5 ประเทศผู้ส่งออกเส้นผมมนุษย์ดิบรายใหญ่ของโลก
ผมที่ตัดทิ้งอาจเดินทางไกลกว่าตัวเรา
เส้นผมที่ถูกกวาดทิ้งตามร้านตัดผมอาจดูไม่มีค่า แต่ในตลาดโลก ผมหนึ่งมัดสามารถผ่านหลายประเทศ ก่อนกลายเป็นวิก ผมต่อ หรือชิ้นผมที่มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ความยาว และขั้นตอนการแปรรูป
ข้อมูลปี 2024 จาก World Integrated Trade Solution หรือ WITS ของธนาคารโลก ซึ่งอ้างอิงฐานข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของ UN Comtrade ระบุอันดับประเทศผู้ส่งออกสินค้าในพิกัด HS 0501 หรือ “เส้นผมมนุษย์และเศษเส้นผมที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป” ดังนี้
อันดับ 1 อินเดีย
อินเดียส่งออกเส้นผมดิบมูลค่าประมาณ 185.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,000 ล้านบาท ปริมาณประมาณ 3.49 ล้านกิโลกรัม นำห่างอันดับสองอย่างชัดเจน
เส้นผมจากอินเดียมีหลายแหล่ง ทั้งผมที่ถูกรวบรวมจากชุมชน ร้านตัดผม และผมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีโกนศีรษะตามสถานที่ทางศาสนาบางแห่ง ผมยาวที่ตัดรวบเป็นมัดและไม่ผ่านการฟอก ย้อม หรือดัด มักเหมาะกับการนำไปผลิตสินค้าที่ต้องการเส้นผมแข็งแรงและจัดเรียงไปในทิศทางเดียวกัน
ศรัทธาอาจจบลงที่สถานที่ประกอบพิธี แต่การเดินทางของเส้นผมเพิ่งเริ่มต้น
อันดับ 2 ปากีสถาน
ปากีสถานส่งออกประมาณ 3.40 ล้านกิโลกรัม มูลค่าราว 5.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณเกือบเท่าอินเดีย แต่มูลค่าต่างกันมาก
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าเส้นผมทุกกิโลกรัมไม่ได้มีราคาเท่ากัน ผมยาวที่ตัดรวบเป็นมัดและจัดโคนกับปลายไว้อย่างเป็นระเบียบ ย่อมมีมูลค่าต่างจากเศษผมสั้นหรือผมที่ต้องใช้เวลาแกะ คัด และจัดเรียงใหม่
ในปี 2024 ตลาดส่งออกสำคัญของปากีสถานสำหรับสินค้าพิกัดนี้ ได้แก่ จีน ไทย เมียนมา เยอรมนี และมาเลเซีย โดยไทยนำเข้าจากปากีสถานประมาณ 758,793 กิโลกรัม มูลค่าราว 1.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กระสอบใหญ่จึงไม่ได้แปลว่าแพงเสมอไป
อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา
สหรัฐฯ ส่งออกเส้นผมดิบมูลค่าประมาณ 1.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 59,541 กิโลกรัม
อันดับนี้ไม่ได้หมายความว่าชาวอเมริกันตัดผมขายกันเป็นล่ำเป็นสัน เพราะตัวเลขการส่งออกอาจรวมสินค้าที่ถูกรวบรวม คัดแยก นำเข้าแล้วส่งออกต่อ หรือจัดจำหน่ายโดยผู้ค้าระหว่างประเทศ
ประเทศหนึ่งจึงสามารถเป็นทั้งผู้นำเข้า ตลาดบริโภค ศูนย์กระจายสินค้า และผู้ส่งออกในเวลาเดียวกัน โดยปลายทางหลักของการส่งออกจากสหรัฐฯ ในปี 2024 คือจีน ซึ่งรับสินค้าไปประมาณ 39,289 กิโลกรัม
อันดับ 4 บราซิล
บราซิลส่งออกประมาณ 8,651 กิโลกรัม มูลค่าราว 819,120 ดอลลาร์สหรัฐ แม้ปริมาณต่ำกว่าหลายประเทศ แต่มูลค่าเฉลี่ยต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอันดับอื่น
ความแตกต่างนี้อาจสะท้อนองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ความยาว สภาพเส้นผม วิธีรวบรวม การคัดเกรด และตลาดปลายทาง จึงไม่ควรใช้ปริมาณเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าสินค้าจากประเทศใดมีมูลค่าสูงกว่า
ส่วนคำว่า “Brazilian Hair” ที่ปรากฏในตลาดผมต่อ อาจถูกใช้เป็นชื่อทางการค้าเพื่อสื่อถึงลักษณะสินค้า เช่น ความหนา ความนุ่ม หรือรูปแบบลอน จึงไม่ควรถือเป็นหลักฐานยืนยันแหล่งกำเนิดโดยอัตโนมัติ ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลประเทศต้นทางจากผู้ขายเพิ่มเติม
อันดับ 5 เมียนมา
เมียนมาส่งออกเส้นผมดิบมูลค่าประมาณ 709,410 ดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 75,432 กิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม บทบาทของเมียนมาในห่วงโซ่อุปทานเส้นผมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งออกวัตถุดิบจากภายในประเทศ เพราะในปีเดียวกัน เมียนมานำเข้าเส้นผมและเศษเส้นผมที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปมากถึง 5.39 ล้านกิโลกรัม มูลค่าประมาณ 20.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่มาจากอินเดียและปากีสถาน
ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าเมียนมาอาจมีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่รวบรวม คัดแยก หรือแปรรูปเบื้องต้น ก่อนส่งวัตถุดิบเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปในประเทศอื่น
แล้วทำไมจีนไม่ติดอันดับนี้?
คำตอบคือ เรากำลังนับเฉพาะสินค้าพิกัด HS 0501 ซึ่งเป็นเส้นผมและเศษเส้นผมที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป ไม่ได้รวมวิก ผมต่อ หรือเส้นผมที่ผ่านการจัดเตรียมสำหรับผลิตสินค้าแล้ว
เมื่อเส้นผมถูกคัด ทำความสะอาด ฟอกสี จัดเรียง หรือเตรียมสำหรับทำวิก สินค้าอาจถูกบันทึกอยู่ในพิกัดการค้าอื่น เช่น HS 6703 สำหรับเส้นผมที่ผ่านการจัดเตรียมแล้ว
ข้อมูลปี 2024 ระบุว่า จีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับสองของโลกในหมวด HS 6703 ด้วยมูลค่าประมาณ 209.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองจากอินเดีย จึงสะท้อนว่าจีนมีบทบาทเด่นในห่วงโซ่การผลิตขั้นต่อมา แม้ไม่ติด 5 อันดับแรกของการส่งออกผมดิบในพิกัด HS 0501
พูดง่าย ๆ คือ ประเทศหนึ่งอาจป้อนวัตถุดิบ อีกประเทศทำหน้าที่คัดและเตรียมเส้นผม ส่วนอีกประเทศรับช่วงผลิตเป็นวิกหรือผมต่อสำเร็จรูป
เส้นผมหนึ่งมัดจึงอาจมีหลายสัญชาติ มันอาจถูกตัดในประเทศหนึ่ง ถูกคัดแยกในอีกประเทศ ก่อนผ่านโรงงานและติดแบรนด์จากตลาดปลายทาง
เราเห็นเพียงวิกหนึ่งหัว แต่เบื้องหลังมีทั้งคนตัดผม คนรับซื้อ คนคัดเส้น ช่างทำสี คนงานโรงงาน และผู้ค้าระหว่างประเทศอยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน
REFERENCES:
https://wits.worldbank.org/trade/comtrade/en/country/ALL/year/2024/tradeflow/Exports/partner/WLD/product/050100
https://wits.worldbank.org/trade/comtrade/en/country/PAK/year/2024/tradeflow/Exports/partner/ALL/product/050100
https://wits.worldbank.org/trade/comtrade/en/country/USA/year/2024/tradeflow/Exports/partner/ALL/product/050100
https://wits.worldbank.org/trade/comtrade/en/country/MMR/year/2024/tradeflow/Imports/partner/ALL/product/050100
https://wits.worldbank.org/trade/comtrade/en/country/ALL/year/2024/tradeflow/Exports/partner/WLD/product/670300
เขียนโดย poomkum
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
ไส้กรอกอีสานทำไมต้องใส่ข้าว
ทำไมเราถึงจำความฝันตัวเองไม่ได้?
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
ส่องแนวทางเลขเด็ดงวดนี้! "เจ้าพ่อปากแดง" และ "เจ้าแม่ตะเคียน" มาแล้ว คอหวยห้ามพลาด
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
5 ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ: อันดับ 1 ใหญ่กว่าดาวพุธ
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
10 ประโยคขอเป็นแฟนสไตล์วัยรุ่นยุคนี้ จากคนคุยให้กลายเป็นคนรัก
มหาวิทยาลัยไทยที่มีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
รู้ยัง “อำเภอ” ในไทยที่มีชื่อเป็น “สัตว์” ชนิดต่างๆ
ตำนานครกกระเดื่องหรือครกมอง ครกตำข้าวโบราณ เคยเป็นสถานที่หนุ่มสาวพบกัน
ไส้กรอกอีสานทำไมต้องใส่ข้าว
พึ่ง กับ เพิ่ง ต่างกันอย่างไร? คำไหนถูก ใช้แทนกันได้หรือไม่
เปิด 5 มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษา กัมพูชาเรียนมากที่สุดในไทย
5 ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ: อันดับ 1 ใหญ่กว่าดาวพุธ
รู้ยัง “อำเภอ” ในไทยที่มีชื่อเป็น “สัตว์” ชนิดต่างๆ




