หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไม Data Center ถึงใช้น้ำเยอะ ทั้งที่เซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ “ดื่มน้ำ”?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ถ้ามองเข้าไปใน Data Center สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือตู้เซิร์ฟเวอร์เรียงกันเป็นแถว สายไฟ ระบบเครือข่าย และเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

มันไม่ได้ดูเหมือนโรงงานที่ต้องใช้น้ำเป็นวัตถุดิบเลย

เซิร์ฟเวอร์เองก็ไม่ได้ต้องเติมน้ำเพื่อประมวลผลข้อมูล

แล้วทำไมเวลาโครงการ Data Center ขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่ไหน เรื่อง “น้ำ” ถึงมักกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องพูดถึง?

คำตอบอยู่ในสิ่งที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นตลอดเวลาขณะทำงาน

ความร้อน

🔥 ยิ่งประมวลผลมาก ก็ยิ่งมีความร้อนที่ต้องพาออก

เซิร์ฟเวอร์รับพลังงานไฟฟ้าเข้าไปเพื่อประมวลผล เก็บข้อมูล และส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย

สุดท้ายพลังงานส่วนใหญ่ที่เข้าไปในอุปกรณ์เหล่านี้จะกลายเป็นความร้อน ซึ่งต้องถูกนำออกจากบริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง

คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องที่บ้านอาจมีพัดลมเล็ก ๆ ก็พอ

แต่เมื่อมีเซิร์ฟเวอร์นับพันหรือนับหมื่นเครื่องทำงานพร้อมกัน ความร้อนที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นโจทย์ระดับอาคาร

ถ้าระบายออกไม่ทัน อุณหภูมิจะสูงขึ้นจนกระทบต่อประสิทธิภาพ ความเสถียร และอายุการใช้งานของอุปกรณ์

เพราะฉะนั้น Data Center จึงไม่ได้มีแค่ระบบ IT

มันต้องมี “ระบบพาความร้อนออก” ทำงานอยู่ข้างหลังด้วย

💧 แล้วน้ำเข้ามาเกี่ยวตรงไหน?

ระบบระบายความร้อนของ Data Center มีได้หลายแบบ แต่ในระบบที่ใช้น้ำ น้ำจะไม่ได้ถูกส่งเข้าไปให้เซิร์ฟเวอร์ “ดื่ม”

หน้าที่ของมันคือ รับและพาความร้อนออกไปจากบริเวณที่มีอุปกรณ์ IT

ภาพง่าย ๆ คือ

เซิร์ฟเวอร์สร้างความร้อน → ระบบหล่อเย็นรับความร้อน → ความร้อนถูกส่งออกไปนอกอาคาร

ในระบบหนึ่งที่พบได้บ่อย ความร้อนจะถูกส่งผ่านตัวแลกเปลี่ยนความร้อนหรือวงจรน้ำเย็น แล้วเดินทางต่อไปยังอุปกรณ์ด้านนอก เช่น Cooling Tower

ตรง Cooling Tower นี้เอง น้ำบางส่วนสามารถระเหยกลายเป็นไอ เพื่อพาความร้อนออกสู่อากาศ

ดังนั้นน้ำที่ถูกใช้ไม่ได้หายเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์ แต่บางส่วนถูกใช้เป็นตัวช่วยในการนำความร้อนออกจากระบบ

Cooling Tower ทำให้น้ำ “หาย” ไปอย่างไร?

หลักการหนึ่งของ Cooling Tower คือใช้การระเหยของน้ำช่วยดึงความร้อนออก

เมื่อน้ำบางส่วนเปลี่ยนสถานะเป็นไอ มันสามารถพาพลังงานความร้อนออกไปพร้อมกับไอน้ำนั้นได้

จึงต้องมีการเติมน้ำใหม่เข้ามาทดแทนส่วนที่สูญเสียไป

นอกจากนี้ ระบบที่หมุนเวียนน้ำเป็นเวลานานยังอาจต้องระบายน้ำบางส่วนออกเพื่อควบคุมความเข้มข้นของแร่ธาตุและสิ่งเจือปน กระบวนการนี้มักเรียกว่า blowdown

การใช้น้ำของระบบจึงไม่ได้มาจากการระเหยเพียงอย่างเดียว

แต่ปริมาณจริงจะขึ้นอยู่กับการออกแบบและวิธีเดินระบบของแต่ละแห่งด้วย

⚠️ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ Data Center ทุกแห่งที่ใช้น้ำเยอะเท่ากัน

นี่คือ Boundary สำคัญของเรื่องนี้ครับ

การพูดว่า “Data Center ใช้น้ำเยอะ” แล้วเหมารวมทุกแห่งเข้าด้วยกันอาจทำให้เข้าใจผิดได้

เพราะเทคโนโลยีระบายความร้อนมีหลายแบบ

Evaporative cooling ใช้ประโยชน์จากการระเหยของน้ำ จึงมีการใช้น้ำโดยตรงมากกว่าในหลายกรณี

Dry cooling ใช้อากาศเป็นหลักในการระบายความร้อน จึงสามารถลดการใช้น้ำได้มาก

Closed-loop cooling หรือระบบที่ของเหลวหมุนเวียนอยู่ในวงจรปิด สามารถนำของเหลวเดิมกลับมาใช้ซ้ำได้

และบางแห่งก็ใช้ระบบผสม ปรับวิธีระบายความร้อนตามอุณหภูมิและสภาพอากาศในแต่ละช่วง

เพราะฉะนั้นตัวเลขการใช้น้ำของ Data Center สองแห่งที่มีกำลังประมวลผลใกล้กัน อาจต่างกันได้มาก

🧊 แล้ว Liquid Cooling ที่เริ่มใช้กับ AI ล่ะ?

เมื่อชิปสำหรับ AI และงานประมวลผลความหนาแน่นสูงปล่อยความร้อนมากขึ้น เราจึงได้ยินคำว่า liquid cooling บ่อยขึ้น

ชื่อของมันอาจทำให้รู้สึกว่า ยิ่งใช้ของเหลวใกล้ชิปมาก ก็ยิ่งต้องใช้น้ำมาก

แต่จริง ๆ แล้วต้องแยกสองเรื่องออกจากกันครับ

ของเหลวที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ กับ น้ำที่ถูกใช้แล้วสูญเสียออกจากพื้นที่ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ระบบ liquid cooling บางแบบส่งของเหลวไปใกล้ชิปโดยตรง รับความร้อน แล้วนำของเหลวนั้นกลับมาหมุนเวียนใหม่ในวงจรปิด

คำถามสำคัญจึงอยู่ต่อไปอีกขั้นว่า

หลังจากของเหลวรับความร้อนมาแล้ว ระบบเอาความร้อนนั้นทิ้งออกสู่ภายนอกอย่างไร?

ถ้าปลายทางยังใช้ Cooling Tower แบบระเหย ก็ยังมีการใช้น้ำ

แต่ถ้าใช้ dry cooler หรือเทคโนโลยีอื่นที่ไม่ต้องระเหยน้ำมาก การใช้น้ำตรงไซต์ก็อาจลดลงอย่างมากได้

ดังนั้น

Liquid Cooling ไม่ได้แปลว่า “กินน้ำมาก” โดยอัตโนมัติ

ประหยัดน้ำที่สุด ไม่ได้แปลว่าประหยัดไฟที่สุดเสมอ

ตรงนี้ทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้นอีกนิด

น้ำมีคุณสมบัติด้านการถ่ายเทความร้อนที่ดี และการระเหยก็เป็นวิธีพาความร้อนออกที่มีประสิทธิภาพ

ดังนั้นในบางสภาพอากาศ ระบบที่ใช้น้ำอาจช่วยลดพลังงานที่ต้องใช้กับเครื่องทำความเย็นหรือพัดลม

ขณะที่ระบบที่แทบไม่ใช้น้ำเลย อาจต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นเพื่อให้ได้การระบายความร้อนระดับเดียวกัน

เพราะฉะนั้นการออกแบบ Data Center จึงไม่ใช่การแข่งขันว่า

“ใครใช้น้ำน้อยที่สุดชนะ”

แต่ต้องดูทั้งน้ำ พลังงาน สภาพอากาศ ความเสถียรของระบบ และผลกระทบต่อพื้นที่ไปพร้อมกัน

WUE คืออะไร ทำไมเริ่มสำคัญขึ้น?

เวลาพูดถึงประสิทธิภาพของ Data Center หลายคนอาจคุ้นกับ PUE — Power Usage Effectiveness ซึ่งใช้ดูว่าพลังงานทั้งหมดของศูนย์ถูกใช้กับอุปกรณ์ IT มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับระบบสนับสนุน

แต่ในเรื่องน้ำ ยังมีตัวชี้วัดอีกตัวคือ

WUE — Water Usage Effectiveness

แนวคิดคือดูว่า Data Center ใช้น้ำมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับปริมาณงานด้าน IT หรือพลังงานของอุปกรณ์ IT ตามวิธีคำนวณที่กำหนด

ตัวเลขแบบนี้ช่วยให้เราเลิกมองคำว่า “ใช้น้ำเยอะ” แบบลอย ๆ แล้วเริ่มเปรียบเทียบระบบบนฐานเดียวกันมากขึ้น

🇹🇭 แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับไทย?

การเติบโตของ Cloud, AI และบริการดิจิทัล ทำให้มีการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงไทย

แต่โครงการขนาดใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่ที่ดินกับอินเทอร์เน็ต

มันต้องพิจารณาทั้งกำลังไฟฟ้า โครงข่ายไฟ พื้นที่ตั้ง ระบบระบายความร้อน และในบางการออกแบบก็รวมถึงความพร้อมของทรัพยากรน้ำด้วย

รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการพิจารณาโครงการ Data Center ในมิติของ ไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม และความเหมาะสมของพื้นที่ มากขึ้น

มีแนวคิดเรื่องการใช้ข้อมูลทั้งด้านไฟฟ้าและน้ำมาช่วยวางแผนว่าพื้นที่ใดเหมาะกับโครงการประเภทนี้ เพื่อไม่ให้โครงสร้างพื้นฐานไปกดดันพื้นที่ที่มีข้อจำกัดอยู่แล้ว

ตรงนี้ทำให้คำถามเรื่องน้ำไม่ใช่แค่เรื่องว่า

“บริษัทหนึ่งใช้น้ำกี่ลิตร?”

แต่รวมไปถึง

“แหล่งน้ำนั้นมาจากไหน ในฤดูแล้งยังเพียงพอหรือไม่ และการใช้น้ำของโครงการจะกระทบผู้ใช้น้ำรายอื่นหรือเปล่า?”

🌡️ สภาพอากาศก็เปลี่ยนคำตอบได้

Data Center ที่ตั้งอยู่ในประเทศอากาศเย็น กับศูนย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ร้อนชื้น ไม่จำเป็นต้องเลือกเทคโนโลยีแบบเดียวกัน

ในพื้นที่ที่อากาศภายนอกเย็นพอ บางช่วงสามารถนำอากาศภายนอกมาช่วยระบายความร้อนได้โดยตรง ทำให้ลดภาระของระบบทำความเย็น

แต่ในพื้นที่ร้อนหรือมีความชื้นสูง เงื่อนไขจะต่างออกไป

จึงไม่มีระบบเดียวที่สามารถประกาศว่า

“ดีที่สุดสำหรับ Data Center ทุกแห่งบนโลก”

สิ่งที่เหมาะต้องดูร่วมกันทั้งอุณหภูมิ ความชื้น น้ำที่มีอยู่ ราคาพลังงาน ความหนาแน่นของเซิร์ฟเวอร์ และผลกระทบต่อชุมชนรอบพื้นที่

🧩 จริง ๆ แล้ว Data Center ไม่ได้ “กินน้ำ” — มันกำลังหาทางทิ้งความร้อน

ถ้าเปลี่ยนมุมคิดจากคำว่า “คอมพิวเตอร์ใช้น้ำ” เป็นคำว่า “ระบบต้องเอาความร้อนออกไปทางไหน” เรื่องทั้งหมดจะเข้าใจง่ายขึ้นมาก

เซิร์ฟเวอร์รับไฟฟ้า

ทำงานประมวลผล

สร้างความร้อน

แล้วระบบด้านหลังต้องพาความร้อนนั้นออกไปตลอดเวลา

บางแห่งเลือกใช้น้ำช่วย

บางแห่งใช้อากาศ

บางแห่งใช้ของเหลวหมุนเวียนตรงชิป

และหลายแห่งใช้มากกว่าหนึ่งวิธีร่วมกัน

ดังนั้นครั้งต่อไปที่เห็นข่าวว่า Data Center แห่งหนึ่งต้องใช้น้ำจำนวนมาก คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียง

“ทำไมคอมพิวเตอร์ต้องใช้น้ำ?”

แต่คือ

“ระบบนั้นกำลังพาความร้อนออกด้วยวิธีไหน และน้ำที่พูดถึงถูกใช้ตรงส่วนใดของกระบวนการ?”

แหล่งที่มา:
U.S. Department of Energy — Cooling Water Efficiency Opportunities for Federal Data Centers
https://www.energy.gov/cmei/femp/cooling-water-efficiency-opportunities-federal-data-centers

Uptime Institute — Dry cooling energy performance can rival evaporative cooling
https://intelligence.uptimeinstitute.com/resource/dry-cooling-energy-performance-can-rival-evaporative-cooling

Lawrence Berkeley National Laboratory — United States Data Center Energy Usage Report
https://eta-publications.lbl.gov/sites/default/files/2024-12/lbnl-2024-united-states-data-center-energy-usage-report_1.pdf

รัฐบาลไทย — ข้อมูลและแนวทางการพิจารณาการลงทุน Data Center ด้านพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม
https://www.thaigov.go.th/th/news/167442
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“เปิดตำนาน 600 ปีวัดพุทไธศวรรย์ จากวัดคู่กรุงศรีฯ ก่อนถึงคดีดังในวันนี้”“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอมส่องโพยวันพุธก่อนหวยออก! จับตาเลขซ้ำ 10 ปี มีตัวไหนน่าตาม 16 ก.ย. 69เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนเปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!เลขม้าสีหมอก 16/9/69 เปิดแนวทางเด่นบน 4-7 วิ่ง 4 และเด่นล่าง 0-8 วิ่ง 0 พร้อมเลข 2 ตัวครบชุดเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร“ยิงแล้วหนี…แต่หนีไม่พ้น!” สืบกระบี่ไล่ล่า 5 วัน รู้ตัว 2 ผู้ต้องหา ตามยึดรถ-รวบตามหมายจับ ก่อนปิดเกมยึดปืน 2 กระบอก5 พฤติกรรมบนโซเชียลที่กำลังทดสอบเส้นความซื่อสัตย์ของคู่รักครูเกษียณปี 2569 โรงเรียนไหนเยอะที่สุด เปิดข้อมูลล่าสุด พร้อมข้อจำกัดที่ต้องรู้ซุก “ยา” แถม “ปืน” หนุ่มบูมวัย 26 เจอตำรวจเขาพนมบุกค้นเเปิดข้อมูล 5 สัตว์ป่าหายากในไทย ตั้งแต่ควายป่า พญาแร้ง พะยูน เสือโคร่ง และวัวแดง พร้อมสถานการณ์ล่าสุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“ยิงแล้วหนี…แต่หนีไม่พ้น!” สืบกระบี่ไล่ล่า 5 วัน รู้ตัว 2 ผู้ต้องหา ตามยึดรถ-รวบตามหมายจับ ก่อนปิดเกมยึดปืน 2 กระบอก5 พฤติกรรมบนโซเชียลที่กำลังทดสอบเส้นความซื่อสัตย์ของคู่รักอุโมงค์ขุนตาน ขุดผ่านภูเขาหินแข็งยุคไม่มีเครื่องมือไฮเทค ช่างยุคก่อนเขารอดมาได้ยังไง?เเปิดข้อมูล 5 สัตว์ป่าหายากในไทย ตั้งแต่ควายป่า พญาแร้ง พะยูน เสือโคร่ง และวัวแดง พร้อมสถานการณ์ล่าสุดทำไมเรายังมีเซ็กส์กับแฟนเก่า ทั้งที่รู้ว่าความสัมพันธ์อาจจบแบบเดิม“เปิดตำนาน 600 ปีวัดพุทไธศวรรย์ จากวัดคู่กรุงศรีฯ ก่อนถึงคดีดังในวันนี้”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรู้ไอที / เทคโนโลยี
จากเครื่องเดียวทำได้ทุกอย่าง สู่วันที่บางคนอยากแยกนาฬิกา กล้อง และเพลงออกจากมือถืออีกครั้งใช้ AI กันมากขึ้นกว่า 3 เท่า แต่ทำไม 86.4% ยังวัดผลไม่ชัด? เพราะหลายองค์กรอาจเริ่มใช้ก่อนกำหนดว่า “ความสำเร็จคืออะไร”60Hz กับ 144Hz ต่างกันยังไง? ทำไมแค่เลื่อนเมาส์ก็รู้สึกว่าภาพ “ลื่น” ไม่เท่ากันWi‑Fi เต็มขีด แต่เน็ตยังช้าได้ยังไง? เพราะขีดที่เห็นไม่ได้วัดความเร็วอินเทอร์เน็ตโดยตรง
ตั้งกระทู้ใหม่