หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไมชาวเซอร์เบียบอกว่าเด็กแรกเกิดน่าเกลียด

เขียนโดย nantana

เวลาไปเยี่ยมเด็กแรกเกิด คนส่วนใหญ่มักชมว่าเด็กน่ารัก หน้าตาดี จมูกโด่ง หรือโตขึ้นต้องสวยหล่อแน่นอน แต่ในความเชื่อพื้นบ้านบางพื้นที่ของเซอร์เบีย คำชมแบบนี้กลับเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนพยายามหลีกเลี่ยง

แทนที่จะบอกว่าเด็กน่ารัก พวกเขาอาจพูดตรงกันข้ามว่า “เด็กคนนี้น่าเกลียดจัง” หรือใช้ถ้อยคำเชิงล้อเล่นที่ฟังดูไม่น่าจะเหมาะกับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว

คำพูดนั้นไม่ได้เกิดจากความไม่ชอบเด็ก และไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกพ่อแม่ แต่เป็นวิธีป้องกันเคราะห์ตามความเชื่อเก่าแก่

แนวคิดเบื้องหลังคือ เด็กแรกเกิดยังบอบบางและอาจตกเป็นเป้าของพลังไม่ดีได้ง่าย การกล่าวชมมากเกินไปอาจดึงดูดความอิจฉา สายตาร้าย หรือสิ่งที่มองไม่เห็นให้เข้ามาสนใจเด็ก เมื่อคนรอบข้างแกล้งพูดว่าเด็กไม่น่ารัก สิ่งชั่วร้ายก็อาจมองข้ามไป เพราะคิดว่าเด็กคนนี้ไม่มีอะไรโดดเด่นให้น่าอิจฉา

ความเชื่อลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่อง “ตาร้าย” ซึ่งพบได้ในหลายวัฒนธรรมแถบคาบสมุทรบอลข่าน เมดิเตอร์เรเนียน และตะวันออกกลาง ผู้คนเชื่อว่าสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาหรือความชื่นชมมากเกินไปสามารถนำความเจ็บป่วยหรือโชคร้ายมาสู่ผู้ถูกมองได้ แม้เจ้าของสายตาจะไม่ได้ตั้งใจทำร้ายก็ตาม

สิ่งที่ต้องระวังคือ ธรรมเนียมนี้ไม่ได้หมายความว่าชาวเซอร์เบียทุกคนจะต้องเรียกเด็กว่าน่าเกลียดเสมอไป ความเชื่อแตกต่างกันตามครอบครัว ท้องถิ่น และคนแต่ละรุ่น คนเมืองหรือคนรุ่นใหม่จำนวนมากอาจมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ ขณะที่บางบ้านยังทำตามเพราะรู้สึกว่าไม่เสียหายอะไร

เมื่อมองจากมุมของคนไทย เรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด

ภาษาไทยมีคำชมเด็กว่า “น่าเกลียดน่าชัง” ซึ่งฟังเผิน ๆ เหมือนตำหนิ แต่ความหมายจริงกลับเป็นคำเอ็นดู ผู้ใหญ่สมัยก่อนบางคนก็ไม่ชอบชมเด็กว่าน่ารักหรือสวยหล่อเกินไป เพราะเกรงว่าจะมีสิ่งลี้ลับมาเอาตัวเด็กไป บางบ้านจึงพูดหลอกว่าเด็กขี้เหร่หรือไม่น่ารัก เพื่อไม่ให้ผีหรือสิ่งไม่ดีสนใจ

คำว่า “น่าเกลียดน่าชัง” จึงมีบรรยากาศคล้ายกับธรรมเนียมของเซอร์เบียอย่างน่าประหลาด ทั้งสองวัฒนธรรมใช้คำที่มีความหมายด้านลบมาห่อหุ้มความรักและความห่วงใย ข้างนอกฟังเหมือนคำตำหนิ แต่ข้างในคือความพยายามปกป้องเด็ก

ความคิดแบบนี้เกิดขึ้นได้ง่ายในสังคมยุคที่เด็กแรกเกิดมีความเสี่ยงสูงกว่าปัจจุบัน การเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นเรื่องรุนแรง ขณะที่ความรู้ด้านการแพทย์ยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุของโรคหรือการเสียชีวิตได้ทั้งหมด ผู้คนจึงสร้างพิธี คำพูด และข้อห้ามขึ้นมาเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน

การห้ามชมเด็กอาจไม่ได้ช่วยป้องกันโรคจริง แต่ทำให้ครอบครัวรู้สึกว่าตนยังพอทำอะไรได้บ้างในช่วงที่ทุกคนกังวล การพูดตรงข้ามกับความรู้สึกจึงกลายเป็นเหมือนเกราะทางใจของพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่

นอกจากคำพูดแล้ว บางวัฒนธรรมยังมีวิธีป้องกันตาร้ายด้วยเครื่องราง ด้ายสีแดง ลูกปัด หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ จุดร่วมไม่ได้อยู่ที่รูปแบบของสิ่งของ แต่อยู่ที่ความเชื่อว่าเด็กไม่ควรถูกเปิดเผยต่อคำชมและสายตาของคนอื่นมากเกินไป

เมื่อธรรมเนียมเหล่านี้เดินทางผ่านกาลเวลา ความหมายก็ค่อย ๆ เปลี่ยน จากเรื่องที่ผู้คนเคยเชื่ออย่างจริงจัง อาจกลายเป็นคำพูดติดปากหรือมุกในครอบครัว ผู้ใหญ่บางคนอาจพูดว่าเด็กน่าเกลียดโดยไม่ได้คิดถึงตาร้ายแล้ว เพียงทำตามสิ่งที่เคยได้ยินจากปู่ย่าตายาย

ปัญหาอาจเกิดขึ้นเมื่อคนนอกไม่รู้บริบท นักท่องเที่ยวหรือแขกต่างชาติที่ได้ยินคนพูดว่าเด็กน่าเกลียดอาจตกใจ คิดว่าครอบครัวไม่พอใจหน้าตาของเด็ก หรือเข้าใจว่าผู้พูดเสียมารยาท ทั้งที่คนในครอบครัวอาจรับรู้ตรงกันว่านั่นคือคำแสดงความเอ็นดูและความปรารถนาดี

ในทางกลับกัน คนที่เติบโตมากับความเชื่อนี้อาจไม่สบายใจเมื่อแขกชมเด็กแรงเกินไป แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีเจตนาร้ายก็ตาม ความแตกต่างเล็ก ๆ ทางภาษาเช่นนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า คำเดียวกันอาจมีความหมายตรงข้ามได้เมื่ออยู่ในคนละวัฒนธรรม

คำว่า “น่าเกลียด” ในสถานการณ์ทั่วไปอาจเป็นคำดูถูก แต่เมื่อพูดกับทารกในบ้านที่ยึดถือธรรมเนียมเก่า มันกลับหมายถึง “เรารักเด็กคนนี้มากจนไม่อยากให้สิ่งใดมาทำร้าย”

เรื่องนี้ยังบอกด้วยว่า ความรักไม่ได้แสดงออกผ่านคำหวานเสมอไป บางครั้งมันซ่อนอยู่ในคำพูดประหลาด พิธีเล็ก ๆ หรือข้อห้ามที่คนภายนอกฟังแล้วไม่เข้าใจ การเรียกเด็กว่าน่าเกลียดในเซอร์เบียจึงไม่ใช่การปฏิเสธความน่ารักของเด็ก แต่เป็นการชมแบบอ้อมที่สุดเท่าที่ความเชื่อของครอบครัวจะอนุญาต

เนื้อหาโดย: nantana
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 77 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งดราม่าบัตรประชาชน "ด.ช.ล้ำค่า": วรรณยุกต์ลอยจนไวรัล ก่อนเฉลยว่าต้นตออยู่ที่ใบเกิดสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทยเสือตกถัง–ติ๊ก ฮีโร่ งวด 1 พ.ย. 69 เทียบเลขวงกลมสองสี เลขเด่นตารางกากบาท และชุดเลขสองหลักปภ. โอนเยียวยาน้ำท่วมรอบ 30 ต.ค. 38,194 ครัวเรือน 284.8 ล้าน: เช็กบัญชีพร้อมเพย์ตั้งแต่ 11 โมงเปิดอันดับสนามบินผู้โดยสารมากที่สุดในโลก สนามบินไทยอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ระดับโลก ?เปิดความหมาย "วินีลกะ" ศัพท์ธรรมะที่โซเชียลเตือนว่าอย่าเสิร์ช หากใจไม่ถึงระวังติดตาเลขลับมีที่มา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเขียนมือ เน้นเลขล่างพร้อมจุดสังเกตจากต้นฉบับหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน🇱🇦 ทำไมปี 2026 ประเทศลาวจึงกลายเป็นประเทศที่นานาชาติจับตามอง?มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ศาลตายาย คือใคร บรรพบุรุษหรือเจ้าของที่ดิน ทำไมคนไทยต้องตั้งไว้หน้าบ้าน?เสือตกถัง–ติ๊ก ฮีโร่ งวด 1 พ.ย. 69 เทียบเลขวงกลมสองสี เลขเด่นตารางกากบาท และชุดเลขสองหลักเปิดอันดับสนามบินผู้โดยสารมากที่สุดในโลก สนามบินไทยอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ระดับโลก ?เปิดความหมาย "วินีลกะ" ศัพท์ธรรมะที่โซเชียลเตือนว่าอย่าเสิร์ช หากใจไม่ถึงระวังติดตาเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันปภ. โอนเยียวยาน้ำท่วมรอบ 30 ต.ค. 38,194 ครัวเรือน 284.8 ล้าน: เช็กบัญชีพร้อมเพย์ตั้งแต่ 11 โมง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สัตว์ชนิดไหนเร็วที่สุดในโลก ? คำตอบต่างกันเมื่อวัดบนบก ในน้ำ และกลางอากาศศาลตายาย คือใคร บรรพบุรุษหรือเจ้าของที่ดิน ทำไมคนไทยต้องตั้งไว้หน้าบ้าน?🇱🇦 ทำไมปี 2026 ประเทศลาวจึงกลายเป็นประเทศที่นานาชาติจับตามอง?เปิด 3 จุดปลูก ต้นเล็บครุฑ เสริมมงคลรับทรัพย์ ปลูกตรงไหนให้บ้านร่มเย็น?
ตั้งกระทู้ใหม่