ทำไมกลิ่นตัวถึงถูกเรียกว่า “กลิ่นเต่า”
คำว่า “กลิ่นเต่า” เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกกลิ่นตัวมาอย่างยาวนาน ทั้งที่ในความเป็นจริงหลายคนอาจไม่เคยดมกลิ่นของเต่าด้วยซ้ำ จึงเกิดคำถามว่าทำไมกลิ่นตัวถึงถูกนำไปเปรียบกับสัตว์ชนิดนี้ เรื่องนี้มีทั้งคำอธิบายจากภาษา ความเชื่อ และธรรมชาติของสัตว์ที่น่าสนใจ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า กลิ่นตัวของคนเกิดจากเหงื่อเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เหงื่อที่ออกจากต่อมเหงื่อทั่วไปแทบไม่มีกลิ่น แต่เมื่อเหงื่อจากต่อมอะโพไครน์ซึ่งอยู่บริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรือรอบหัวนม ถูกแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยสลาย ก็จะเกิดสารประกอบที่มีกลิ่นเฉพาะตัวขึ้น กลิ่นที่เกิดขึ้นจึงแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม การดูแลสุขอนามัย อาหาร ยา และฮอร์โมน
ส่วนคำว่า “กลิ่นเต่า” มีการอธิบายไว้หลายแนวทาง แนวทางแรกเชื่อว่ามาจากลักษณะของเต่าบางชนิด โดยเฉพาะเต่าน้ำที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำขังหรือโคลน เมื่อจับตัวขึ้นมาจะมีกลิ่นเฉพาะที่เกิดจากทั้งตัวสัตว์และสภาพแวดล้อม กลิ่นอาจออกแนวอับ ฉุน หรือคล้ายโคลนชื้น คนโบราณจึงนำมาเปรียบกับกลิ่นตัวของคนที่มีกลิ่นแรง
อีกแนวทางหนึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการป้องกันตัวของเต่าบางชนิด ซึ่งสามารถปล่อยสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นฉุนออกมาเมื่อรู้สึกถูกคุกคาม แม้เต่าที่พบทั่วไปจะไม่ได้ทำเช่นนี้ทุกชนิด แต่ภาพจำเรื่องสัตว์ที่มีกลิ่นแรงก็อาจถูกถ่ายทอดต่อกันมา จนกลายเป็นสำนวนติดปาก
นักภาษาศาสตร์บางส่วนมองว่าคำว่า “กลิ่นเต่า” เป็นการเปรียบเปรยมากกว่าจะหมายถึงกลิ่นของเต่าจริง ๆ เพราะภาษาไทยมีการใช้ชื่อสัตว์มาเปรียบเทียบลักษณะของคนอยู่บ่อยครั้ง เช่น ตาเหยี่ยว ใจเสือ หรือปากนกแก้ว ดังนั้นคำว่าเต่าอาจเป็นเพียงภาพแทนของกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในยุคสมัยนั้น
เมื่อมองในแง่วิทยาศาสตร์ กลิ่นตัวเกิดจากสารหลายชนิด เช่น กรดไขมันและสารประกอบกำมะถันที่แบคทีเรียสร้างขึ้นหลังย่อยสลายเหงื่อ สารเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของกลิ่นรักแร้ที่หลายคนคุ้นเคย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมีกลิ่นเหมือนสัตว์ชนิดใดโดยตรง เพียงแต่สมองของคนมักใช้การเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายกลิ่น
คนที่มีเหงื่อออกมากไม่ได้หมายความว่าจะมีกลิ่นตัวเสมอไป บางคนเหงื่อเยอะแต่แทบไม่มีกลิ่น ขณะที่บางคนเหงื่อออกไม่มากแต่กลับมีกลิ่นชัด เนื่องจากจำนวนและชนิดของแบคทีเรียบนผิวหนังแตกต่างกัน รวมถึงองค์ประกอบของเหงื่อที่แต่ละคนผลิตออกมาก็ไม่เหมือนกัน
อาหารก็มีผลต่อกลิ่นตัวเช่นกัน การรับประทานกระเทียม หัวหอม เครื่องเทศบางชนิด หรือการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก อาจทำให้กลิ่นตัวเปลี่ยนไปได้ นอกจากนี้โรคบางชนิด เช่น เบาหวาน โรคตับ หรือโรคไต ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นตัวที่ผิดปกติจนควรได้รับการตรวจจากแพทย์
การลดกลิ่นตัวทำได้โดยอาบน้ำให้สะอาด เน้นทำความสะอาดบริเวณรักแร้ เปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อเปียกเหงื่อ ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือสารลดเหงื่อตามความเหมาะสม รวมถึงเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หากดูแลสุขอนามัยแล้วแต่ยังมีกลิ่นตัวรุนแรงผิดปกติ หรือมีเหงื่อออกมากจนรบกวนการใช้ชีวิต ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
แม้คำว่า “กลิ่นเต่า” จะเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายในภาษาไทย แต่ในปัจจุบันก็มีคนมองว่าคำนี้อาจทำให้ผู้ที่มีปัญหากลิ่นตัวรู้สึกอับอาย เพราะกลิ่นตัวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนและมีปัจจัยทางชีววิทยาเกี่ยวข้องไม่น้อย การพูดถึงปัญหานี้ด้วยความเข้าใจและไม่ล้อเลียนกัน จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า
สรุปแล้ว คำว่า “กลิ่นเต่า” น่าจะเกิดจากการเปรียบเทียบของคนไทยในอดีตกับกลิ่นเฉพาะของเต่าหรือภาพจำเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้ มากกว่าจะหมายความว่ากลิ่นตัวของคนเหมือนกลิ่นเต่าจริง ๆ ส่วนสาเหตุของกลิ่นตัวนั้นอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ว่าเกิดจากการทำงานร่วมกันของเหงื่อ แบคทีเรีย และปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล จึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถดูแลและลดความรุนแรงได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
ชีวิตแรกบนโลก หน้าตาเป็นอย่างไร
10 ดอกไม้มีประโยชน์ในไทย กินได้ ใช้เป็นสมุนไพร และสร้างรายได้
ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม”
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคม
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
รู้จักชาวกะเหรี่ยงให้มากกว่าภาพจำ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
พระโสดาบัน ผู้เข้าสู่กระแสแห่งความพ้นทุกข์
กลัวคำยาว แต่ชื่อโรคยาวกว่า
เปิดรายได้คนขายลอตเตอรี่ กำไรต่อใบเท่าไร เดือนหนึ่งเหลือเงินจริงกี่บาท?
10 พืชพันธุ์ที่เหมาะกับการเลี้ยงวัวมากที่สุด
ทำไมสมองของมนุษย์ถึงสร้าง “ความหลงใหล” ให้เรามองเห็นคนที่ชอบดูดีขึ้น 200%?
ไม่ต้องผสมพันธุ์ซ้ำก็ออกลูกได้! เคล็ดลับอายุหลายล้านปีที่ทำให้แมลงสาบครองโลก
คนทำงานยุคใหม่ควรมีทักษะอะไรบ้าง? เมื่อความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
จากภูเขาน้ำแข็งกรีนแลนด์ สู่แก้วค็อกเทลดูไบ ธุรกิจขาย "ความเย็น 100,000 ปี" ที่ถูกคนด่าทั้งโลก! 