หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 สถานที่ที่เคยโด่งดังที่สุดในยุค 80–90 ก่อนค่อยๆ หายไปจากชีวิตคนไทย


เขียนโดย C lover

ในวันที่ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีโซเชียลมีเดีย และการเดินห้างถือเป็นกิจกรรมพิเศษ สถานที่บางแห่งไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัยเด็ก นัดแรก และวันหยุดของคนทั้งครอบครัว

บางแห่งถูกรื้อจนไม่เหลือร่องรอย บางแห่งยังมีอาคารตั้งอยู่ แต่บรรยากาศเดิมได้หายไปแล้ว เหลือเพียงชื่อที่พอเอ่ยขึ้นมา คนยุคหนึ่งก็พร้อมเล่าเรื่องได้ทันที

 

1. แดนเนรมิต อาณาจักรแห่งความฝันกลางลาดพร้าว

สำหรับเด็กไทยยุค 80–90 การได้ไปแดนเนรมิตแทบไม่ต่างจากการไปต่างประเทศ ปราสาทเทพนิยาย ชิงช้าสวรรค์ รถไฟเหาะ เรือไวกิ้ง และบ้านผีสิง คือภาพจำที่ทำให้หลายคนนอนไม่หลับตั้งแต่คืนก่อนเดินทาง

สวนสนุกแห่งนี้เปิดในช่วงกลางทศวรรษ 1970 และได้รับความนิยมอย่างมากเพราะตั้งอยู่ในเมือง เดินทางสะดวก ก่อนปิดตัวเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 หลังหมดสัญญาเช่าที่ดิน เครื่องเล่นส่วนใหญ่ถูกรื้อออก เหลือเพียงปราสาทที่ยังยืนเตือนความทรงจำว่า ครั้งหนึ่งตรงนี้เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กนับล้านคน

 

2. โรงหนังสยามลิโดสกาลา  สามทหารเสือแห่งสยามสแควร์

ก่อนยุคโรงหนังมัลติเพล็กซ์ การไปดูหนังที่สยามไม่ใช่แค่ซื้อบัตรแล้วเดินเข้าโรง แต่คือการแต่งตัวออกจากบ้าน นัดเพื่อนหน้าป้ายหนัง และยืนอ่านรอบฉายจากตัวอักษรที่จัดด้วยมือ

โรงหนังเครือเอเพ็กซ์ทั้งสยาม ลิโด และสกาลา กลายเป็นศูนย์รวมของวัยรุ่น นักศึกษา และคนรักภาพยนตร์หลายรุ่น โรงหนังสยามสูญเสียไปจากเหตุเพลิงไหม้ในปี 2553 ลิโดหยุดฉายภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ ส่วนสกาลาปิดตัวในปี 2563 ก่อนอาคารถูกรื้อในเวลาต่อมา ปิดฉากยุคที่การเข้าโรงหนังให้ความรู้สึกเหมือนเข้าร่วมพิธีพิเศษมากกว่ากิจกรรมธรรมดา 

 

3. ไทยไดมารู ราชดำริ ห้างทันสมัยที่คนมาดูบันไดเลื่อน

ไทยไดมารูเคยเป็นภาพแทนของความทันสมัย เปิดบริการที่ราชดำริใน พ.ศ. 2507 และเป็นห้างแห่งแรก ๆ ที่ทำให้คนไทยตื่นตากับบันไดเลื่อน บางครอบครัวพาลูกเข้าเมืองเพียงเพื่อทดลองยืนบนขั้นบันไดที่เคลื่อนขึ้นลงได้เอง

เมื่อเข้าสู่ยุค 80–90 ห้างยังคงเป็นแหล่งซื้อสินค้านำเข้า อาหารญี่ปุ่น และของใช้ที่ดูหรูหรากว่าร้านทั่วไป แต่เมื่อพื้นที่ราชประสงค์พัฒนาเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ รูปแบบการจับจ่ายเปลี่ยนไป ชื่อไทยไดมารูจึงค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเป็นตำนานของห้างญี่ปุ่นที่เคยทำให้คนไทยรู้จักโลกค้าปลีกสมัยใหม่

 

4. ห้างนิวเวิลด์ บางลำพู  “พารากอน” ของคนย่านพระนคร

ก่อนจะกลายเป็นอาคารร้างที่มีภาพบ่อน้ำและฝูงปลาเผยแพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ต นิวเวิลด์เคยเป็นห้างใหญ่ที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของบางลำพู

วัยรุ่นมาซื้อเสื้อผ้า เดินเล่น กินอาหาร และหลบร้อน ขณะที่ร้านค้ารอบย่านก็ได้อาศัยกระแสคนจากห้าง อาคารส่วนหนึ่งถูกสั่งปิดและปล่อยร้างยาวนาน จนความรุ่งเรืองกลายเป็นภาพลึกลับ คนในชุมชนยังจดจำสถานที่แห่งนี้ว่าเคยยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากห้างระดับแนวหน้าของยุคปัจจุบัน 

 

5. เมอร์รี่คิงส์ วังบูรพาห้างของครอบครัวก่อนยุคห้างยักษ์

หากสยามเป็นพื้นที่ของวัยรุ่น วังบูรพาก็เป็นโลกของครอบครัว นักเรียน และคนรักเครื่องใช้ไฟฟ้า เมอร์รี่คิงส์เคยโด่งดังจากสินค้า เครื่องใช้ภายในบ้าน ร้านอาหาร และกิจกรรมบันเทิงที่ดึงคนให้เข้ามาใช้เวลาได้ทั้งวัน

ในยุคทอง ห้างไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ซื้อของ แต่เป็นเวทีจัดรายการและกิจกรรมที่มีผู้ชมแน่นขนัด ทว่าเมื่อศูนย์การค้ารุ่นใหม่ขยายตัวออกไปตามย่านต่าง ๆ ความนิยมของแหล่งการค้าเก่ากลางพระนครก็ค่อย ๆ ลดลง เมอร์รี่คิงส์จึงเหลืออยู่ในความทรงจำของคนที่เคยนั่งรถเมล์เข้าเมืองเพื่อเที่ยวห้างในวันหยุด

 

6. ศาลาเฉลิมไทย โรงหนังใหญ่ที่หายไปเพื่อเปิดวิวโลหะปราสาท

ศาลาเฉลิมไทยเคยเป็นโรงมหรสพและโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีที่นั่งประมาณ 1,200 ที่ และเคยนำความบันเทิงรูปแบบใหม่ ทั้งข้าวโพดคั่ว ไอศกรีม และภาพยนตร์สามมิติมาสู่ผู้ชมชาวไทย

ในช่วงปลายยุค 80 คณะรัฐมนตรีมีมติให้รื้ออาคาร เนื่องจากตั้งบดบังทัศนียภาพวัดราชนัดดาและโลหะปราสาท การแสดงละครเรื่อง พันท้ายนรสิงห์ ถูกจัดขึ้นเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย ก่อนโรงมหรสพซึ่งอยู่คู่ถนนราชดำเนินเกือบ 40 ปีจะหายไปใน พ.ศ. 2532 ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นลานมหาเจษฎาบดินทร์

 

7. โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล  รีสอร์ตกลางเมืองที่เหลือเพียงต้นไม้บางต้น

ก่อนย่านสยามและราชประสงค์จะเต็มไปด้วยอาคารกระจก โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัลเคยตั้งอยู่ท่ามกลางสวนขนาดใหญ่ บรรยากาศสงบจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ

โรงแรมแห่งนี้เป็นสถานที่จัดงานแต่ง งานเลี้ยง และรับรองแขกระดับประเทศ คนจำนวนมากจดจำอาคารทรงไทย สนามหญ้า และบ่อน้ำที่แยกโลกภายในออกจากการจราจรด้านนอก เมื่อพื้นที่ถูกพัฒนาเป็นศูนย์การค้าสยามพารากอน โรงแรมจึงถูกปิดและรื้อถอน ตำนานรีสอร์ตกลางเมืองค่อย ๆ เหลือเพียงภาพถ่ายกับเรื่องเล่าของผู้ที่เคยเข้าไปสัมผัส

 

8. ตลาดนัดสนามหลวง ต้นกำเนิดความคึกคักก่อนย้ายสู่จตุจักร

สนามหลวงเคยเต็มไปด้วยเต็นท์ผ้าใบ แผงหนังสือเก่า เสื้อผ้า ของสะสม อาหาร และสินค้าจากทั่วประเทศ ทุกวันหยุดผู้คนหลั่งไหลมาเดินต่อราคา ท่ามกลางแดดร้อนและฝุ่น แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ตลาดในอาคารเลียนแบบไม่ได้

เมื่อกรุงเทพฯ เตรียมพื้นที่สำหรับงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ผู้ค้าถูกย้ายมายังย่านพหลโยธินอย่างถาวรเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2525 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “ตลาดนัดจตุจักร” แม้ตลาดจะไม่ได้หายไป แต่ภาพตลาดนัดขนาดมหึมากลางสนามหลวงก็กลายเป็นฉากหนึ่งที่ไม่มีวันกลับมา

 

9. กาดสวนแก้ว เชียงใหม่ ห้างใหญ่ที่เคยเป็นหัวใจของเมืองเหนือ

เปิดในช่วงต้นทศวรรษ 1990 กาดสวนแก้วเคยเป็นศูนย์การค้าขนาดมหึมาที่รวมโรงแรม โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร และร้านค้าหลากหลายไว้ในอาคารเดียว สำหรับคนเชียงใหม่ การมาเดินกาดสวนแก้วคือกิจกรรมประจำวันหยุด ส่วนคนต่างจังหวัดก็มักแวะที่นี่เมื่อเดินทางเข้าเมือง

หลังเปิดมานานกว่า 30 ปี ห้างเริ่มเผชิญการแข่งขันจากศูนย์การค้ารุ่นใหม่ ปัญหาสภาพคล่อง และผลกระทบจากโควิด-19 จนประกาศปิดกิจการใน พ.ศ. 2565 ทิ้งอาคารขนาดใหญ่ไว้พร้อมความรู้สึกว่า แลนด์มาร์กที่เคยดูไม่มีวันหลับใหลกลับเงียบลงได้จริง ๆ

 

10. ร้านเช่าวิดีโอและโรงหนังชั้นเดียวประจำอำเภอ สถานที่นัดพบที่หายไปพร้อมม้วนเทป

สถานที่นี้อาจไม่มีชื่อเดียวกันทั่วประเทศ แต่คนยุค 80–90 แทบทุกจังหวัดเคยมี “ร้านเช่าวิดีโอเจ้าประจำ” หรือโรงหนังเก่าแก่เพียงแห่งเดียวในเมือง

เย็นวันศุกร์ ผู้คนจะยืนเลือกปกหนังจากชั้น หยิบม้วน VHS กลับไปดูทั้งครอบครัว ส่วนหน้าโรงหนังก็เต็มไปด้วยป้ายวาดมือ รถขายลูกชิ้น และเด็กที่มารอหนังรอบค่ำ เมื่อแผ่นซีดี อินเทอร์เน็ต และสตรีมมิงเข้ามา ร้านเหล่านี้จึงทยอยปิดอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้ถูกรื้อพร้อมข่าวใหญ่ แต่หายไปทีละร้าน จนวันหนึ่งเราพบว่าสถานที่ที่เคยรู้จักรสนิยมหนังของคนทั้งชุมชนไม่เหลืออยู่อีกแล้ว

 

สถานที่หายไป แต่ความรู้สึกยังอยู่

สิ่งที่ทำให้สถานที่เหล่านี้พิเศษอาจไม่ใช่ความใหญ่โตหรือทันสมัยที่สุด หากเป็นเพราะผู้คนต้อง “ตั้งใจเดินทางไปหา”

ต้องนัดเวลากันล่วงหน้า ยืนรอหน้าห้าง ซื้อตั๋วที่ช่องกระจก และถ่ายภาพโดยไม่รู้ว่าจะได้เห็นรูปอีกครั้งเมื่อไร เมื่อสถานที่เหล่านั้นหายไป จึงไม่ได้มีเพียงอาคารที่ถูกทุบหรือกิจการที่ปิดตัว แต่ยังมีวิถีชีวิตแบบหนึ่งหายตามไปด้วย

สำหรับคนรุ่นใหม่ ชื่อเหล่านี้อาจเป็นเพียงเรื่องเล่า แต่สำหรับคนที่เคยไปมาแล้ว เพียงได้ยินคำว่า “แดนเนรมิต” “สกาลา” หรือ “ไทยไดมารู” ภาพวันเก่า ๆ ก็อาจย้อนกลับมาชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
C lover's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 41 ครั้ง
เขียนโดย C lover
ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: C lover
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลือกถังดับเพลิงให้เหมาะกับการใช้งานAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569งูหางกระดิ่ง เขย่าหางก่อนฉกจริงไหมเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569อย่าปล่อยชีวิตให้เสียเวลาจนแก่! ถอด 4 บทเรียนเปลี่ยนชีวิตจาก Harvard Commencement Speechมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำเลือกต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน เสริมบรรยากาศให้ร่มรื่น สบายตา และสบายใจไขข้อสงสัยเรื่องเบอร์มงคล: ตัวเลขส่งผลต่อชีวิตเราจริงไหม หรือเป็นแค่ความสบายใจ?เรื่องจริงของ “เวลวิชเซีย” พืชประหลาดที่มีใบเพียงสองใบตลอดชีวิตมีอายุยืนเกินหนึ่งพันปี10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวปลาไหลไฟฟ้า : แบตเตอรี่มีชีวิตแห่งสายน้ำแอมะซอน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 สัตว์หน้าตาแปลกที่สุดในโลก กับการปรับตัวที่ธรรมชาติสร้างขึ้นใช้งานแอร์ต่อเนื่องอย่างไร ไม่ให้ค่าไฟพุ่งและเครื่องเสื่อมก่อนเวลาหุงข้าวยังไงให้สุกพอดีทุกหม้อจังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ลูกชิด เม็ดหวานหนึบจากต้นต๋าว ของอร่อยกลางป่าที่หลายคนเคยเข้าใจผิดใช้งานแอร์ต่อเนื่องอย่างไร ไม่ให้ค่าไฟพุ่งและเครื่องเสื่อมก่อนเวลาก่อนจะมีตัวเลข... มนุษย์นับจำนวนกันอย่างไร?ใครเป็นคนคิดเครื่องหมาย + − × ÷? เรื่องราวเบื้องหลังสัญลักษณ์ที่เราใช้ทุกวัน
ตั้งกระทู้ใหม่