รับน้องสยองขวัญกับวิญญาณอาถรรพ์สาวผมยาว

เสียงรถบัสคันเก่าแล่นผ่านถนนลูกรัง ท่ามกลางสายหมอกยามเย็น บรรดานักศึกษาปีหนึ่งกว่าแปดสิบคนพากันหัวเราะและพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น เพราะคืนนี้เป็นวันกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นที่ค่ายแห่งหนึ่งซึ่งอยู่กลางป่าบนภูเขา และห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร
หนึ่งในนักศึกษานั้นคือ บาส เด็กหนุ่มปีหนึ่ง ผู้เงียบขรึมแต่เป็นคนช่างสังเกต เขาเลือกที่จะนั่งริมหน้าต่าง มองป่าไม้ที่ค่อย ๆ กลืนแสงสุดท้ายของวัน
"คืนนี้สนุกแน่!" เพื่อนชื่อ เอก พูดพร้อมเสียงหัวเราะ
แต่คนขับรถกลับพูดเสียงเบาๆ ว่า "ถ้าได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ...อย่าขานรับเด็ดขาด"
ทุกคนต่างพากันหัวเราะ คิดว่าเป็นเรื่องเล่าเอาไว้ขู่เด็กใหม่
มีเพียงบาสคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทั้งตัว
และเมื่อรถเดินทางมาถึงค่าย รุ่นพี่ได้จัดพิธีรับน้องตามปกติ ทั้งร้องเพลง เล่นเกม และเล่าเรื่องผีรอบกองไฟ
มีรุ่นพี่คนหนึ่งเล่าเรื่องตำนานว่า...
"เมื่อยี่สิบปีก่อน เคยมีการรับน้องที่นี่ มีนักศึกษาปีหนึ่งเสียชีวิตทั้งกลุ่ม เพราะทำพิธีบางอย่างผิดพลาด..."
ไม่มีใครเชื่อ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืน
มีเสียงผู้หญิงหัวเราะดังลั่นมาจากในป่า ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่
คืนนั้นเอง รุ่นน้องคนแรกที่ชื่อ "ตั้ม" ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ทุกคนต่างช่วยกันออกตามหา จนมาพบรองเท้าของเขาวางอยู่ที่ริมบ่อน้ำ และพบศพในตอนเช้า...
ใบหน้าดูซีดขาว ดวงตาเบิกโพลง ราวกับตกใจกับอะไรบางอย่างก่อนที่จะเสียชีวิต
ตำรวจได้สรุปว่าเขาอาจจะลื่นตกน้ำ
แต่บาสกลับเห็นบางอย่าง
ที่ต้นไม้เหนือศพนั้น มันมีรอยมือเปื้อนโคลนอยู่หลายสิบรอย เหมือนมีคนปีนลงมาจากต้นไม้
ในคืนที่สอง..
รุ่นน้องอีกคนก็ได้ยินเสียงแม่เรียกจากในป่า
เขารีบวิ่งออกมาจากเต็นท์ พอเช้าวันรุ่งขึ้น ก็พบศพแขวนอยู่บนต้นไทรสูง ทั้งๆ ที่ไม่มีทางปีนขึ้นไปได้
ทุกคนต่างเริ่มหวาดกลัว บางคนอยากจะกลับบ้าน
แต่รถบัสเจ้ากรรมมันกลับสตาร์ตไม่ติด มือถือทุกเครื่องก็ไม่มีสัญญาณ เหมือนค่ายรับน้องแห่งนี้ถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก
บาสเริ่มสังเกตว่า ทุกคืนก่อนมีคนตาย จะมีหญิงสาวชุดนักศึกษาผมยาว เดินเพ่นพ่านผ่านท้ายแถว
แต่เมื่อหันกลับไปมองอีกครั้ง เธอก็จะหายไป
คืนหนึ่ง เขาได้ตัดสินใจเดินตามเธอเข้าไปในป่า
หญิงสาวหยุดอยู่ที่หน้าศาลไม้เก่าๆ ก่อนหันกลับมา
ใบหน้าซีกหนึ่งยังคงดูสวยงาม แต่อีกซีกหนึ่งเน่าเปื่อยจนมองเห็นกระดูก
เธอพูดได้เพียงคำเดียว "ช่วยฉัน..." ก่อนร่างนั้นจะหายไป
บาสพยายามค้นหาประวัติของค่ายนี้จากห้องเก็บของเก่า เขาก็ได้พบกับสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง
พบว่าเมื่อยี่สิบปีก่อน มีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งได้จัดพิธีรับน้องอย่างรุนแรง และมีนักศึกษาหญิงที่ชื่อ แพรว ถูกบังคับให้เดินเข้าป่าเพียงคนเดียวตามลำพัง ในตอนกลางคืน
เธอได้หายตัวไป และหลายวันต่อมาจึงพบว่าเธอกลายเป็นศพ
แต่คดีดังกล่าวถูกปิดเงียบ และไม่มีใครรับผิดชอบ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกปีที่มีการรับน้องที่ค่ายแห่งนี้ จะมีนักศึกษาเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งคน
บาสเชื่อว่า วิญญาณของแพรวไม่ได้ต้องการจะฆ่าใคร
แต่กำลังตามหาคนที่ทำให้เธอตาย
ทว่า...วิญญาณกลับแยกไม่ออกว่าใครกันแน่คือผู้กระทำผิด
ความแค้นจึงถูกสะสมเรื่อยมา และตกไปยังเด็กปีหนึ่งทุกคน
คืนนั้น รุ่นพี่ออกมายอมรับและสารภาพว่า
คณะยังคงสืบทอด "พิธีรับน้องลับ" มาหลายรุ่น เพื่อปิดบังความจริงในอดีต
ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีลมพัดอย่างแรงจนดับกองไฟทั้งหมด
มีเสียงร้องไห้ของผู้หญิงปริศนาดังก้องทั่วป่า
และมีเงาดำหลายสิบร่างเดินออกมาจากความมืด
พวกมันคือวิญญาณของนักศึกษาที่เสียชีวิตจากการรับน้องตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
ความโกลาหลได้เริ่มขึ้น รุ่นน้องต่างวิ่งหนีแตกกระเจิง เสียงกรีดร้องดังลั่นไม่หยุด
ทีละคน...
ทีละคน...
ทุกคนต่างหายไปในความมืด
เหลือเพียงบาสกับเพื่อนไม่กี่คนเท่านั้น
บาสนำเอาสมุดบันทึกเก่าๆ ไปเผาต่อหน้าศาล พร้อมกล่าวความจริงทั้งหมดแทนผู้ที่ไม่เคยยอมรับผิด
เขาได้ประกาศรายชื่อของผู้เสียชีวิตทุกคน และขอให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นได้รับความยุติธรรม
ลมที่พัดอย่างรุนแรงเริ่มค่อย ๆ สงบลงขึ้นมาทันตา
หญิงสาวในชุดนักศึกษาก็ปรากฏตัวมาให้เห็นอีกครั้ง
คราวนี้ใบหน้าของเธอกลับยิ้มแย้ม
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนสลายร่างไปพร้อมแสงแรกของรุ่งอรุณ
โดยเหตุการณ์ในคืนนั้นได้ถูกบันทึกว่าทั้งหมดมันเป็นอุบัติเหตุ
ไม่มีใครพูดถึงวิญญาณ
ไม่มีใครพูดถึงศาลกลางป่า
และค่ายรับน้องแห่งนั้นกลับถูกปิดตาถาวร
หนึ่งปีต่อมา..
บาสได้กลายเป็นรุ่นพี่ไปแล้ว
ในวันที่เขารับน้อง ได้พูดกับน้องใหม่เพียงประโยคเดียวเท่านั้น
"มหาวิทยาลัยควรเป็นที่แห่งการเริ่มต้น ไม่ใช่ที่สร้างความหวาดกลัว"
ทุกคนต่างพากันปรบมือ
แต่เมื่อบาสเดินผ่านกระจกหน้าตึก เขาได้เห็นหญิงสาวชุดนักศึกษายืนอยู่ข้างหลัง
ยิ้มให้เขาเพียงครู่เดียว ก่อนที่จะหายไป และได้ทิ้งคำถามเอาไว้ว่า...
วิญญาณของเธอจากไปจริงๆ แล้ว หรือเพียงแค่กำลังเฝ้ามองอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง...
เขียนโดย Mac Casanova
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
เขื่อนภูมิพล มากกว่าแค่เขื่อนผลิตไฟฟ้า
กะเหรี่ยงโบราณ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
Sorry for bringing money to your country. “ขอโทษนะที่เอาเงินมาให้ประเทศเธอ”
เจลาโต้ไม่ได้แพงเพราะชื่อ ไอติมกะทิก็ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคม
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
ผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
ไก่มองเห็นโลกแบบไหน? ดวงตาเล็ก ๆ ที่รับรู้สีและแสงได้มากกว่าที่เราคิด
กะเหรี่ยงโบราณ
Sorry for bringing money to your country. “ขอโทษนะที่เอาเงินมาให้ประเทศเธอ”
😯 ชวนเข้ามาดูกันต่อกับเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ด้วยภาพถ่ายหายากที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 6) 😆
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ผ้าคาดปลายเตียงโรงแรม มีไว้ทำอะไรกันแน่
เปิดโลกสัตว์ตั้งท้องที่นานที่สุด บางชนิดอุ้มลูกนาน 5 ปี กว่าจะได้เห็นหน้าลูก
ทำไมรถไฮบริดหลายคันไม่มีเข็มวัดรอบ แล้วถ้าเครื่องยนต์เร่งรอบสูง จะรู้ได้อย่างไร
ใครกำลังแอบส่อง Facebook ของเราอยู่? ความจริงที่หลายคนอยากรู้ แต่ Facebook ไม่เคยเปิดให้ดู
ทำไมเมืองไทยมีถังขยะข้างชักโครก แต่ต่างประเทศทิ้งกระดาษลงโถได้