ค้นพบเมืองโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้ป่า เพราะเลื่อนค้นข้อมูลใน Google
เรื่องนี้ฟังดูเหมือนคนว่างเปิด Google Earth เล่น
แล้วบังเอิญเจอเมืองโบราณใต้ดิน แต่ความจริงน่าทึ่งกว่าเล็กน้อย เพราะผู้ค้นพบไม่ได้เห็นยอดพีระมิดโผล่ขึ้นมาจากภาพดาวเทียมโดยตรง และเมืองก็ไม่ได้ฝังอยู่ใต้ดินทั้งเมือง
ผู้ค้นพบคือ ลุค ออลด์ โทมัส นักศึกษาปริญญาเอกด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยทูเลน เขากำลังค้นหาข้อมูลสำรวจพื้นที่ของเม็กซิโกผ่าน Google และเลื่อนผลการค้นหาลึกไปจนถึงประมาณหน้าที่ 16 ก่อนพบชุดข้อมูล LiDAR เก่าที่แทบไม่มีใครสนใจ
ข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บมาตั้งแต่ปี 2013 เพื่อศึกษาป่าไม้และการตัดไม้ ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อค้นหาโบราณสถาน แต่เมื่อลุคนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เขากลับเห็นเส้นนูนและรูปทรงเรขาคณิตจำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ใต้เรือนยอดไม้ในรัฐกัมเปเช ทางตอนใต้ของเม็กซิโก
เลเซอร์ทำให้ป่าทั้งผืน “หายไป” จากแผนที่
LiDAR ทำงานโดยยิงแสงเลเซอร์จำนวนมากจากเครื่องบินลงสู่พื้น แล้ววัดเวลาที่แสงสะท้อนกลับมา แม้ลำแสงส่วนใหญ่จะกระทบใบไม้ แต่บางส่วนสามารถลอดผ่านช่องว่างจนถึงพื้นดินได้
เมื่อนำจุดข้อมูลนับล้านมาประมวลผล นักวิจัยสามารถตัดภาพต้นไม้ออกในระบบคอมพิวเตอร์ เหลือเพียงรูปร่างของภูมิประเทศและสิ่งปลูกสร้างด้านล่าง ราวกับยกผืนป่าที่ปกคลุมมานานหลายศตวรรษออกชั่วคราว
สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่เพียงบ้านสองสามหลัง แต่เป็นชุมชนมายาขนาดใหญ่ มีทั้งฐานอาคาร บ้านพัก ลานพิธี พีระมิด วิหาร สนามแข่งขันลูกบอล ถนน พื้นที่เกษตร และระบบจัดการน้ำ นักวิจัยพบร่องรอยสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 6,400 แห่ง ในพื้นที่สำรวจราว 122 ตารางกิโลเมตร
เมืองที่อยู่ใกล้ถนน แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น
เมืองสำคัญที่สุดในกลุ่มนี้ได้รับชื่อว่า “วาเลเรียนา” (Valeriana) ตามชื่อทะเลสาบน้ำจืดใกล้เคียง นักวิจัยระบุว่าผังเมืองมีลักษณะของศูนย์กลางการเมืองยุคมายาคลาสสิกอย่างชัดเจน ทั้งลานปิด พีระมิดวิหาร สนามบอล และอ่างเก็บน้ำ
ที่ชวนตกใจคือ เมืองแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในป่าลึกที่มนุษย์เข้าไม่ถึง แต่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลัก และมีชุมชนสมัยใหม่อยู่ใกล้เคียง ผู้คนอาจเดินทางผ่านบริเวณนั้นมาหลายชั่วอายุคน โดยไม่รู้ว่าภายใต้ต้นไม้คือซากเมืองที่เคยมีประชากรหนาแน่น
นักวิจัยเชื่อว่าเมืองรุ่งเรืองในช่วงประมาณ ค.ศ. 250-900 และอาจเริ่มมีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประชากรที่กล่าวกันว่าอาจสูงถึง 30,000-50,000 คนยังเป็นเพียงการประเมิน ไม่ใช่จำนวนที่ยืนยันจากการขุดค้นโดยตรง
ไม่ใช่การ “เล่น Google Earth” และยังไม่ถือว่าขุดพบทั้งหมด
เรื่องราวนี้มักถูกย่อจนกลายเป็นว่า นักศึกษาคนหนึ่งเล่น Google Earth แล้วเจอเมืองใต้ดิน แต่ถ้าจะเล่าให้ถูกต้อง เขาเจอ ชุดข้อมูล LiDAR ผ่านการค้นหา Google ก่อนนำมาวิเคราะห์ทางโบราณคดี
เมืองเองก็ไม่ได้อยู่ลึกใต้ดินเหมือนนครใต้พิภพ แต่สิ่งปลูกสร้างพังทลาย ถูกดิน ต้นไม้ และป่าทึบปกคลุมจนมองไม่เห็นจากระดับสายตา หลายจุดยังต้องลงพื้นที่ตรวจสอบ เพราะภาพเลเซอร์บอกได้ว่ามีรูปร่างผิดปกติอยู่ตรงไหน แต่ไม่สามารถตอบรายละเอียดทุกอย่างได้แทนการสำรวจและขุดค้นจริง
รูปจาก
https://grupoanimal.mx/internacional/descubren-accidentalmente-valeriana-una-ciudad-maya-perdida?utm_source=chatgpt.com
https://www.gbnews.com/science/archaeology-breakthrough-student-discovers-huge-mayan-city-mexican-jungle?utm_source=chatgpt.com
https://inah.gob.mx/boletines/dan-a-conocer-valeriana-un-nuevo-sitio-arqueologico-descubierto-en-la-selva-de-campeche?utm_source=chatgpt.com
https://www.gim-international.com/content/news/major-mayan-city-discovered-thanks-to-lidar-data?utm_source=chatgpt.com
รถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
ส้วมสาธารณะเสี่ยงโรคช่วงน้ำท่วม
เห็บกัด เสี่ยงแพ้เนื้อถาวร
รีวิวหนังดัง MORTAL KOMBAT 2
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติแผนการสร้างเมืองหลวงสำรอง
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
รีวิวหนังดัง MORTAL KOMBAT 2
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติแผนการสร้างเมืองหลวงสำรอง
3 ศูนย์การค้าที่มีสินค้าหลากหลายที่สุดในประเทศไทย
เมื่อคุณมาเที่ยวไทย และได้รอยแผลแบบนี้ แสดงว่าคุณถึงประเทศไทยแล้ว😆🤣
"โมเฮนโจดาโร" ปริศนาเมือง 4,000 ปีที่ล่มสลายในเสี้ยววินาที!



