ทำไมคนนั่งหลังเวียนหัวง่ายกว่าคนขับเวลาเจอทางโค้ง
ใครที่เคยนั่งรถผ่านเส้นทางที่มีโค้งเยอะๆ อย่างทางไปเชียงใหม่หรือแม้แต่ขึ้นเขาใกล้ๆ กรุงเทพฯ คงจะเคยเจอปัญหานั่งเบาะหลังแล้วจู่ๆ ก็มวนท้องจนเกือบจะอาเจียน ทั้งที่คนขับยังนั่งชิลๆ คุยกับเพื่อนได้ปกติ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่อุปทานไปเอง แต่มันมีเหตุผลทางธรรมชาติและสรีรวิทยาของร่างกายเรามารองรับแบบชัดเจนเลย
สาเหตุหลักมาจากภาวะที่เรียกว่า Motion Sickness หรืออาการเมารถเมาเรือ ตัวการสำคัญคือความขัดแย้งของระบบประสาทที่รับข้อมูลจากสามทางพร้อมกัน ได้แก่ ตา หูชั้นใน และร่างกาย เมื่อเรานั่งอยู่เบาะหลัง สายตาของเรามักจะจดจ่ออยู่กับภายในรถหรือก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟน ทำให้สมองเห็นภาพว่าตัวเราอยู่นิ่งๆ ไม่ได้กำลังเคลื่อนที่ แต่ในขณะเดียวกัน หูชั้นในของเราที่คอยทำหน้าที่รับรู้ทิศทางและการทรงตัว มันกลับกำลังส่งสัญญาณเตือนสมองว่า ร่างกายกำลังเอียง กำลังเลี้ยว และกำลังเปลี่ยนความเร็วตามจังหวะรถวิ่ง ความขัดแย้งที่ตาบอกว่านิ่ง แต่หูบอกว่ากำลังเหวี่ยงนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในหัว
จุดที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างคนขับกับคนนั่งคือ สายตาและการตอบสนอง คนขับแทบไม่มีโอกาสเมา เพราะดวงตาจดจ่ออยู่กับถนนข้างหน้าตลอดเวลา สมองคนขับจะมีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่ารถกำลังจะเลี้ยวไปทางไหน ต้องเบรกเมื่อไหร่ ร่างกายจึงเตรียมพร้อมรับแรงเหวี่ยงได้ทันที เหมือนสมองมันรู้คำตอบล่วงหน้าก่อนจะเกิดอาการเมาขึ้นจริง แต่คนนั่งเบาะหลังกลับถูกขังอยู่ในพื้นที่จำกัด มองไม่เห็นทิศทางถนนข้างหน้าชัดเจนเท่าคนขับ แถมไม่ได้เป็นคนกำหนดทิศทางเอง ทำให้เมื่อรถเหวี่ยงไปทีหนึ่ง ร่างกายเราจะตกใจและปรับตัวตามไม่ทัน ส่งผลให้ระบบประสาทส่งสัญญาณเตือนเป็นความคลื่นไส้เวียนหัวออกมา
อีกปัจจัยที่เลี่ยงไม่ได้คือตำแหน่งที่นั่ง เบาะหลังมักจะอยู่ระหว่างหรือหลังล้อหลังของรถ ซึ่งเป็นจุดที่รับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางได้รุนแรงที่สุดเวลาเข้าโค้ง ถ้าลองสังเกตดูจะเห็นว่ารถที่ออกแบบมาให้ช่วงล่างนุ่มนวลมากเกินไป เวลาเจอทางโค้งแรงๆ ตัวรถจะโยนตัวเยอะกว่าปกติ ยิ่งทำให้คนนั่งข้างหลังรู้สึกเหมือนลอยๆ ตลอดเวลา การที่ร่างกายพยายามเกร็งเพื่อทรงตัวอยู่บนเบาะที่ลื่นก็เป็นการซ้ำเติมอาการให้แย่ลงไปอีก เพราะกล้ามเนื้อเราต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว
วิธีแก้เบื้องต้นสำหรับคนที่รู้ตัวว่าเมาง่าย คือต้องพยายามเลิกก้มหน้าเล่นมือถือแล้วหันมามองถนนข้างหน้าให้ได้มากที่สุด การมองทะลุไปไกลๆ จะช่วยให้ตาเห็นภาพเดียวกับที่หูชั้นในรับรู้ว่ารถกำลังกำลังเดินทางจริงๆ สมองจะเลิกสับสนและลดอาการคลื่นไส้ลง หรือถ้าเป็นไปได้ การเปิดกระจกให้ลมปะทะหน้าบ้างก็จะช่วยลดความอึดอัดจากกลิ่นภายในรถหรืออุณหภูมิที่ร้อนเกินไป เพราะอากาศที่ถ่ายเทช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
การเข้าใจธรรมชาติของร่างกายแบบนี้ช่วยให้เราวางแผนการเดินทางได้ดีขึ้น บางทีการจองที่นั่งข้างหน้า หรือการเลิกฝืนอ่านหนังสือตอนรถเคลื่อนที่ อาจจะเปลี่ยนทริปที่เคยทรมานให้กลายเป็นความทรงจำที่ดีได้ เพราะสุดท้ายแล้วต่อให้รถจะหรูแค่ไหน แต่ถ้าเราปรับตำแหน่งและมุมมองให้เข้ากับสภาพถนนไม่ได้ ก็คงหนีไม่พ้นอาการวิงเวียนอยู่ดี ลองนำวิธีพื้นฐานเหล่านี้ไปปรับใช้ดูในรอบหน้า รับรองว่าคุณภาพชีวิตตอนเดินทางจะดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
ปม กสทช. แตกหนัก ทำไมความขัดแย้งเรื่องประธานถึงลามเป็นข้อเสนอให้ล้างไพ่ทั้งบอร์ด
เด็กไม่ยอมคาดเข็มขัด เครื่องบินพอร์เตอร์ต้องวนกลับเทอร์มินัล ก่อนเที่ยวบินถูกยกเลิก
ทำไมห้องว่างถึง “เสียงก้อง” กว่าห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์? ทั้งที่ขนาดห้องเท่าเดิม
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
เที่ยวบินพีเอสเอ 1771 โศกนาฏกรรมบนฟ้าที่เริ่มจากช่องโหว่ความปลอดภัยของระบบพนักงานสนามบิน
เปิดปฏิทินคำชะโนด งวด 16 ส.ค. 69 ส่องเลขเด่น 05-25-87
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
ทำไมเมืองท่องเที่ยวไทยดึงดูดสายปาร์ตี้ และความต่างทางวัฒนธรรมทำให้คนมองกันแรงเกินจริง
ทำไมเดินออกจากห้องแอร์แล้ว “แว่นเป็นฝ้า” ทันที ทั้งที่ไม่ได้โดนน้ำ?
เที่ยวบินพีเอสเอ 1771 โศกนาฏกรรมบนฟ้าที่เริ่มจากช่องโหว่ความปลอดภัยของระบบพนักงานสนามบิน
ปม กสทช. แตกหนัก ทำไมความขัดแย้งเรื่องประธานถึงลามเป็นข้อเสนอให้ล้างไพ่ทั้งบอร์ด
บทบาทสาธารณะของ รี ซอลจู ภรรยา คิม จองอึน ที่ลดลงในเกาหลีเหนือช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ทำไมคนไทยบางส่วนยังยอมซื้อของหรู ทั้งที่รายได้ตึงและหนี้ครัวเรือนยังสูง
คดีอักกู ยาดัฟ ผู้ชายที่ถูกผู้หญิงนับร้อยรุมทำร้ายกลางศาล หลังชุมชนหวาดกลัวมานานหลายปี
ทำไมเมืองท่องเที่ยวไทยดึงดูดสายปาร์ตี้ และความต่างทางวัฒนธรรมทำให้คนมองกันแรงเกินจริง



