ประเทศที่มีการบูลลี่ในโรงเรียนเยอะที่สุดในโลก: ทำไมปัญหานี้ยังเกิดขึ้นซ้ำ ๆ?
โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่เด็กได้เรียนรู้ เติบโต และสร้างมิตรภาพ แต่สำหรับเด็กจำนวนไม่น้อย โรงเรียนกลับกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความกลัว เพราะต้องเผชิญกับ “การบูลลี่” หรือการกลั่นแกล้งจากเพื่อน
การบูลลี่ไม่ได้มีแค่การทำร้ายร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการล้อเลียน ดูถูก กีดกันทางสังคม การเผยแพร่ความอับอายบนโลกออนไลน์ และการทำให้คนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า
ประเทศไหนมีปัญหาบูลลี่ในโรงเรียนสูง?
จากการสำรวจระดับนานาชาติ เช่น PISA ของ OECD พบว่า หลายประเทศมีนักเรียนจำนวนมากรายงานว่าเคยถูกบูลลี่เป็นประจำ โดยประเทศที่พบอัตราการถูกกลั่นแกล้งสูง ได้แก่
🇵🇭 ฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตรานักเรียนรายงานว่าถูกบูลลี่สูงมาก ปัญหาที่พบมีทั้งการล้อเลียน การใช้ความรุนแรง และการกลั่นแกล้งทางสังคม
เด็กบางคนถูกแกล้งเพราะรูปร่าง ฐานะ การเรียน ภาษา หรือความแตกต่างทางบุคลิก
🇧🇳 บรูไน
แม้จะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง แต่ปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนยังเกิดขึ้น โดยเฉพาะการล้อเลียนและการกีดกันจากกลุ่มเพื่อน
🇩🇴 สาธารณรัฐโดมินิกัน
พบปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนค่อนข้างมาก ทั้งการใช้คำพูดรุนแรงและการทำร้ายร่างกาย
🇮🇩 อินโดนีเซีย
หลายประเทศในเอเชียยังเผชิญกับปัญหาการบูลลี่ เนื่องจากบางสังคมยังมองว่าการแกล้งกันเป็น “เรื่องปกติของเด็ก” ทำให้เหยื่อไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างจริงจัง
ทำไมบางประเทศถึงมีการบูลลี่มาก?
1. วัฒนธรรมที่มองว่าการแกล้งเป็นเรื่องธรรมดา
บางสังคมเชื่อว่าเด็กต้อง “เข้มแข็ง” หรือ “โดนแกล้งเพื่อโตขึ้น” ทำให้ปัญหาถูกมองข้าม
แต่ในความเป็นจริง การถูกบูลลี่ซ้ำ ๆ สามารถส่งผลต่อความมั่นใจ สุขภาพจิต และอนาคตของเด็กได้
2. ความแตกต่างถูกใช้เป็นเป้าหมาย
เด็กที่มีลักษณะแตกต่าง เช่น รูปร่าง หน้าตา ฐานะ เชื้อชาติ ความสามารถทางการเรียน หรือบุคลิก มักตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้ง
3. โรงเรียนไม่มีระบบจัดการที่ชัดเจน
หากครูหรือผู้บริหารไม่จริงจัง เด็กที่ถูกบูลลี่อาจรู้สึกว่าไม่มีใครช่วยเหลือ และผู้กระทำอาจคิดว่าสิ่งที่ทำไม่มีผลลัพธ์
4. โลกออนไลน์ทำให้การบูลลี่รุนแรงขึ้น
ปัจจุบันการกลั่นแกล้งไม่ได้จบแค่ในโรงเรียน แต่สามารถเกิดผ่านโซเชียลมีเดียได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แล้วประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องบูลลี่รุนแรงอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีล่ะ?
ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีข่าวเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งในโรงเรียนจำนวนมาก เช่น การโดดเดี่ยวเพื่อน การกดดันจากกลุ่ม และการกลั่นแกล้งออนไลน์
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากตัวเลขการสำรวจระดับนานาชาติ อัตราการรายงานว่าถูกบูลลี่ไม่ได้สูงที่สุดเสมอไป เพราะแต่ละประเทศมีวิธีรายงานและวัฒนธรรมการเปิดเผยปัญหาที่แตกต่างกัน
บางประเทศอาจมีเหตุการณ์รุนแรง แต่เด็กไม่กล้ารายงาน ขณะที่บางประเทศเด็กกล้าพูดถึงปัญหามากกว่า
การแก้ปัญหาบูลลี่ต้องเริ่มจากอะไร?
การหยุดบูลลี่ไม่ได้หมายถึงแค่ลงโทษคนที่แกล้ง แต่ต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ในโรงเรียน
- สอนเด็กให้เคารพความแตกต่าง
- เปิดพื้นที่ให้เหยื่อสามารถขอความช่วยเหลือได้
- ให้ครูและผู้ปกครองจริงจังกับปัญหา
- ไม่หัวเราะหรือสนับสนุนพฤติกรรมการแกล้ง
- สร้างความเข้าใจว่า “คำพูด” สามารถทำร้ายคนได้ไม่แพ้การใช้กำลัง
เพราะเด็กคนหนึ่งอาจจำคำพูดที่ถูกล้อในโรงเรียนไปตลอดชีวิต
โรงเรียนที่ดีไม่ใช่โรงเรียนที่ไม่มีเด็กแตกต่าง แต่คือโรงเรียนที่ทำให้เด็กทุกคนรู้สึกว่า “ฉันมีคุณค่าและปลอดภัยที่จะเป็นตัวเอง”
รีวิวหนังดัง MORTAL KOMBAT 2
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
เห็บกัด เสี่ยงแพ้เนื้อถาวร
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
รถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
3 ศูนย์การค้าที่มีสินค้าหลากหลายที่สุดในประเทศไทย
แจกเลขดับลดต้นทุน บน – ล่าง @โชยุ งวด 1 ส.ค. 69 มาแล้วครับ!
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
"โมเฮนโจดาโร" ปริศนาเมือง 4,000 ปีที่ล่มสลายในเสี้ยววินาที!
รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติแผนการสร้างเมืองหลวงสำรอง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี






