หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
ตรวจหวย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บอแรกซ์ในลูกชิ้นอันตรายอย่างไร

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

ลูกชิ้นเป็นอาหารที่หลายคนคุ้นเคย เพราะหาซื้อง่าย กินสะดวก และมีอยู่ในเมนูจำนวนมาก ตั้งแต่ลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด ก๋วยเตี๋ยว ไปจนถึงอาหารตามสั่ง แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกพูดถึงอยู่เสมอคือการใส่สารบอแรกซ์ในลูกชิ้น เพราะบางครั้งผู้ผลิตบางรายอาจใช้สารชนิดนี้เพื่อทำให้อาหารมีลักษณะเด้ง แข็ง และเก็บได้นานขึ้น

บอแรกซ์เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีชื่อทางเคมีว่าโซเดียมบอเรต มีลักษณะเป็นผงสีขาว ใช้ในงานอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น การผลิตแก้ว เซรามิก หรือผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาหาร แต่สารนี้ไม่ได้ถูกจัดเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่สามารถนำมาใส่ในอาหารเพื่อเพิ่มคุณสมบัติได้

เหตุผลที่บางคนเคยนำบอแรกซ์มาใส่ในลูกชิ้น เพราะสารนี้มีผลต่อเนื้อสัมผัสของอาหาร ทำให้ลูกชิ้นดูแน่น เด้ง และไม่เละง่าย โดยเฉพาะในอาหารที่ทำจากเนื้อบด ผู้ผลิตบางรายอาจมองว่าสารนี้ช่วยทำให้สินค้าดูน่ากินขึ้น และลดปัญหาเรื่องคุณภาพของเนื้อสัมผัสหลังการเก็บหรือการขนส่ง

แต่ความเด้งของลูกชิ้นไม่ได้หมายความว่ามาจากบอแรกซ์เสมอไป ลูกชิ้นที่มีคุณภาพสามารถมีความเหนียวนุ่มได้จากกระบวนการผลิต เช่น การเลือกวัตถุดิบ การบดเนื้อให้ละเอียด การควบคุมอุณหภูมิ การนวดส่วนผสม และการใช้ส่วนประกอบอาหารที่ได้รับอนุญาต ดังนั้นลูกชิ้นที่เด้งจึงไม่ใช่หลักฐานว่ามีสารอันตรายปนอยู่

ปัญหาของบอแรกซ์คือร่างกายไม่ได้ต้องการสารชนิดนี้ และหากได้รับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากหรือได้รับซ้ำเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เพราะสารกลุ่มโบรอนในปริมาณสูงอาจรบกวนการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

อาการที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับบอแรกซ์มากเกินไป เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือรู้สึกอ่อนเพลีย ในกรณีที่ได้รับปริมาณสูงมากอาจส่งผลต่อการทำงานของไตและระบบอื่น ๆ ได้ โดยความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับและสภาพร่างกายของแต่ละคน

เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะร่างกายมีขนาดเล็กกว่าผู้ใหญ่ หากได้รับสารเคมีชนิดเดียวกันในปริมาณเท่ากันเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว อาจได้รับผลกระทบมากกว่า นอกจากนี้เด็กมักกินอาหารชนิดเดิมซ้ำ ๆ ได้ง่าย เช่น ลูกชิ้นหรืออาหารแปรรูป ทำให้มีโอกาสได้รับสารจากแหล่งเดิมต่อเนื่อง

หลายคนอาจสงสัยว่าลูกชิ้นที่ขายทั่วไปจะรู้ได้อย่างไรว่ามีบอแรกซ์หรือไม่ เพราะสารนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ลูกชิ้นที่มีบอแรกซ์อาจไม่ได้แตกต่างจากลูกชิ้นปกติอย่างชัดเจน บางครั้งอาจมีลักษณะเด้งผิดธรรมชาติ เนื้อแข็งเกินไป หรือมีความกรอบแน่นมากกว่าปกติ แต่ลักษณะเหล่านี้ไม่สามารถใช้ยืนยันได้แน่นอน

การตรวจหาบอแรกซ์ที่แม่นยำต้องใช้วิธีทางห้องปฏิบัติการ ส่วนผู้บริโภคทั่วไปสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เลือกสินค้าที่มีฉลากระบุรายละเอียดชัดเจน หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ทราบแหล่งผลิต และไม่ควรกินอาหารแปรรูปชนิดเดิมในปริมาณมากเป็นประจำ

การทำลูกชิ้นให้ปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำให้เด้งอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ ความสะอาด และกระบวนการผลิตมากกว่า ลูกชิ้นที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเนื้อสัมผัสแข็งหรือเด้งมากผิดปกติ ความนุ่ม ความแน่น และรสชาติสามารถเกิดขึ้นได้จากวิธีการผลิตที่เหมาะสมโดยไม่ต้องใช้สารที่ไม่ควรอยู่ในอาหาร

นอกจากเรื่องบอแรกซ์แล้ว ผู้บริโภคควรใส่ใจกับอาหารแปรรูปประเภทอื่นด้วย เพราะความเสี่ยงของอาหารไม่ได้มีเพียงสารเคมีชนิดเดียว การเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม การปนเปื้อนจากการผลิต หรือการกินอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูงเป็นประจำก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นกัน

การกินลูกชิ้นยังสามารถอยู่ในมื้ออาหารได้ หากเลือกอย่างเหมาะสม เช่น กินในปริมาณพอดี สลับกับอาหารประเภทอื่น เพิ่มผักและแหล่งโปรตีนที่หลากหลาย และเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหาร

เรื่องบอแรกซ์ในลูกชิ้นจึงไม่ใช่การกลัวลูกชิ้นทุกชนิด แต่เป็นการเข้าใจว่าสารบางอย่างไม่ควรถูกนำมาใช้กับอาหาร แม้จะช่วยปรับปรุงรูปลักษณ์หรือเนื้อสัมผัสได้ก็ตาม การเลือกอาหารจากแหล่งที่ไว้ใจได้และการกินอย่างสมดุล เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้เรายังกินอาหารที่ชอบได้อย่างสบายใจ

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 65 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยจากแผงหนังสือสู่หน้าจอ ย้อนเส้นทาง 5 หนังสือพิมพ์ไทยรู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟เตือนคนรักปลา เปิดบัญชีปลาถูกคุมเข้ม ซื้อ–เลี้ยงพลาดเสี่ยงคุก ปรับล้าน ปล่อยน้ำโทษพุ่ง 2 ล้านเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1สวิตช์ไฟเหลือง อย่าเพิ่งขัด เฉลยสาเหตุจริง พร้อมวิธีทำความสะอาด ก่อนพลาดเรื่องความปลอดภัย10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กยูเนสโกยกย่อง ร.9 ครบ 100 ปี พระมหากษัตริย์นักพัฒนา จากโครงการนับพันสู่มรดกความคิดโลกเห็นว่าน่ารัก แต่อาจเลี้ยงไม่ได้ เช็กกฎหมายสัตว์ป่า 5 กลุ่มเลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวไขความลับวิศวกรรมพันปี เบื้องหลังความคงทนของ “กำแพงเมืองจีน” ที่สร้างโดยไร้เครื่องจักรหนักย้อนดูยุค 90 กว่าจะจบปริญญาตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่ (ปี 2535–2540)
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จากแผงหนังสือสู่หน้าจอ ย้อนเส้นทาง 5 หนังสือพิมพ์ไทยสวิตช์ไฟเหลือง อย่าเพิ่งขัด เฉลยสาเหตุจริง พร้อมวิธีทำความสะอาด ก่อนพลาดเรื่องความปลอดภัยเมื่อผืนป่าโอบกอดโขลงใหญ่ ภาพมุมอบอุ่นของช้างป่ากุยบุรีในวันฝนพรำเห็นว่าน่ารัก แต่อาจเลี้ยงไม่ได้ เช็กกฎหมายสัตว์ป่า 5 กลุ่มดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จากแผงหนังสือสู่หน้าจอ ย้อนเส้นทาง 5 หนังสือพิมพ์ไทยเห็นว่าน่ารัก แต่อาจเลี้ยงไม่ได้ เช็กกฎหมายสัตว์ป่า 5 กลุ่มไขความลับวิศวกรรมพันปี เบื้องหลังความคงทนของ “กำแพงเมืองจีน” ที่สร้างโดยไร้เครื่องจักรหนักโรโดเดนดรอน (Rhododendron) กุหลาบพันปีแห่งเทือกเขาหิมาลัย ดอกไม้ที่เหมือนกับมงกุฎสีแดงสดท่ามกลางยอดเขาสูง
ตั้งกระทู้ใหม่