หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พาวด์เค้กไม่ได้ชื่อเพราะหนัก แต่ตั้งชื่อตามสูตรดั้งเดิมที่จำง่ายมาก

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

ใครจะคิดว่าชื่อขนมที่เห็นจนชินตา มีที่มาง่ายเสียจนคนทำขนมสมัยก่อนแทบไม่ต้องเปิดตำรา

เวลาพูดถึง พาวด์เค้ก (Pound Cake) หลายคนมักนึกถึงเค้กเนื้อแน่น หอมเนย หวานกำลังดี กินกับชา กาแฟ หรือจะปิ้งเบาๆ แล้วทาเนยเพิ่มก็อร่อย แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่ารสชาติคือชื่อของมันไม่ได้ตั้งขึ้นมาให้ดูหรูหรือฟังดูเป็นขนมยุโรปเท่านั้น เพราะคำว่า 'พาวด์' มีความหมายตรงตัวเลย นั่นคือหน่วยชั่งน้ำหนัก 1 ปอนด์

 

สูตรที่จำง่ายที่สุดในยุคยังไม่มีตำราชั่งตวงละเอียด

พาวด์เค้กมีต้นกำเนิดในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นยุคที่การจดสูตรอาหารยังไม่แพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ สูตรดั้งเดิมจึงออกแบบให้จำง่ายที่สุด โดยใช้ส่วนผสมหลักเพียง 4 อย่าง ได้แก่ แป้งสาลี เนย น้ำตาล และไข่ อย่างละ 1 ปอนด์เท่ากันทั้งหมด เมื่อนำมาผสมแล้วอบ ก็จะได้เค้กก้อนใหญ่ เนื้อแน่น อิ่มท้อง และแบ่งกินได้หลายคน


แป้ง 1 ปอนด์ + เนย 1 ปอนด์ + น้ำตาล 1 ปอนด์ + ไข่ 1 ปอนด์ = พาวด์เค้กสูตรดั้งเดิม

ข้อดีของสูตรนี้คือไม่ต้องคำนวณอัตราส่วนให้ยุ่งยาก ขอแค่จำเลขเดียวคือ 'หนึ่งปอนด์เท่ากันทุกอย่าง' ก็ทำขนมได้แล้ว จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในยุคที่เครื่องชั่งยังไม่ละเอียดและคนส่วนใหญ่เรียนรู้การทำอาหารจากความทรงจำมากกว่าหนังสือ

 

ทำไมพาวด์เค้กถึงเนื้อแน่นกว่าขนมเค้กทั่วไป

เมื่อสังเกตจากสูตรก็จะเห็นว่ามีทั้งเนย น้ำตาล และไข่ในปริมาณมาก ทำให้เนื้อเค้กมีความชุ่มฉ่ำแต่ค่อนข้างหนัก แตกต่างจากสปันจ์เค้กหรือชิฟฟ่อนเค้กที่เน้นการตีอากาศเข้าไปในเนื้อขนมจนฟูเบา พาวด์เค้กจึงให้สัมผัสแน่น อิ่ม และมีกลิ่นเนยชัดเจน

อีกจุดเด่นคือยิ่งพักไว้หนึ่งหรือสองวัน กลิ่นเนยและรสชาติกลับยิ่งเข้ากันมากขึ้น หลายคนจึงรู้สึกว่าพาวด์เค้กวันถัดไปอร่อยกว่าวันที่อบเสร็จใหม่ๆ เสียอีก

 

สูตรสมัยใหม่เปลี่ยนไป แต่ชื่อยังคงเดิม

ปัจจุบันร้านเบเกอรี่แทบไม่มีใครใช้สูตร 1 ปอนด์ทุกอย่างแล้ว เพราะถ้าทำตามต้นตำรับจริงจะได้เค้กก้อนใหญ่มากและหวานค่อนข้างจัด เชฟจึงปรับลดน้ำตาล ลดเนย หรือเติมนม ครีมเปรี้ยว โยเกิร์ต รวมถึงผงฟูและกลิ่นวานิลลา เพื่อให้เนื้อเค้กนุ่มขึ้นและเหมาะกับรสนิยมของคนยุคใหม่

แม้สูตรจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ชื่อ 'พาวด์เค้ก' ก็ยังคงอยู่ เพื่อบอกเล่าต้นกำเนิดของขนมชนิดนี้ และกลายเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ด้านอาหารที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน


ครั้งหน้าที่หยิบพาวด์เค้กขึ้นมากิน ลองนึกถึงสูตร 1 ปอนด์เท่าๆ กันทั้ง 4 อย่าง แล้วจะรู้ว่าชื่อของมันไม่ได้ตั้งขึ้นมาแบบบังเอิญเลย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 ความเชื่อโบราณของคนไทย ที่หลายคนยังทำมาจนถึงทุกวันนี้ทำไมหลายคนถึงเชื่อว่า "เวลา 03:00 น." เป็นช่วงเวลาที่แปลกที่สุดของคืน?จากงานศพตัวเองถึงลักพาตัวจำลอง 5 ประสบการณ์สุดขั้ว5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวานYouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยจากกุหลาบแดงถึงผู้หญิงขับรถ 5 กฎซาอุฯ ที่เปลี่ยนไปข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก“เวียดนาม” ครองแชมป์สตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก ส่วนไทยกลายเป็นอันดับ 9ซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูกจำเธอได้ไหม? “เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก” โตเป็นสาววัย 20 แล้ว สวยเหมือนเดิม แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จำเธอได้ไหม? “เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก” โตเป็นสาววัย 20 แล้ว สวยเหมือนเดิม แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิดซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
ทาคูมิ อายิ ซอสยอดฮิตติดครัว ทำไมคนไทยถึงหยิบใช้ได้แทบทุกเมนูเคล็ดลับเนื้อตุ๋นละลายในปาก ไม่ได้อยู่ที่ต้มนาน แต่อยู่ที่อุณหภูมิมะละกอมาจากอเมริกา แล้วทำไมส้มตำถึงกลายเป็นเมนูโปรดของคนไทยทั่วประเทศทำไมผัดไทยถึงไม่มีในอยุธยา เมนูเส้นสร้างชาติที่อายุใหม่กว่าชื่อของมัน
ตั้งกระทู้ใหม่