วันที่ปิกัสโซเกือบซวย เพราะโมนาลิซ่าหายและความลับในตู้เสื้อผ้า
ภาพระดับโลกหายไปหนึ่งภาพ แต่ตำรวจกลับเจอศิลปินดังซ่อนของจากลูฟวร์ไว้ในตู้เสื้อผ้า
เรื่องที่เล่ากันว่าตำรวจฝรั่งเศสบุกจับ ปาโบล ปิกัสโซ ในฐานะผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งของคดีขโมยโมนาลิซ่า ฟังแล้วชวนตื่นเต้นมาก แต่รายละเอียดจริงซับซ้อนกว่านั้น ปิกัสโซไม่ได้โดนสุ่มลากตัวมาเป็นแพะล้วนๆ เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของภาพก็จริง ทว่าตอนตำรวจสาวมาถึงตัวเขา กลับพบว่าศิลปินหนุ่มคนนี้มีความลับเกี่ยวกับของที่เคยหายจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อยู่ก่อนแล้ว
เช้าวันที่กรอบภาพเหลือแต่ความว่างเปล่า
วันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1911 ภาพโมนาลิซ่าของเลโอนาร์โด ดา วินชี ถูกนำออกจากผนังพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อย่างง่ายดายจนน่าเหลือเชื่อ คนร้ายถอดภาพออกจากกรอบและกระจกคุ้มกัน ก่อนพามันออกจากอาคารโดยไม่มีใครเอะใจ ช่วงแรกเจ้าหน้าที่นึกว่าภาพถูกย้ายไปถ่ายรูปหรือส่งไปดูแลรักษา กว่าจะรู้ว่าหายจริง คนร้ายก็กลับถึงห้องพักพร้อมผลงานชิ้นเอกเรียบร้อยแล้ว
ข่าวนี้ทำให้กรุงปารีสแทบแตก หนังสือพิมพ์พากันลงข่าวหน้าหนึ่ง พิพิธภัณฑ์ต้องปิดเพื่อค้นหาหลักฐาน ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาดูผนังว่างๆ ที่เหลือตะขอแขวนอยู่ไม่กี่ตัว ตำรวจโดนแรงกดดันหนัก เพราะไม่มีร่องรอยชัดเจน ไม่มีพยานที่เห็นตอนขโมย และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภาพถูกพาออกนอกประเทศแล้วหรือยัง
เบาะแสที่พาตำรวจไปหาปิกัสโซ ไม่ได้มาจากโมนาลิซ่า แต่มาจากรูปสลักโบราณอีกชุดหนึ่ง
ชายปากพล่อยที่ทำให้วงการศิลปะสะเทือน
ไม่กี่สัปดาห์หลังภาพหาย ชายชื่อ โอโนเร-โจเซฟ เฌรี ปิเอเรต์ ติดต่อหนังสือพิมพ์ Paris-Journal พร้อมคุยโตว่าเขาเคยขโมยวัตถุโบราณชิ้นเล็กๆ จากลูฟวร์มาแล้วหลายครั้ง ชายคนนี้เคยทำงานใกล้ชิดกับกวีชื่อ กีโยม อาปอลลิแนร์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของปิกัสโซ เรื่องจึงไหลจากนักขโมยปากมาก ไปหากวี และมาหยุดตรงห้องพักของศิลปินชาวสเปน
ที่น่าตกใจก็คือ ปิเอเรต์เคยนำรูปสลักศีรษะโบราณจากคาบสมุทรไอบีเรียมาขายให้ปิกัสโซจริง ปิกัสโซรู้ว่าของเหล่านั้นไม่ได้มาอย่างโปร่งใส แต่ก็เก็บไว้เพราะหลงใหลในรูปทรงของมัน รูปสลักบางชิ้นยังเชื่อกันว่ามีอิทธิพลต่อใบหน้าในภาพ Les Demoiselles d’Avignon ผลงานสำคัญที่ช่วยเปิดทางให้ศิลปะสมัยใหม่ก้าวไปอีกแบบ
พอคดีโมนาลิซ่าร้อนขึ้นมา ของจากลูฟวร์ที่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ปิกัสโซกับอาปอลลิแนร์ถึงกับคิดจะนำรูปสลักไปทิ้งแม่น้ำแซนเพื่อตัดปัญหา แต่เกิดเสียดายขึ้นมาเสียก่อน สุดท้ายของเหล่านั้นถูกส่งคืนผ่านสำนักงานหนังสือพิมพ์ ทว่าตำรวจก็ตามกลิ่นมาถึงตัวทั้งคู่แล้ว
แล้วปิกัสโซถูกจับจริงหรือไม่
หลักฐานจากแหล่งต่างๆ ใช้คำไม่เหมือนกัน บางแห่งระบุว่าตำรวจจับและสอบสวนทั้งปิกัสโซกับอาปอลลิแนร์ ขณะที่รายละเอียดอีกสายหนึ่งบอกว่าอาปอลลิแนร์เป็นคนที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำหลายวัน ส่วนปิกัสโซถูกเรียกเข้าสอบสวนและขึ้นให้การต่อผู้พิพากษา จุดที่ตรงกันคือ ทั้งสองตกอยู่ใต้ความสงสัยจากความเกี่ยวข้องกับของโจรจากลูฟวร์ ไม่ใช่เพราะตำรวจมีหลักฐานว่าปิกัสโซเอาโมนาลิซ่าไป
ตอนให้การ ปิกัสโซหวาดกลัวอย่างหนัก เขายังเป็นศิลปินต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสและกังวลว่าจะถูกส่งกลับสเปน มีเรื่องเล่าว่าเมื่อเผชิญหน้ากับอาปอลลิแนร์ในศาล เขาตื่นตระหนกจนปฏิเสธว่าไม่รู้จักเพื่อนของตัวเอง ภาพของศิลปินหัวขบถที่ดูมั่นใจจึงกลายเป็นชายหนุ่มหน้าซีดซึ่งกำลังกลัวชีวิตพังเพราะของสองสามชิ้นในตู้
เมื่อสอบสวนแล้วไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงทั้งคู่กับโมนาลิซ่า เรื่องก็ถูกยุติลงอย่างรวดเร็ว ปิกัสโซไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งมาตั้งแต่ต้น และจะเรียกว่าแพะรับบาปเต็มตัวก็ไม่ค่อยตรง เพราะตำรวจมีเหตุให้สงสัยจากคดีรูปสลักจริง เพียงแต่ความผิดที่เขาเกี่ยวข้อง กับอาชญากรรมที่ตำรวจพยายามไข เป็นคนละเรื่องกัน
คนที่ตำรวจตามหากลับนั่งอยู่ในห้องพัก พร้อมภาพที่ซ่อนไว้ในหีบไม้
โจรตัวจริงเคยผ่านสายตาตำรวจไปแล้ว
ผู้ขโมยตัวจริงคือ วินเชนโซ เปรูเจีย ชาวอิตาลีซึ่งเคยทำงานติดตั้งกระจกป้องกันงานศิลปะให้ลูฟวร์ เขารู้ทางเข้าออก รู้ชุดที่คนงานสวม และรู้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยหลวมแค่ไหน หลังนำภาพออกมา เขาซ่อนมันไว้ในห้องพักที่ปารีสนานกว่าสองปี ตำรวจเคยสอบถามเขาระหว่างไล่สัมภาษณ์อดีตคนงาน แต่กลับเชื่อคำแก้ตัวและปล่อยผ่านไป
เปรูเจียถูกจับในปลายปี 1913 หลังติดต่อพ่อค้างานศิลปะในเมืองฟลอเรนซ์ โดยบอกว่าต้องการนำโมนาลิซ่ากลับคืนสู่อิตาลี เขาอ้างว่าภาพควรกลับบ้านเกิดและมองตัวเองเป็นผู้รักชาติ ทั้งที่ในการติดต่อก็มีการพูดถึงค่าตอบแทนด้วย หลังผู้เชี่ยวชาญตรวจพบว่าเป็นภาพจริง ตำรวจก็มารับตัวเขาไป
คดีนี้จึงมีความย้อนแย้งอยู่เต็มไปหมด ตำรวจเคยปล่อยคนร้ายตัวจริงผ่านมือ แล้วหันไปสอบศิลปินซึ่งไม่ได้ขโมยภาพ แต่ดันครอบครองของที่ถูกขโมยมาจากพิพิธภัณฑ์เดียวกัน ส่วนโมนาลิซ่าที่เคยเป็นภาพดังในหมู่นักศิลปะอยู่แล้ว กลับกลายเป็นชื่อที่คนทั่วโลกรู้จักจากข่าวการหายตัว การตามล่า และการค้นพบในอีกสองปีต่อมา
ปิกัสโซจึงไม่ใช่โจรโมนาลิซ่า และไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ที่โดนชี้มั่วเสียทีเดียว เขาเป็นชายที่บังเอิญมีของโจรซ่อนอยู่ในเวลาที่ตำรวจทั้งประเทศกำลังพลิกแผ่นดินหาผลงานศิลปะที่หายไป ความบังเอิญประหลาดครั้งนั้นเกือบทำให้ชื่อของเขาติดอยู่ในประวัติศาสตร์อีกแบบ ก่อนโลกจะจดจำเขาในฐานะศิลปินผู้เปลี่ยนหน้าตาของศิลปะศตวรรษที่ 20
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทย
หลุดควบคุม! เมื่อ AI Agents แอบฉกเจาะระบบจริง สัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ของโลกไซเบอร์
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
แสงผีกระสือในป่าชื้น แท้จริงคือโครงข่ายเชื้อราเรืองแสงใต้ไม้ผุ
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย
"หวีเสนียด" จากเครื่องมือสางเหาสู่มรดกประวัติศาสตร์โลกหลายพันปี
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
คัดแล้ว 5 เลขเด่น หวยลาววันพุธ
ใส่หมวกกันน็อก ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากอุบัติเหตุได้มากแค่ไหน
แนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 16 ส.ค.69..สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!
"บิว ภูริพล" ทำโลกหันมามอง! สื่อสเปนตั้งฉายา "คนไทยที่บินได้" หลังวิ่งต่ำกว่า 10 วิอีกครั้ง
"หวีเสนียด" จากเครื่องมือสางเหาสู่มรดกประวัติศาสตร์โลกหลายพันปี
😊 ใกล้จะวันแม่แล้วเลยชวนลองเข้ามาดูเหล่าบรรดาสัตว์ที่กำลังจะเป็นคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดว่าจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน ? 😘
หลุดควบคุม! เมื่อ AI Agents แอบฉกเจาะระบบจริง สัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ของโลกไซเบอร์
พ่อค้าไม่ค้า...ห้ามคุยการเมือง คุยเรื่องหวยดีกว่า คำนี้ยังใช้ได้ดี
ถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทย
ทำไมคราบกาแฟจึงเข้มเป็นวง ทั้งที่หยดเดียวกันแห้งพร้อมกันบนโต๊ะ



