หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มาราธอนโอลิมปิกปี 1904 สนามแข่งสุดปั่นที่มีทั้งรถยนต์ สุนัข และยาเบื่อหนู

เขียนโดย preechalcpd

เข้าเส้นชัยด้วยรถยนต์ หลับกลางทาง แล้วคว้าเหรียญทองด้วยยาเบื่อหนู

ฟังเหมือนมุกแต่งเกินจริง แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นในการวิ่งมาราธอนโอลิมปิกที่เมืองเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 1904 การแข่งครั้งนี้ไม่ได้มีนักวิ่งขโมยรถมาขับเอง และสัตว์ที่ไล่นักวิ่งก็ไม่ใช่หมาป่าอย่างที่แชร์กันบ่อย เรื่องจริงคือมีคนโบกรถของทีมงานไปต่อหลายกิโลเมตร ส่วนอีกคนหลงออกนอกเส้นทางเพราะถูกสุนัขป่าไล่กวด แค่นี้ก็ปั่นพอแล้ว ทว่าเรื่องประหลาดยังเพิ่งเริ่มต้น

สนามวันนั้นยาวราว 40 กิโลเมตร มีนักวิ่งออกตัว 32 คน แต่ไปถึงเส้นชัยเพียง 14 คน ปล่อยตัวตอนบ่ายสามโมงกว่า อากาศร้อนจัด ถนนชนบทเต็มไปด้วยฝุ่น หินแตก เนินสูง และรถม้าที่สัญจรตามปกติ รถของกรรมการ แพทย์ และผู้ติดตามก็แล่นขนาบนักวิ่งจนฝุ่นตลบเข้าปากเข้าจมูก จุดให้น้ำอย่างเป็นทางการมีอยู่เพียงแห่งเดียวแถวกิโลเมตรที่ 19 เพราะผู้จัดต้องการดูว่าร่างกายมนุษย์ทนการขาดน้ำได้แค่ไหน ฟังแล้วคล้ายจับนักกีฬาไปทดลองมากกว่าจัดการแข่งขันระดับโลก

คนแรกที่เข้าเส้นชัย วิ่งไม่ครบระยะ

เฟร็ด ลอร์ซ ช่างก่ออิฐชาวอเมริกันเริ่มเป็นตะคริวหลังวิ่งไปราว 15 กิโลเมตร เขาจึงขึ้นรถยนต์คันหนึ่งที่ติดตามขบวนอยู่ รถพาเขาไปไกลประมาณ 18 กิโลเมตร ก่อนลงจากรถใกล้ช่วงท้าย ลอร์ซกลับมาวิ่งต่อเข้าสนามเป็นคนแรก ท่ามกลางเสียงเชียร์และพิธีเตรียมมอบเหรียญ ความจริงแตกก่อนรับรางวัลเมื่อคนที่เห็นเขานั่งรถออกมาทักท้วง

ลอร์ซยอมรับทันที พร้อมบอกว่าตั้งใจเล่นตลก ไม่ได้คิดจะเอาเหรียญจริง คณะกรรมการไม่ขำด้วยและตัดสิทธิ์เขา ช่วงแรกถูกสั่งห้ามแข่งขันตลอดชีวิต ก่อนลดโทษภายหลัง เรื่องนี้จึงไม่ใช่การขโมยรถยนต์แล้วขับพุ่งเข้าเส้นชัยตามเวอร์ชันเล่าต่อกันมา แต่เป็นการอาศัยรถไปเกินสิบไมล์ แล้วกลับมาวิ่งหน้าตาเฉยจนเกือบได้เป็นแชมป์โอลิมปิก

ส่วนเลน เทา นักวิ่งชาวทสวานาจากแอฟริกาใต้ เจอเหตุที่ควบคุมไม่ได้ยิ่งกว่า เขาถูกสุนัขป่าตัวหนึ่งไล่จนวิ่งออกนอกเส้นทางไปราวหนึ่งไมล์ เสียเวลาไปมากแต่ยังกลับมาแข่งต่อและเข้าเส้นชัยอันดับเก้า นักวิ่งอีกคนจากคิวบา เฟลิกซ์ การ์บาฆาล มาถึงสนามในเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าธรรมดา ระหว่างแข่งแวะคุยกับคนดู ขอผลไม้จากรถข้างทาง แล้วไปกินแอปเปิลเสียในสวนจนปวดท้อง ต้องนอนพักงีบหนึ่ง ก่อนลุกกลับมาวิ่งจนได้อันดับสี่

แชมป์ตัวจริงถูกประคองด้วยค็อกเทลที่วันนี้โดนแบนแน่นอน

เมื่อเฟร็ด ลอร์ซถูกจับได้ ตำแหน่งผู้นำจึงตกเป็นของโธมัส ฮิกส์ นักวิ่งอเมริกันที่สภาพแทบไม่เหลือเค้านักกีฬา ฮิกส์ขอน้ำหลายครั้ง แต่ทีมงานให้เพียงเอาน้ำอุ่นแตะปากและเช็ดตัว ช่วงประมาณ 7 กิโลเมตรสุดท้าย ผู้ดูแลป้อนไข่ขาวผสมสตริกนินให้เขา สารชนิดนี้ใช้เป็นยากระตุ้นในปริมาณน้อยตามความเชื่อสมัยนั้น แต่ปัจจุบันรู้จักกันดีว่าเป็นพิษร้ายแรงและเคยใช้กำจัดหนู

พอฮิกส์ใกล้หมดแรง ทีมงานให้สตริกนินอีกชุด ตามด้วยบรั่นดีฝรั่งเศสหรือคอนญัก เขาเริ่มหน้าซีด แขนตก ขาแข็ง เดินสลับวิ่งแบบแทบไม่รู้ตัว ช่วงท้ายยังเกิดอาการหลอน คิดว่าเส้นชัยอยู่ไกลออกไปอีกหลายสิบกิโลเมตร ทั้งที่เหลือไม่มาก ผู้ดูแลต้องคอยจับตัวไม่ให้ล้ม พอเข้าสนามก็ช่วยพยุงจนเท้าของเขาขยับข้ามเส้นชัยในเวลา 3 ชั่วโมง 28 นาที 53 วินาที

หลังจบการแข่งขัน ฮิกส์ต้องให้แพทย์สี่คนช่วยดูอาการอยู่นานกว่าจะออกจากสนามได้ น้ำหนักตัวลดไปราว 3.6 กิโลกรัม หากเหตุการณ์เดียวกันเกิดขึ้นตอนนี้ ทั้งสารกระตุ้น การช่วยพยุง การปฏิเสธน้ำ และระบบจัดการแข่งขันคงทำให้ผลถูกยกเลิกพร้อมการสอบสวนชุดใหญ่ แต่ปี 1904 ยังไม่มีกฎต่อต้านสารกระตุ้นแบบทุกวันนี้ ฮิกส์จึงได้รับการบันทึกเป็นผู้ชนะอย่างเป็นทางการ

ยังมีวิลเลียม การ์เซีย นักวิ่งที่ล้มหมดสติข้างถนนเพราะสูดฝุ่นเข้าไปมากจนหลอดอาหารและกระเพาะได้รับบาดเจ็บ แพทย์ประเมินว่าหากพบช้ากว่านั้นอีกไม่นานอาจเสียชีวิต ส่วนแชมป์บอสตันมาราธอนหลายคนก็อาเจียน เป็นตะคริว หรือถอนตัวกลางคัน สนามที่ควรพิสูจน์ความอึดจึงกลายเป็นภาพรวมของการจัดงานที่ทั้งอันตราย มั่ว และแทบไม่มีกติกาคุ้มครองนักกีฬา

มาราธอนเซนต์หลุยส์ไม่ได้เถื่อนเพราะนักวิ่งทุกคนโกง แต่เถื่อนเพราะแทบทุกอย่างรอบตัวพวกเขายังไม่มีมาตรฐาน

เรื่องที่เหลือไว้จึงไม่ใช่แค่เกร็ดขำว่ามีคนนั่งรถเข้าเส้นชัยหรือแชมป์ซดยาเบื่อหนูผสมเหล้า หากเป็นภาพชัดๆ ว่ากีฬาโอลิมปิกช่วงบุกเบิกเคยห่างจากสนามสมัยใหม่แค่ไหน ถนนยังเปิดให้รถวิ่ง น้ำดื่มถูกมองเป็นตัวแปรทดลอง ยาพิษถูกใช้เป็นยาชูกำลัง และคำว่าเส้นชัยอาจหมายถึงการรอดกลับมาได้มากกว่าการทำเวลาให้ดีที่สุดเสียอีก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด7 ความเชื่อโบราณของคนไทย ที่หลายคนยังทำมาจนถึงทุกวันนี้จากงานศพตัวเองถึงลักพาตัวจำลอง 5 ประสบการณ์สุดขั้วจากกุหลาบแดงถึงผู้หญิงขับรถ 5 กฎซาอุฯ ที่เปลี่ยนไป7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวานจำเธอได้ไหม? “เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก” โตเป็นสาววัย 20 แล้ว สวยเหมือนเดิม แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิดทำไมหลายคนถึงเชื่อว่า "เวลา 03:00 น." เป็นช่วงเวลาที่แปลกที่สุดของคืน?ข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก“เวียดนาม” ครองแชมป์สตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก ส่วนไทยกลายเป็นอันดับ 9ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จำเธอได้ไหม? “เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก” โตเป็นสาววัย 20 แล้ว สวยเหมือนเดิม แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิดซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดโผ 10 นักเขียนไทย ที่ขายหนังสือได้มากที่สุด10 คนดังไทย ที่มีธุรกิจส่วนตัวสร้างรายได้มหาศาลประเทศที่ยุบกองทัพไปกว่า 75 ปี แล้วพวกเขาปกป้องประเทศกันอย่างไร?เปิดรายได้ 10 คนไทย ที่ทำเงินจาก TikTok จนชีวิตเปลี่ยน
ตั้งกระทู้ใหม่