อาการปวดหัวจี๊ดตอนกินไอศกรีมที่ทำให้เราต้องหยุดชะงักเกิดจากอะไรกันแน่
เคยเป็นกันบ้างไหมเวลาที่อากาศร้อนจัดแล้วนึกอยากหาของเย็นๆ มากินให้ชื่นใจ แต่พอจ้วงไอศกรีมเข้าปากคำโตแบบไม่ยั้งมือ หรือรีบดื่มน้ำปั่นเย็นจัดจนลืมตัว ก็มีอาการแปลกๆ ตีกลับขึ้นมาทันที มันคือความรู้สึกปวดจี๊ดที่แล่นขึ้นไปตรงกลางหัวหรือบริเวณหน้าผากเหมือนมีเข็มเล็กๆ แทงขวับเข้าไปข้างในจนต้องรีบวางช้อนแล้วเอามือกุมขมับไว้ ความรู้สึกนี้แป๊บเดียวมันก็หายไป แต่เล่นเอาเราทำหน้าเหยเกไปไม่ถูกเหมือนกันในช่วงเวลานั้น หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าไอศกรีมแค่นี้ทำไมถึงส่งผลกระทบไปถึงสมองเราได้รวดเร็วขนาดนั้น
หรือว่าจริงๆ แล้วร่างกายเรากำลังบอกอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า ซึ่งถ้าลองคุยกับเพื่อนๆ หลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเคยเจอประสบการณ์แบบนี้มาเหมือนกันหมด จนดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็ต้องเคยผ่านกันมาสักครั้งในชีวิต
ถ้าลองไปหาคำตอบดูจะพบว่าปรากฏการณ์ที่เราเรียกติดปากกันว่าอาการปวดหัวจี๊ดจากการกินของเย็นนั้น ในทางวิทยาศาสตร์มีชื่อเรียกเฉพาะด้วย ซึ่งแม้จะฟังดูเหมือนอาการป่วยร้ายแรงแต่มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางธรรมชาติของร่างกายเรานั่นเอง อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆก็คือ เมื่อของเย็นจัดสัมผัสกับเพดานปากหรือโคนลิ้น ร่างกายจะรับรู้ถึงอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทันที เส้นเลือดที่อยู่บริเวณนั้นจะพยายามสู้ด้วยการขยายตัวและหดตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้เลือดอุ่นๆ ไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้นให้ทัน การเปลี่ยนแปลง
ของหลอดเลือดที่เกิดขึ้นนี้ไปกระตุ้นเส้นประสาทที่เชื่อมโยงความรู้สึกบริเวณใบหน้าและสมอง เข้าใจว่าร่างกายกำลังได้รับสัญญาณผิดปกติบางอย่าง จึงแปลงสัญญาณความรู้สึกนั้นออกมาเป็นความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นไปถึงสมองเพื่อให้เราหยุดกระทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมินั้นเสียก่อน มันจึงเป็นเหมือนระบบความปลอดภัยด่านแรกที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อเตือนไม่ให้เนื้อเยื่อในช่องปากถูกความเย็นจัดทำลายจนเกินไป
มุมมองหนึ่งที่น่าสนใจคือทำไมบางคนถึงเป็นบ่อยกว่าคนอื่น บางคนกินไอศกรีมคำโตแค่ไหนก็ไม่เคยรู้สึกจี๊ดแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่บางคนแค่เลียไอศกรีมเบาๆ ก็เริ่มรู้สึกตึงๆ ที่หัวแล้ว หลายคนตั้งข้อสังเกตว่ามันอาจจะขึ้นอยู่กับความไวของเส้นประสาทในแต่ละคนหรือบางทีก็ขึ้นอยู่กับระดับความเร็วที่เราจัดลำดับการกินเข้าไปด้วย ถ้าหากเราค่อยๆ กินให้ลิ้นได้ปรับอุณหภูมิของหวานเสียก่อน อาการนี้ก็แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย
ซึ่งคนที่ชอบกินแบบใจร้อนอาจจะคุ้นชินกับอาการนี้มากกว่าคนอื่นเสียอีก แต่ก็น่าแปลกที่ความจี๊ดนี้ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต เป็นแค่เพียงอาการชั่วคราวที่ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็หายเป็นปลิดทิ้ง ความน่าสนใจอยู่ตรงที่เรามักจะยอมเรียนรู้บทเรียนเดิมซ้ำๆ คือพอหายปวดปุ๊บ ความอยากของหวานก็กลับมาอีกครั้งจนเผลอกินคำโตเข้าไปอีกรอบจนปวดซ้ำๆ แบบเดิมเสียอย่างนั้น
เรื่องแบบนี้อาจมองได้ว่าเป็นความสนุกเล็กๆ น้อยๆ ที่มาพร้อมกับความอร่อย เหมือนเป็นความท้าทายจังหวะการกินที่ทำให้การกินไอศกรีมมีรสชาติขึ้นมาอีกแบบ บางคนถึงกับมองว่าถ้ากินแล้วไม่รู้สึกถึงความเย็นสุดขั้วจนจี๊ดขึ้นหัวบ้าง ก็เหมือนยังไม่ได้กินของหวานอย่างเต็มอรรถรสเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่าสำหรับใครที่ไม่ชอบความรู้สึกนี้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยอย่างการอมของเย็นไว้ที่ปลายลิ้นก่อนกลืน ให้ความร้อนในปากช่วยปรับอุณหภูมิสักนิด ก็สามารถช่วยเลี่ยงอาการที่ไม่พึงประสงค์นี้ได้ไม่ยาก ซึ่งไม่ว่าใครจะมีมุมมองแบบไหน จะชอบหรือจะเผลอตัวให้ความรู้สึกจี๊ดนี้บ่อยแค่ไหน เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกร็ดความรู้เล็กๆ ที่น่าหยิบมาคุยกันสนุกๆ ในวงเพื่อนฝูงเวลาที่หยิบไอศกรีมขึ้นมาตักแบ่งกันกินในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ เพราะอย่างน้อยเราก็ได้เข้าใจกลไกของร่างกายมากขึ้นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแท้จริงแล้วมันทำงานอย่างไรและเราจะรักษาสมดุลความอร่อยควบคู่ไปกับความสบายของร่างกายได้อย่างไรกันบ้าง
นิ้วกลางเป็นภาษาสากลจริงไหม
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
ความหิวเป็นเหตุ!! หนุ่มหยิบครีมหมักผมที่เมียทิ้งไว้ในตู้เย็นมากิน เพราะคิดว่าเป็นไอศกรีม เกือบสิ้นชื่อ 😌
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/69
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
เลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชค
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
เจลาโตกับไอศครีมต่างกันอย่างไร?
เรื่องจริงของ “เวลวิชเซีย” พืชประหลาดที่มีใบเพียงสองใบตลอดชีวิตมีอายุยืนเกินหนึ่งพันปี
เจลาโต้คืออะไรทำไมถึงแพง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ



