ความลับใต้ผิวหนังปลาสดที่ทำให้จับยากและดิ้นหลุดมือบ่อยๆ
เคยสงสัยกันบ้างไหมเวลาไปเดินตลาดสดแล้วพยายามจะเลือกซื้อปลามาทำมื้อเย็น แต่พอยื่นมือออกไปจับทีไร เจ้าตัวที่ดูสดใหม่กลับดิ้นหลุดมือไปได้ง่ายๆ แถมยังลื่นปรื๊ดจนแทบจะจับไม่อยู่ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะปลาเพิ่งถูกจับขึ้นมาจากน้ำสดๆ หรือเพราะความสดของเนื้อปลา แต่จริงๆ แล้วนั่นเป็นกลยุทธ์ป้องกันตัวขั้นเทพที่ธรรมชาติมอบให้กับเหล่าปลานานาชนิดเลยนะ
สิ่งที่ทำให้ปลาตัวลื่นเสมือนทาด้วยน้ำมันอยู่ตลอดเวลานั่นคือ เมือกพิเศษที่เคลือบอยู่ทั่วผิวหนังของมัน เมือกชนิดนี้ไม่ได้เป็นแค่ของเหลวไร้ค่า แต่มันทำหน้าที่เหมือนโล่ป้องกันสารพัดประโยชน์ที่ปลามีติดตัวมาตั้งแต่เกิด สารประกอบหลักของเมือกนี้คือโปรตีนจำพวกมิวซิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและเคลือบผิวให้มีความลื่นสูงมากจนศัตรูในธรรมชาติอย่างนักล่าทั้งหลายแทบจะคว้าตัวไว้ไม่อยู่ ถ้าปลาไม่มีเมือกพวกนี้ ชีวิตในน้ำคงอยู่ยากน่าดู เพราะมันมีหน้าที่สำคัญกว่าแค่ความลื่น
อย่างแรกเลยคือเรื่องของการลดแรงเสียดทานเวลาว่ายน้ำ ลองนึกถึงเรือที่แล่นในน้ำ ถ้าตัวเรือเรียบกริบและลดแรงต้านได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเคลื่อนที่ได้เร็วเท่านั้น เมือกบนตัวปลาช่วยลดแรงต้านของน้ำ ทำให้พวกมันพุ่งตัวไปข้างหน้าได้อย่างปราดเปรียวแม้ในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ช่วยประหยัดพลังงานในการว่ายน้ำได้มหาศาล สังเกตได้เลยว่าปลาที่ว่ายน้ำเร็วๆ มักจะมีเมือกที่ค่อนข้างหนาและลื่นเป็นพิเศษ
หน้าที่สำคัญอีกอย่างคือการเป็นปราการด่านแรกในการป้องกันเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิตต่างๆ ที่ลอยอยู่ในน้ำนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เมือกที่เคลือบผิวปลานี้ทำหน้าที่เป็นสารต้านจุลชีพตามธรรมชาติ บางชนิดมีเอนไซม์หรือสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาจเข้ามาทำอันตรายผิวหนังของมันได้ มันจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันตัวที่หาซื้อไม่ได้แต่ปลาสร้างขึ้นเองได้ตลอดชีวิต นอกจากนี้เมือกยังช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่ภายในร่างกาย ช่วยให้ปลาปรับตัวเข้ากับสภาพน้ำที่อาจมีความเข้มข้นต่างกันได้ดียิ่งขึ้น
เวลาที่เราพยายามจับปลาแล้วมันลื่นหลุดมือนั่นแหละ คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าปลาตัวนั้นมีความสมบูรณ์แค่ไหน ถ้าเป็นปลาที่สดมากเมือกจะมีความใสและลื่นสม่ำเสมอ แต่ถ้าเริ่มไม่สดหรือเก็บไว้นาน เมือกจะเริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสีขุ่นและแห้งกรัง นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่ากลไกการป้องกันตัวของมันกำลังเสื่อมสภาพลง ซึ่งแน่นอนว่าความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการก็อาจจะลดลงตามไปด้วย
ดังนั้น ครั้งต่อไปถ้าต้องเจอกับศึกการจับปลาที่ร้านค้าแล้วมันดิ้นหลุดมือ ก็อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปเลย เพราะนั่นคือหลักฐานของความสมบูรณ์ที่ธรรมชาติใส่มาให้ ลองเปลี่ยนวิธีจับด้วยการใช้ผ้าแห้งหรือใช้อุปกรณ์ช่วยแทน หรือถ้าอยากฝึกฝนก็ต้องอาศัยจังหวะและความชำนาญกันสักหน่อย แต่รู้แบบนี้แล้วเวลาเห็นน้องปลาตัวลื่นๆ ในกะละมัง ก็คงจะเข้าใจธรรมชาติของเขามากขึ้นว่านั่นไม่ใช่เพราะเขากวนเรา แต่เป็นเพราะเขามีระบบป้องกันชั้นดีที่ทำให้เขาเอาตัวรอดมาได้จนถึงมือเราในวันนี้
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ศิลปะบนหิน "วานด์จินา" ศิลปะที่แสดงความเชื่อและประวัติศาสตร์ของชาวอะบอริจิน
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
เคล็ดลับการบรรเทาอาการปวดเหงือกจากฟันคุดด้วยการอมน้ำเกลือ
อย่าเพิ่งใช้กรรไกรตัด! เผยกลไกลับวิธีแกะเคเบิ้ลไทร์ให้รีไซเคิลได้ไม่เปลืองงบ
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
ทำไม "ปลานิล" ไม่ระบาดเหมือน "ปลาหมอคางดำ" ทั้งที่เข้ามาในไทยก่อน?
10 การ์ตูนยุค 90s นี่คือยุคทองที่เด็กๆ
หมุดหมายใจกลางแดนอีสาน: ชวนไปเช็กอิน “สะดื้ออีสาน” จุดกึ่งกลางแห่งความภูมิใจที่มหาสารคาม
ความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพัง
มากกว่าแค่ดับคาว! ชวนกิน "ใบมะกรูดซอย" เติมแคลเซียมจากพืชให้กระดูกและฟันแข็งแรง
เปิดบันทึกสตรีเลอโฉม: จากวีรสตรีในตำนานสู่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคกลาง
เคล็ดลับการบรรเทาอาการปวดเหงือกจากฟันคุดด้วยการอมน้ำเกลือ
ศิลปะบนหิน "วานด์จินา" ศิลปะที่แสดงความเชื่อและประวัติศาสตร์ของชาวอะบอริจิน
จังหวัดที่ผู้ชายหล่อที่สุด ถูกยกย่องว่าหน้าตาดีที่สุดในประเทศไทย
"ญิณ" (Jinn) คืออะไร? สรุปเรื่องราวสิ่งมีชีวิตลี้ลับในความเชื่ออิสลาม
มากกว่าแค่ดับคาว! ชวนกิน "ใบมะกรูดซอย" เติมแคลเซียมจากพืชให้กระดูกและฟันแข็งแรง
10 การ์ตูนยุค 90s นี่คือยุคทองที่เด็กๆ
