เพ่งจอนาน ๆ ทำไมเราถึงลืมกะพริบตา?
ทำไมเวลา "เพ่งหน้าจอนาน ๆ" เราถึงลืมกะพริบตาโดยไม่รู้ตัว?
เมื่อก่อนผมก็คิดว่าอาการตาแห้ง แสบตา หรือปวดตาหลังใช้คอมพิวเตอร์ทั้งวัน น่าจะเป็นเพราะจอสว่างเกินไป หรือสายตาเริ่มมีปัญหา
แต่พอได้ลองหาข้อมูลจริง ๆ กลับเจอเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้น...
เวลาที่เราตั้งใจจ้องหน้าจอมาก ๆ สมองจะทำให้เรากะพริบตาน้อยลง "โดยไม่รู้ตัว"
พอรู้แล้วก็ถึงบางอ้อเลยครับ เพราะแทบทุกคนเคยเป็น แต่ไม่เคยสังเกตตัวเองมาก่อน
หลายคนโทษหน้าจอ แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "จำนวนครั้งที่เรากะพริบตา"
ปกติแล้ว คนเราจะกะพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที เพื่อให้น้ำตากระจายเคลือบผิวดวงตา ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น มองเห็นชัด และชะล้างฝุ่นละอองเล็ก ๆ ออกไป
แต่เมื่อเราเริ่มจดจ่อกับการอ่าน การเล่นเกม การทำงาน หรือไถมือถือ สมองจะพยายามรักษาภาพตรงหน้าให้ต่อเนื่องที่สุด จึงลดการกะพริบตาลงโดยอัตโนมัติ
บางช่วงอาจเหลือเพียงประมาณ 5-7 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น
ฟังดูเหมือนลดลงนิดเดียว แต่ผลที่ตามมากลับชัดมาก เพราะทุกครั้งที่ไม่กะพริบตา น้ำตาที่เคลือบดวงตาจะค่อย ๆ ระเหยออกไป
พอระเหยเร็วขึ้น ดวงตาก็เริ่มแห้ง แสบ เคือง มองไม่คม บางคนถึงกับรู้สึกปวดหัวหรือเมื่อยล้าสายตา ทั้งที่คิดว่าตัวเองแค่นั่งทำงานเฉย ๆ
ยิ่งเพ่งนาน ดวงตายิ่งมีเวลาระเหยน้ำตา จึงเกิดอาการตาแห้งได้ง่าย
ผมว่ามันเหมือนเวลารดน้ำต้นไม้ครับ
ถ้าเราหมั่นรดทีละนิด ดินก็จะชุ่มอยู่เสมอ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน น้ำก็แห้ง ดินก็แข็ง
ดวงตาของเราก็คล้ายกัน การกะพริบตาแต่ละครั้งเหมือนเป็นการเติม "ฟิล์มน้ำตา" ใหม่ให้เคลือบผิวตาอยู่ตลอดเวลา
เพราะฉะนั้น หากต้องนั่งหน้าจอนาน ๆ ลองใช้วิธีง่าย ๆ ดังนี้
- กะพริบตาให้สุดเป็นระยะ อย่าปล่อยให้เป็นการกะพริบครึ่งเดียว
- ใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที มองไกลประมาณ 20 ฟุต (ราว 6 เมตร) เป็นเวลา 20 วินาที
- ตั้งจอให้ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย เพื่อลดการเปิดตากว้างเกินไป
- ถ้าห้องแห้งมาก อาจใช้น้ำตาเทียมตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
หลังจากรู้เรื่องนี้ ผมเริ่มจับสังเกตตัวเอง เวลาทำงานเพลิน ๆ จะรู้เลยว่าแทบไม่ได้กะพริบตาเลยจริง ๆ
ทุกวันนี้แค่เตือนตัวเองให้กะพริบตาบ่อยขึ้น ก็ช่วยให้ตาล้าน้อยลงกว่าที่คิด
เรื่องเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสังเกต กลับส่งผลกับดวงตาที่เราใช้งานทุกวันแบบไม่น่าเชื่อเลยครับ
อ้างอิง
- American Academy of Ophthalmology (AAO)
- American Optometric Association (AOA)
- Tear Film & Ocular Surface Society (TFOS DEWS II)
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
ดราม่าโฆษณาครีมกันแดดกัมพูชา ใช้ภาพ “ลามีน ยามาล” ด้วย AI จนถูกตั้งคำถามเรื่องลิขสิทธิ์และสีผิว
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ไม่ต้องไป สน. อีกต่อไป! เช็คประวัติอาชญากรรมออนไลน์ www.crd.go.th สะดวก รวดเร็ว รับผลทางอีเมล
บังเอิญหรือคำนวณไว้แล้ว? "Joan Ginther" หญิงผู้ถูกรางวัลใหญ่ 4 งวดซ้อน 20 ล้านดอลลาร์
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
รดน้ำต้นไม้เวลาไหนดี
"กลิ่นปริศนา" ไร้ที่มา (ธูป/ดอกไม้/น้ำหอม) แต่ละกลิ่นแปลว่าสิ่งใดมาหา?
ทำไม "หูฟัง" ถึงต้องมีตัวอักษร L กับ R?
🥇 ทำไมแค่ Restart แล้วหาย?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่
ซอสมะเขือเทศเคยเป็นยา จริงแค่ไหน
ปลานิล…ปลาใกล้ตัวที่คุณค่าทางโภชนาการไม่ธรรมดา คุณค่าทางอาหารจัดว่าดีเทียบเคียงกับปลาแซลมอน




