หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มองอุณหภูมิเจลาโตด้วยตาเปล่าได้จริงหรือ

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ถ้าวางเจลาโตสองถ้วยไว้ตรงหน้า ถ้วยหนึ่งเพิ่งนำออกจากตู้แช่ ส่วนอีกถ้วยวางบนโต๊ะมาหลายนาที หลายคนน่าจะแยกออกว่าถ้วยไหนเย็นกว่า เพียงมองจากผิวที่เริ่มมัน ขอบที่ยุบตัว หรือเนื้อที่กำลังไหลลงข้างถ้วย จึงชวนให้สงสัยว่า ดวงตาของเรามองเห็นอุณหภูมิได้จริง หรือเพียงกำลังเดาจากสิ่งอื่นกันแน่

คำตอบสั้น ๆ คือ ตาเปล่าของมนุษย์มองไม่เห็นอุณหภูมิโดยตรง เราไม่สามารถมองเจลาโตแล้วอ่านค่าได้ว่าขณะนี้อยู่ที่กี่องศาเซลเซียส สิ่งที่มองเห็นคือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพซึ่งเกิดตามหลังอุณหภูมิ เช่น ความแข็ง ความเงา การละลาย การเสียรูป และหยดน้ำที่เกาะอยู่บนภาชนะ จากนั้นสมองจึงนำร่องรอยเหล่านี้ไปประเมินว่าเจลาโตน่าจะเย็นจัด กำลังพอดี หรืออุ่นจนเริ่มละลาย

การมองเช่นนี้คล้ายกับการเห็นเสื้อผ้าปลิวแล้วรู้ว่ามีลม เราไม่ได้เห็นตัวลม แต่เห็นผลที่ลมทำกับสิ่งรอบข้าง เมื่อมองเจลาโตก็เช่นกัน เราไม่ได้เห็นความเย็น แต่เห็นสิ่งที่ความเย็นและความร้อนทำกับน้ำ ไขมัน น้ำตาล อากาศ และส่วนประกอบต่าง ๆ ในเนื้อเจลาโต

เหตุผลที่ดวงตาอ่านอุณหภูมิโดยตรงไม่ได้ เกี่ยวข้องกับช่วงคลื่นแสงที่ตามนุษย์รับรู้ วัตถุทุกชนิดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าศูนย์สัมบูรณ์จะแผ่รังสีความร้อนออกมา แต่เจลาโตและวัตถุรอบตัวซึ่งมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมจะแผ่พลังงานส่วนใหญ่อยู่ในย่านอินฟราเรด ดวงตาของคนมองไม่เห็นรังสีช่วงนี้ กล้องถ่ายภาพความร้อนจึงต้องใช้ตัวตรวจจับที่ออกแบบมาสำหรับอินฟราเรด แล้วแปลงข้อมูลเป็นสีที่เรามองเห็นบนหน้าจอ

ภาพสีแดง เหลือง เขียว หรือน้ำเงินจากกล้องความร้อนไม่ใช่สีจริงของอุณหภูมิ แต่เป็นสีที่ระบบกำหนดขึ้นเพื่อช่วยแยกบริเวณร้อนและเย็น หากมองเจลาโตด้วยตาเปล่า เราจะไม่เห็นแสงสีน้ำเงินแผ่ออกมาเหมือนในภาพความร้อน เว้นแต่จะมีแสงสีอื่นส่องอยู่หรือสีของตัวเจลาโตเองเป็นเช่นนั้น

แล้วเราสังเกตอะไรจากเจลาโตได้บ้าง

อย่างแรกคือรูปทรง เจลาโตที่เย็นมากมักรักษารอยปาดและสันบนผิวไว้ได้ดี เมื่อตักขึ้นมา เนื้ออาจตั้งเป็นก้อนได้นานกว่า ส่วนเจลาโตที่ได้รับความร้อนจากอากาศจะค่อย ๆ สูญเสียรูปทรง ขอบมนลง รอยปาดไม่คม และฐานเริ่มแผ่ออก สิ่งเหล่านี้บอกได้ว่ามันกำลังอ่อนตัว แต่ยังไม่สามารถบอกค่าอุณหภูมิที่แน่นอนได้

อย่างที่สองคือความเงาของผิว เมื่อผิวชั้นนอกเริ่มละลาย แสงจะสะท้อนจากของเหลวได้ต่างจากพื้นผิวที่ยังคงเป็นเนื้อกึ่งแข็ง จึงมองเห็นเป็นบริเวณมันหรือชื้นขึ้น หากปล่อยไว้นาน ของเหลวอาจรวมตัวตามร่องแล้วไหลลงด้านข้าง ความเงาจึงเป็นสัญญาณที่ใช้ประเมินการละลายได้ค่อนข้างง่าย แต่ความเงาอาจได้รับอิทธิพลจากสูตร ปริมาณไขมัน น้ำตาล ซอส และแสงภายในร้านด้วย

อย่างที่สามคือความสามารถในการตั้งตัว เจลาโตบางถาดถูกปาดให้เป็นลอนสูง หากอุณหภูมิสูงขึ้นมากเกินไป ลอนเหล่านั้นจะยุบลงอย่างช้า ๆ เนื้ออาจดูเหนียวหรือไหลมากขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าเย็นจัด เนื้ออาจแน่น แข็ง และตักยาก ถึงกระนั้นเราจะรู้ว่าตักยากจริงก็ต่อเมื่อเห็นพนักงานออกแรงตักหรือได้ลองใช้ช้อนเอง การมองภาพนิ่งเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดได้

อย่างที่สี่คือหยดน้ำบนถ้วยหรือกระจกตู้แช่ หยดน้ำเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความเย็นไหลออกมาจากเจลาโต แต่เกิดเมื่อไอน้ำในอากาศสัมผัสพื้นผิวที่เย็นพอจนควบแน่นเป็นของเหลว ถ้วยที่มีหยดน้ำเกาะจึงบอกได้ว่าพื้นผิวถ้วยเย็นกว่าอากาศรอบข้างในระดับหนึ่ง แต่ไม่อาจใช้หยดน้ำเพียงอย่างเดียวระบุว่าเจลาโตด้านในมีอุณหภูมิเท่าไร เพราะความชื้น อุณหภูมิห้อง วัสดุและความหนาของถ้วยล้วนมีผล

ไอสีขาวที่เห็นใกล้ของเย็นจัดก็ทำให้คนสับสนได้เช่นกัน สิ่งที่เห็นไม่ใช่อุณหภูมิและไม่ใช่ไอน้ำล่องหนโดยตรง แต่เป็นละอองน้ำขนาดเล็กหรือผลึกที่เกิดจากความชื้นในอากาศเมื่อบริเวณนั้นเย็นลง เจลาโตทั่วไปอาจไม่ทำให้เกิดหมอกชัดเจนเหมือนน้ำแข็งแห้งหรือไนโตรเจนเหลว การไม่มีไอสีขาวจึงไม่ได้หมายความว่าของหวานไม่เย็น

สีของเจลาโตแทบใช้ตัดสินอุณหภูมิไม่ได้โดยลำพัง สีที่ดูเข้มหรืออ่อนอาจมาจากวัตถุดิบ แสงในร้าน สมดุลสีของกล้อง และระดับความชื้นบนผิว แม้ผิวที่เริ่มละลายอาจดูเข้มขึ้นหรือสดขึ้นเล็กน้อยจากการสะท้อนแสง แต่ก็ไม่มีเกณฑ์สากลว่าสีระดับใดตรงกับอุณหภูมิเท่าไร เจลาโตพิสตาชิโอสองสูตรซึ่งมีอุณหภูมิเท่ากันก็อาจมีสีต่างกันมากได้

สูตรของเจลาโตทำให้การคาดเดาด้วยสายตายิ่งซับซ้อน น้ำตาลไม่ได้มีหน้าที่ให้ความหวานเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อจุดเยือกแข็งและความนุ่ม ไขมัน ของแข็งจากนม เส้นใยจากผลไม้ และปริมาณอากาศในเนื้อก็มีผลต่อการคงรูป เจลาโตสองรสที่วางอยู่ในตู้เดียวกันจึงอาจดูแข็งนุ่มไม่เท่ากัน แม้อุณหภูมิใกล้กัน รสผลไม้ชนิดหนึ่งอาจอ่อนตัวเร็ว ขณะที่รสถั่วหรือช็อกโกแลตยังรักษารอยปาดไว้ได้ดี การตัดสินจากรูปลักษณ์โดยไม่รู้สูตรจึงเป็นเพียงการประมาณ

ภาชนะและตำแหน่งยังหลอกตาได้ เจลาโตในถ้วยโลหะรับและถ่ายเทความร้อนต่างจากถ้วยกระดาษ ส่วนด้านบนที่สัมผัสอากาศย่อมเปลี่ยนสภาพก่อนเนื้อด้านใน เจลาโตหนึ่งถ้วยจึงไม่ได้มีอุณหภูมิเท่ากันทุกจุดเสมอ ผิวอาจเริ่มนิ่มแล้ว แต่ใจกลางยังแข็งอยู่ การมองเฉพาะผิวหน้าจึงบอกสภาพทั้งหมดไม่ได้

ถ้าต้องการรู้ค่าอุณหภูมิจริง จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ เครื่องวัดแบบโพรบสามารถวัดอุณหภูมิภายในเนื้อเจลาโต ณ จุดที่สัมผัส ส่วนเครื่องวัดอินฟราเรดอ่านอุณหภูมิบริเวณพื้นผิวโดยไม่ต้องแตะ แต่ค่าจากพื้นผิวอาจไม่ตรงกับด้านในและต้องใช้อย่างถูกวิธี กล้องถ่ายภาพความร้อนช่วยให้เห็นการกระจายอุณหภูมิบนผิวเป็นบริเวณกว้าง แต่ก็ไม่ได้มองทะลุเข้าไปถึงใจกลางถ้วยตามที่บางคนเข้าใจ

สำหรับคนซื้อเจลาโตทั่วไป ไม่จำเป็นต้องพกเครื่องวัดอุณหภูมิไปหน้าร้าน การใช้สายตาร่วมกับประสบการณ์ก็เพียงพอสำหรับประเมินว่าน่ากินหรือไม่ เจลาโตที่พร้อมเสิร์ฟควรตักได้ เนื้อยังอยู่ทรง และไม่มีของเหลวแยกออกมามากผิดปกติ หลังรับถ้วยแล้วควรกินโดยไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน โดยเฉพาะในอากาศร้อน เพราะผิวด้านนอกสามารถเปลี่ยนสภาพได้รวดเร็ว

หากมีใครบอกว่าสามารถมองเจลาโตแล้วรู้ว่าอยู่ที่อุณหภูมิเท่าไรแบบแม่นยำ คำกล่าวนั้นเกินความสามารถของตาเปล่าไปมาก คนที่ทำงานกับเจลาโตเป็นประจำอาจประเมินช่วงอุณหภูมิได้ดีจากเนื้อสัมผัส รูปทรง และพฤติกรรมขณะตัก แต่นั่นคือทักษะการอนุมานจากประสบการณ์ ไม่ใช่การมองเห็นอุณหภูมิโดยตรง และยังมีโอกาสคลาดเคลื่อนจากสูตรหรือสภาพแวดล้อม

ดังนั้น สิ่งที่เรามองเห็นไม่ใช่ตัวเลขความเย็น แต่เป็นภาษาของเนื้อเจลาโต รอยปาดที่ยังตั้งอยู่ ผิวที่เริ่มเงา ขอบที่ค่อย ๆ ละลาย และหยดน้ำบนถ้วยล้วนกำลังบอกว่าอุณหภูมิมีผลกับมันอย่างไร ดวงตาอ่านภาษานี้ได้คร่าว ๆ ส่วนการรู้ค่าจริงยังต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเครื่องวัด

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 50 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
6 VOTES (3/5 จาก 2 คน)
VOTED: pakpranang, TEN OUT OF TEN
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมไทยชอบขายของ Overpriced? ของแพงเพราะต้นทุน หรือเพราะเรายอมจ่าย?ย้อนรอย 10 วัดร้างในไทย ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง วันนี้เหลืออะไรให้ชมบ้าง5 เรื่องที่ผู้ใหญ่เคย “โกหก” เราตอนเด็ก10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างรู้หรือไม่? "ไอศกรีม" มีจุดเริ่มต้นมาจากการถนอมอาหารเมื่อ 4,000 ปีก่อนสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/6910 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวสวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบันมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบต้นกําเนิดที่แปลกประหลาดของอาหารยอดนิยม“เน่า” กับ “หมัก” ต่างกันอย่างไร? เมื่อมนุษย์เปลี่ยนสิ่งที่เคยกลัวให้กลายเป็นอาหาร4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
3 นกไทยที่สร้างรังใหญ่และอลังการที่สุดซื้อหุ้นครั้งแรกต้องดูอะไรบ้างภูเขาหรือทะเล...ปลายทางแบบไหนที่เหมาะกับคุณทำไมขวดน้ำพลาสติกส่วนใหญ่ถึงมีรอยหยัก?
ตั้งกระทู้ใหม่