรัพย์ล้ำค่า คุณค่าของทองไม่ได้มาจากความสวยเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความหายาก ความทนทาน และความเชื่อร่วมกันของสังคมด้วย

ทองคำไม่ได้หายไปจากโลก มันแค่อยู่ผิดชั้นสำหรับมนุษย์

เรื่องทองคำในแกนโลกจึงน่าสนใจกว่าตัวเลขความหนา 1.5 ฟุต เพราะมันเผยให้เห็นว่าโลกไม่ได้มีองค์ประกอบเหมือนกันตั้งแต่ผิวถึงใจกลาง ดาวเคราะห์ของเราเคยหลอมเหลว แยกชั้น และกักธาตุล้ำค่าส่วนใหญ่ไว้ในบริเวณที่มนุษย์ไม่มีโอกาสเข้าถึง ทองที่อยู่บนแหวนหรือทองแท่งจึงเป็นเพียงเศษส่วนน้อยมากของทองคำทั้งหมดที่โลกครอบครอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 82 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569เลขเด็ด อาจารย์แดง งวด 1 พฤศจิกายน 69รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งจังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?"เลขเด็ดเลขดังวันสำคัญ" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ใครอยากถูกหวย รีบส่องเลย!ไขปริศนา "นาโบนิดัส": กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งบาบิโลนผู้กลายเป็น "นักโบราณคดีคนแรกของโลก"ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้คลาสร้องเพลงช่วยให้สมาชิกใหม่สนิทกันเร็วแค่ไหน?ชานบ้านไทยมีไว้ทำอะไร? พื้นที่เชื่อมเรือนกับชีวิตประจำวันAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569รวมแนวทางเลขสัตว์นำโชค (เสือตกถังพลังเงินดี ม้าวิ่ง ม้าสีหมอก และนกตาทิพย์) วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/11/69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไขปริศนา "นาโบนิดัส": กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งบาบิโลนผู้กลายเป็น "นักโบราณคดีคนแรกของโลก""เลขเด็ดเลขดังวันสำคัญ" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ใครอยากถูกหวย รีบส่องเลย!เลขเด็ด อาจารย์แดง งวด 1 พฤศจิกายน 69คลาสร้องเพลงช่วยให้สมาชิกใหม่สนิทกันเร็วแค่ไหน?ตัวเลข 5(15) บนมิเตอร์ไฟฟ้าหมายถึงอะไร?ชานบ้านไทยมีไว้ทำอะไร? พื้นที่เชื่อมเรือนกับชีวิตประจำวัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไขปริศนา "เอล กิกันเต" (El Gigante): รูปปั้นโมอายยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะอีสเตอร์ ทำไมถึงสร้างไม่เสร็จ?ไขปริศนาศิลาจารึกแห่งเคนซิงตัน (Kensington Runestone): วิกิงส์เหยียบอเมริกาจริง หรือเป็นแค่เรื่องหลอกลวง?ไขปริศนา "นาโบนิดัส": กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งบาบิโลนผู้กลายเป็น "นักโบราณคดีคนแรกของโลก"คลาสร้องเพลงช่วยให้สมาชิกใหม่สนิทกันเร็วแค่ไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่