ทำไมแบกกระเป๋าหนักข้างเดียวเวลาเดินช้อปปิ้งถึงปวดสะโพกตามมาจนถึงขา
หลายคนอาจเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาด้วยตัวเอง เดินช้อปปิ้งเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็ลากสังขารกลับบ้านแบบปวดไปทั้งแถบ โดยเฉพาะช่วงเอว สะโพก ไล่ลงไปจนถึงขา ทั้งที่ก่อนออกจากบ้านก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้าอะไรมากนัก แท้จริงแล้วตัวการที่ทำร้ายร่างกายเราได้แนบเนียนที่สุดคือการสะพายกระเป๋าใบเดิมที่บรรจุของจนแน่นไว้ข้างเดียวตลอดเวลาไม่ว่าจะเดินเข้าร้านไหนหรือต่อคิวรอจ่ายเงินกี่ร้านก็ช่าง
เวลาที่เราสะพายกระเป๋าหนักๆ เพียงแค่ข้างเดียว ไหล่ฝั่งนั้นจะถูกแรงดึงโน้มลงโดยอัตโนมัติ ร่างกายคนเรานั้นฉลาดและพยายามปรับตัวเพื่อไม่ให้ล้ม จึงสั่งการให้กล้ามเนื้อฝั่งตรงข้ามเกร็งตัวขึ้นเพื่อพยุงให้ตัวตั้งตรงไว้ ส่งผลให้กระดูกสันหลังเริ่มคดเอียงไปจากแนวเส้นตรงปกติ แม้ในสายตาคนรอบข้างอาจดูเหมือนเรายังเดินตัวตรงดีอยู่ แต่กล้ามเนื้อข้างในกำลังทำงานหนักอย่างไม่เท่าเทียมกันอย่างมาก
พอกล้ามเนื้อส่วนบนและหลังต้องรับภาระหนัก ฝั่งที่สะพายกระเป๋าต้องยกไหล่เกร็งไว้ ส่วนอีกฝั่งต้องเอียงตัวต้านเอาไว้ การทำงานที่ผิดธรรมชาติแบบนี้ส่งผลต่อเนื่องยาวเป็นหางว่าวไปจนถึงกระดูกเชิงกรานและสะโพก เมื่อจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป แรงกระแทกจากการก้าวเท้าแต่ละก้าวจะถูกส่งผ่านข้อต่อสะโพกไม่สมดุลกัน พอสะสมไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงเดินเข้าประตูห้างจนไปถึงร้านสุดท้าย ความตึงเครียดนี้จะแสดงออกมาในรูปแบบของอาการปวดเมื่อยที่ร้าวลงไปตามเส้นประสาทผ่านต้นขา
อาการปวดจากสะโพกที่ร้าวลงขาไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะกล้ามเนื้อล้า แต่มันเกิดจากการที่กระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยวชั่วขณะจากการแบกหนักข้างเดียว กล้ามเนื้อรอบสะโพกหลายมัดถูกดึงรั้งจนเกินพอดี ทำให้เกิดภาวะอักเสบหรือเกร็งตัวอย่างรุนแรง บางคนอาจรู้สึกชาแปล๊บคล้ายไฟช็อตหรือรู้สึกหนักอึ้งที่ขาจนเดินกะเผลกเหมือนคนขาไม่เท่ากัน นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายเริ่มประท้วงการกระทำของเราอย่างหนักแล้ว
วิธีแก้ปัญหาสำหรับสายช้อปปิ้งไม่ได้หมายความว่าให้หยุดซื้อของ แต่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย พยายามสลับข้างสะพายกระเป๋าบ่อยๆ ทุกๆ 15 หรือ 20 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อทั้งสองฝั่งได้ทำงานสลับกันไป หรือถ้าเลี่ยงได้ให้เปลี่ยนไปใช้กระเป๋าเป้ที่กระจายน้ำหนักได้เท่ากันทั้งสองไหล่ จะช่วยลดการกระจุกตัวของน้ำหนักที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง นอกจากนี้การเลือกกระเป๋าที่มีสายกว้างและนุ่มยังช่วยกระจายแรงกดทับไม่ให้ลงไปจี้ที่จุดใดจุดหนึ่งของไหล่มากเกินไป
ถ้าวันไหนต้องไปเดินห้างนานๆ ลองเลือกถือกระเป๋าด้วยมือแทนการสะพายไหล่หากน้ำหนักไม่มากเกินไป การใช้กล้ามเนื้อแขนในการถือสลับข้างจะทำให้ร่างกายรักษาสมดุลได้ดีกว่าการปล่อยให้สายกระเป๋าไปยึดเกาะกับบ่าจนกล้ามเนื้อคอและบ่าต้องเกร็งค้าง จำไว้ว่าความสบายในการเดินไม่ได้มาจากรองเท้าที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพยุงร่างกายให้น้ำหนักกระจายตัวอย่างสมดุลที่สุด ถ้าทำได้แบบนี้อาการปวดร้าวที่เคยตามมากวนใจหลังช้อปปิ้งก็จะค่อยๆ หายไปและทำให้การเดินเลือกซื้อของมีความสุขขึ้นอีกเยอะทีเดียว
ความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพัง
10 ถนนในประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยและมีจุดเสี่ยงสูง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ทำไมคนนั่งหลังเวียนหัวง่ายกว่าคนขับเวลาเจอทางโค้ง
เปิดตำนาน "พิธีอาบน้ำสะดือมังกร" ความมหัศจรรย์แห่งทะเลสัตหีบ
เรื่องจริง “เป็ดทะเลสาบอาร์เจนตินา” มีอันนั้นยาวเป็นเกลียว ยาวกว่าคนเยอะเลย
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ทำไมกินคำโตหรือดื่มน้ำอัดลมแล้วต้องสะอึก
ทำไมน้ำดื่มที่แพงที่สุดในโลก ถึงมีราคาขวดละ 2 ล้านบาท?
"น้อยหน่า" vs "น้อยโหน่ง" ต่างกันอย่างไร?
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
10 เมกะโปรเจกต์อาคารในไทย ใช้งบสูงและก่อสร้างนานหลายปี
พิธีกรรมขุดศพบรรพบุรุษขึ้นมาแต่งตัวใหม่ของชาวโทราจา
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
รายได้ช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน (ช่าง Airframe หรือช่างซ่อมเครื่องบิน)



