หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดีเอ็นเอของเรามีเศษซากไวรัสโบราณซ่อนอยู่จริง? เรื่องจริงที่หลายคนเพิ่งรู้ว่ามนุษย์พกไวรัสติดตัวมาหลายล้านปี

เขียนโดย phana3462

ถ้ามีคนบอกว่าในร่างกายของเรามีร่องรอยไวรัสโบราณติดตัวมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ ฟังดูเหมือนหนังไซไฟ แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง

เวลาพูดถึงดีเอ็นเอ หลายคนมักนึกถึงรหัสพันธุกรรมที่กำหนดหน้าตา สีผิว หรือโรคทางพันธุกรรม แต่ความจริงแล้ว ดีเอ็นเอของมนุษย์ไม่ได้ประกอบด้วยยีนของมนุษย์ทั้งหมด นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าประมาณ 8% ของจีโนมมนุษย์เป็นชิ้นส่วนของไวรัสโบราณที่เรียกว่า Endogenous Retroviruses หรือ ERVs ซึ่งเคยติดเชื้อในบรรพบุรุษของเรานับล้านปีก่อน

 

ไวรัสเข้าไปอยู่ในดีเอ็นเอได้อย่างไร

ไวรัสบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มเรโทรไวรัส มีความสามารถพิเศษคือแปลงสารพันธุกรรมของตัวเองแล้วสอดแทรกเข้าไปในดีเอ็นเอของเซลล์เจ้าบ้าน หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์ เช่น อสุจิหรือไข่ รหัสพันธุกรรมที่มีไวรัสแทรกอยู่ก็สามารถส่งต่อไปยังลูกหลานได้ รุ่นแล้วรุ่นเล่า จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของจีโนมมนุษย์ในที่สุด


พูดง่ายๆ คือ พวกเราได้รับมรดกจากไวรัสโบราณผ่านสายเลือด โดยไม่รู้ตัว

แล้วไวรัสพวกนี้ยังอันตรายอยู่ไหม

ข่าวดีคือ ส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างไวรัสตัวใหม่ได้อีกแล้ว เพราะเกิดการกลายพันธุ์สะสมตลอดเวลาหลายล้านปี จนเหลือเพียงเศษซากของรหัสพันธุกรรม เปรียบเหมือนรถเก่าที่ถูกถอดเครื่องยนต์ออก เหลือแค่โครงสร้างให้เห็นว่าครั้งหนึ่งมันเคยวิ่งได้

 

น่าสนใจกว่านั้นคือ นักวิทยาศาสตร์พบว่าชิ้นส่วนไวรัสบางส่วนกลับถูกร่างกายนำมาใช้งานจริง ตัวอย่างที่โด่งดังคือยีนที่มีบทบาทในการสร้างรกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากโปรตีนของไวรัสโบราณ ทำให้การตั้งครรภ์และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เศษซากเหล่านี้ยังมีผลต่อสุขภาพหรือไม่

งานวิจัยหลายชิ้นกำลังศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ERVs กับโรคบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ โรคทางระบบประสาท และมะเร็งบางประเภท แม้จะยังไม่มีข้อสรุปว่าพวกมันเป็นสาเหตุโดยตรง แต่ก็มีหลักฐานว่าบางครั้งชิ้นส่วนเหล่านี้อาจถูกกระตุ้นให้ทำงานในสภาวะผิดปกติของร่างกาย

 

เรื่องนี้ทำให้มุมมองเกี่ยวกับวิวัฒนาการเปลี่ยนไปไม่น้อย เพราะแทนที่ไวรัสจะเป็นเพียงศัตรูของสิ่งมีชีวิต มันกลับทิ้งร่องรอยไว้ในจีโนมของเรา และบางส่วนยังกลายเป็นเครื่องมือที่ธรรมชาติหยิบมาใช้ประโยชน์เสียอีก


ทุกครั้งที่มองกระจก คุณกำลังมองร่างกายที่บันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับไวรัสมาตลอดหลายล้านปีไว้ในดีเอ็นเอของตัวเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
phana3462's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 23 ครั้ง
เขียนโดย phana3462
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ระกำกับสละ ต่างกันอย่างไรกระเป๋าสตางค์ไม่ได้บอกนิสัย แต่บอกสไตล์ชีวิตคุณได้ 5 แบบอาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม"ฮาวี แมนเดล" ยกให้ "เนเน่ รอยัล" เป็นร็อกสตาร์ระดับโลก ขณะที่ America's Got Talent ซีซัน 21 เดินเข้าสู่รอบไลฟ์โชว์7 เครื่องแต่งกายแฟชั่นไทย ที่ไปโผล่ในซีรีส์ดังของต่างประเทศชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกสาเหตุหลักที่น้ำดื่มบรรจุขวดต้องมีวันหมดอายุเลขที่ไม่เคยออก 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี มีตัวไหนบ้าง8 เมืองที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ที่นักท่องเที่ยวต้องใช้ถังออกซิเจนเดินเที่ยว8 ของใช้ส่วนตัวที่ไม่ควรใช้นานเกิน 6 เดือน เพื่อสุขอนามัยที่ดีAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัว หวยออกวันอังคาร โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี..งวด 1 กันยายน 69 นี้ หวยออกเลขอะไร ?7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ฝันว่าฟันหักแต่ไม่เจ็บ ลางแห่งการเปลี่ยนแปลงหรือร่างกายกำลังส่งสัญญาณกระเป๋าสตางค์ไม่ได้บอกนิสัย แต่บอกสไตล์ชีวิตคุณได้ 5 แบบ7 เครื่องแต่งกายแฟชั่นไทย ที่ไปโผล่ในซีรีส์ดังของต่างประเทศ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเทวดานางฟ้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าต้องยืนโทรศัพท์รุ่นไหนดูดีมีฐานะ 5 รุ่นที่คนเห็นแล้วรู้สึกว่า “มีกำลังซื้อ”7 อุปกรณ์เครื่องเขียนยี่ห้อดังในตำนาน ที่ไม่มีผลิตอีกแล้วและราคาสูงกระเป๋าสตางค์ไม่ได้บอกนิสัย แต่บอกสไตล์ชีวิตคุณได้ 5 แบบ
ตั้งกระทู้ใหม่