หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดอกไม้ไฟวันชาติ เริ่มดังกลางสงคราม

เขียนโดย evileyes

คืนวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1777 ท้องฟ้าเหนือเมืองฟิลาเดลเฟียสว่างขึ้นจากดอกไม้ไฟ เสียงระเบิดดังปะปนกับเสียงระฆังและเสียงปืนใหญ่ ผู้คนออกมาร่วมฉลองวันครบรอบการประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ประเทศใหม่นี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเอาชนะสงครามได้หรือไม่

งานฉลองครั้งนั้นเกิดขึ้นเพียงหนึ่งปีหลังสภาภาคพื้นทวีปรับแก้และรับรองคำประกาศอิสรภาพเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 สหรัฐอเมริกาในเวลานั้นยังไม่ได้เป็นประเทศที่มั่นคง มีเมืองหลวงถาวร หรือมีกองทัพที่เหนือกว่าคู่ต่อสู้ แต่กำลังทำสงครามกับจักรวรรดิอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางทหารของโลก

การจัดงานใหญ่ในสถานการณ์เช่นนั้นจึงไม่ใช่แค่การสนุกสนาน มันคือการประกาศต่อประชาชนและฝ่ายตรงข้ามว่า แนวคิดเรื่องประเทศใหม่ยังไม่หายไปไหน

กลางวันเริ่มด้วยเสียงปืนใหญ่

บันทึกจากหนังสือพิมพ์ในยุคนั้นเล่าว่า ช่วงเที่ยงวัน เรือรบและเรือแกลลีย์ในแม่น้ำเดลาแวร์ถูกนำมาเรียงหน้าตัวเมือง เรือแต่ละลำประดับธงและริ้วสีของสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่

เวลาประมาณบ่ายโมง เรือรบยิงปืนใหญ่ลำละ 13 นัด ส่วนเรือแกลลีย์ทั้ง 13 ลำยิงลำละหนึ่งนัด เลข 13 ไม่ได้เลือกมาโดยบังเอิญ แต่ใช้แทนอาณานิคมทั้ง 13 แห่งที่ประกาศแยกตัวจากอังกฤษและรวมกันเป็นรัฐใหม่

เสียงปืนใหญ่ในวันนั้นมีความหมายต่างจากเสียงปืนในสนามรบ แม้จะใช้ดินปืนเหมือนกัน แต่ครั้งนี้เสียงระเบิดถูกใช้แทนการเฉลิมฉลอง การยืนยันตัวตน และการแสดงความพร้อมเพรียงของรัฐทั้ง 13 แห่ง

สมาชิกสภาและแขกคนสำคัญร่วมรับประทานอาหาร มีการบรรเลงดนตรี ดื่มอวยพรให้เอกราช ให้กองทัพ และให้ผู้ที่เสียชีวิตในการต่อสู้ บรรยากาศเต็มไปด้วยพิธีการแบบที่คนในยุคนั้นคุ้นเคย แต่เปลี่ยนผู้รับคำสรรเสริญจากกษัตริย์อังกฤษมาเป็นประเทศใหม่ของตนเอง

เมื่อค่ำลง เสียงระฆังดังทั่วเมือง อาคารและบ้านเรือนจุดแสงไฟประดับ จนเมืองฟิลาเดลเฟียสว่างกว่าคืนปกติ จากนั้นการแสดงดอกไม้ไฟเริ่มขึ้นบนพื้นที่สาธารณะของเมือง

ดอกไม้ไฟเริ่มด้วยจรวด 13 ลูก และปิดการแสดงด้วยจรวดอีก 13 ลูก เลขเดิมถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อย้ำภาพของรัฐทั้ง 13 แห่งที่ยืนอยู่ร่วมกัน

ดอกไม้ไฟยุคนั้นไม่ได้มีสีสันซับซ้อนเหมือนปัจจุบัน

ผู้ชมในปี 1777 คงไม่ได้เห็นดอกไม้ไฟสีแดง ขาว และน้ำเงินเต็มท้องฟ้าแบบงานวันชาติสหรัฐฯ ในยุคใหม่ ดอกไม้ไฟช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ส่วนใหญ่อาศัยประกายไฟสีขาว สีทอง หรือสีส้มจากดินปืน การทำให้เกิดสีสดหลากหลายด้วยสารประกอบโลหะยังไม่แพร่หลาย

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ชมในเวลานั้นจึงเป็นเสียงดัง แสงวาบ เส้นไฟที่พุ่งขึ้นฟ้า และการระเบิดเหนือเมือง มากกว่าลวดลายหรือสีที่ประณีต

การจุดดอกไม้ไฟก็ไม่ใช่ประเพณีที่ชาวอเมริกันคิดขึ้นใหม่ ชาวอาณานิคมรับวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองด้วยปืนใหญ่ กองไฟ ระฆัง และแสงไฟมาจากยุโรป เดิมทีพิธีเหล่านี้มักใช้ในวันพระราชสมภพของกษัตริย์ งานแต่งงานของราชวงศ์ หรือชัยชนะทางทหาร

เมื่อชาวอาณานิคมเลิกยอมรับอำนาจของพระเจ้าจอร์จที่ 3 พวกเขาไม่ได้ทิ้งรูปแบบการฉลองเดิมทั้งหมด แต่เปลี่ยนความหมายของมัน จากงานถวายพระเกียรติให้กษัตริย์ กลายเป็นงานฉลองอิสรภาพจากกษัตริย์

ภาพที่คุ้นตาในวันชาติสหรัฐฯ จึงมีรากมาจากพิธีของโลกเก่าที่ถูกนำมาปรับใช้กับประเทศใหม่

ความคิดเรื่องการฉลองด้วยแสงไฟเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว

หลังจากสภาลงมติเห็นชอบการแยกตัวจากอังกฤษเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 จอห์น แอดัมส์ เขียนจดหมายถึงอบิเกล ภรรยาของเขา เขาคาดว่าวันประกาศอิสรภาพในอนาคตจะถูกฉลองด้วยขบวนแห่ การแข่งขัน เสียงปืน ระฆัง กองไฟ และแสงประดับทั่วทั้งทวีป

แอดัมส์ทายรูปแบบงานฉลองได้ใกล้เคียงอย่างมาก แต่ทายวันที่ผิด เขาเชื่อว่าวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่สภาลงมติเรื่องเอกราช จะกลายเป็นวันสำคัญที่สุด ขณะที่คนรุ่นหลังกลับเลือกวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ข้อความคำประกาศอิสรภาพได้รับการรับรองและเผยแพร่

อีกจุดที่มักถูกเล่าแบบรวบรัดคือ วันที่ 4 กรกฎาคมเป็นวันลงนามคำประกาศอิสรภาพ ความจริงแล้วผู้แทนส่วนใหญ่ไม่ได้ลงนามพร้อมกันในวันนั้น การลงนามฉบับที่เขียนบนแผ่นหนังเกิดขึ้นเป็นหลักในวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1776 และยังมีบางคนลงชื่อภายหลัง

ดังนั้น งานที่ฟิลาเดลเฟียในปี 1777 จึงตรงกับวันครบรอบการรับรองคำประกาศอิสรภาพ มากกว่าจะเป็นวันครบรอบที่ผู้แทนทุกคนลงนามเอกสารพร้อมกัน

ปีแรกของงานฉลองไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองสงบ

กองทัพของจอร์จ วอชิงตันเพิ่งผ่านฤดูหนาวที่ยากลำบาก กำลังพลขาดแคลนทั้งอาหาร เสื้อผ้า และเงินเดือน อังกฤษยังควบคุมเมืองสำคัญและมีกองเรือที่แข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ยิ่งกว่านั้น เพียงไม่กี่เดือนหลังงานดอกไม้ไฟ กองทัพอังกฤษก็เคลื่อนเข้ายึดฟิลาเดลเฟีย สมาชิกสภาต้องออกจากเมืองและย้ายสถานที่ประชุม สถานที่ซึ่งเคยสว่างไสวด้วยการฉลองเอกราชจึงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของศัตรูในปีเดียวกัน

เหตุการณ์นี้ทำให้งานวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1777 ดูต่างจากงานวันชาติในเวลาต่อมา ผู้ร่วมงานไม่ได้ฉลองชัยชนะที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ฉลองสิ่งที่พวกเขายังต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อให้เกิดขึ้นจริง

พวกเขาจุดดอกไม้ไฟก่อนจะรู้ผลของสงคราม

เมืองบอสตันก็มีการฉลองและจุดดอกไม้ไฟในวันเดียวกัน แต่รายละเอียดของงานที่ฟิลาเดลเฟียถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน ทั้งเรือประดับธง ปืนใหญ่ 13 นัด งานเลี้ยง ระฆัง แสงไฟทั่วเมือง และจรวดดอกไม้ไฟที่เปิดกับปิดด้วยเลข 13 ทำให้งานนี้มักถูกมองว่าเป็นต้นแบบของการฉลองวันที่ 4 กรกฎาคมในเวลาต่อมา

หลังสงคราม ประเพณีดังกล่าวค่อย ๆ กระจายไปตามเมืองและรัฐต่าง ๆ รูปแบบเปลี่ยนไปตามยุคสมัย มีขบวนพาเหรด การกล่าวสุนทรพจน์ งานชุมชน การแข่งขันกีฬา การปิกนิก และคอนเสิร์ตเพิ่มเข้ามา แต่เสียงระฆัง ปืนใหญ่ และดอกไม้ไฟยังคงอยู่เป็นเวลานาน

ทุกวันนี้ ดอกไม้ไฟวันชาติอาจถูกมองเป็นความบันเทิงประจำปีที่จัดตามสวนสาธารณะ ริมแม่น้ำ หรือสนามกีฬา แต่การแสดงครั้งแรก ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นหลังประเทศสร้างเสร็จแล้ว มันเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศยังเป็นเพียงคำประกาศ ความหวัง และกองทัพที่กำลังต่อสู้อย่างหนัก

แสงบนฟิลาเดลเฟียในคืนนั้นจึงไม่ได้มีไว้บอกว่าสหรัฐอเมริกาชนะแล้ว แต่มีไว้บอกว่าผู้คนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจจะเดินหน้าต่อ แม้ยังไม่มีใครรับประกันได้ว่าประเทศที่พวกเขากำลังฉลองจะอยู่รอดถึงปีถัดไป

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูงเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทโรงแรมดังในอดีต หายไปไหน? ย้อนดู 3 ตำนาน วันนี้พื้นที่เดิมกลายเป็นอะไรไทยขาดดุลจีนพุ่ง แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าไทยขาดทุนให้จีนทั้งหมด5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อย5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ6 พิธีกรชื่อดัง ค่าตัวต่ออีเวนต์แตกต่างกันอย่างไร ใครเรตสูงแค่ไหน?30 ล้านครัวเรือนเตรียมรับความคุ้มครอง! รัฐบาลเดินหน้าประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เรื่องนี้คนไทยควรรู้อะไรบ้าง?แม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำ8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงินรางวัลที่ 1 เลขซ้ำ 5 หลัก เกิดยากแค่ไหนในทางสถิติกาแฟสูตรเดิม แต่ทำไมพอใส่ “แก้วโปรด” แล้วอร่อยขึ้น?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศบริจาคที่ดิน 90 ไร่ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ให้กรมการแพทย์สร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมพัทยาซอย 6 และซอย 7 จึงอาจถูกกำหนดเป็นพื้นที่ Off-Limits สำหรับทหารสหรัฐฯ?เปิดงบกองทัพสหรัฐ อาวุธ เรือรบ เครื่องบิน และกำลังพล ใช้เงินส่วนไหนมากที่สุด🫁 ก่อนเราจะเลือก “เอาหรือไม่เอา” ร่างกายอาจลงคะแนนไปแล้วส่วนหนึ่ง — แค่เปลี่ยนลมหายใจก็ทำให้สมองมองรางวัลไม่เหมือนเดิม🔢 วันเกิดโดราเอมอนมีเลขหนึ่งชุดซ่อนอยู่ แล้วมันไม่ได้หยุดแค่วันที่ 3 กันยายน
ตั้งกระทู้ใหม่