วิธีแก้อาการเผ็ดจัดด้วยน้ำตาลทรายที่ได้ผลดีกว่าการดื่มน้ำเปล่า
เคยไหมที่เผลอกัดพริกเม็ดแม่เข้าเต็มปาก หรือตักอาหารรสจัดจ้านเข้าปากไปแล้วรู้สึกเหมือนไฟกำลังลุกท่วมลิ้นจนตั้งตัวไม่ติด สัญชาตญาณแรกของทุกคนคือการรีบคว้าน้ำเย็นจัดมา
ดื่มให้เร็วที่สุดเพื่อดับความร้อนแรงนั้น แต่แทบทุกคนก็น่าจะเคยพบความจริงที่ชวนท้อแท้ว่า ยิ่งดื่มน้ำเปล่าเท่าไหร่ ความเผ็ดกลับยิ่งกระจายไปทั่วปากมากกว่าเดิมเสียอีกแถม
ยังทำให้ลิ้นชากว่าเดิมด้วยซ้ำ เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะความเผ็ดร้อนจากพริกไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิที่ร้อนจริงๆ แต่เกิดจากสารแคปไซซินในพริกที่ไปทำปฏิกิริยากับตัวรับ
ความร้อนบนเยื่อบุช่องปากของเรา การทาน้ำเปล่าจึงเป็นการล้างสารนี้ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วมากกว่าจะเป็นการกำจัดออกไป
ในเมื่อน้ำเปล่าสู้สารแคปไซซินไม่ได้ เรามาลองวิธีที่ได้ผลดีกว่าและทำได้ง่ายมากๆ นั่นคือการใช้น้ำตาลทรายขาวธรรมดาที่หาได้ในครัวนี่แหละ วิธีการทำง่ายและตรงไปตรงมา เพียง
แค่ตักน้ำตาลทรายประมาณครึ่งช้อนชาแล้วนำไปแปะหรืออมไว้ใต้ลิ้น หรือจะอมไว้บนลิ้นให้ละลายช้าๆ ก็ได้ ความลับของวิธีนี้คือโมเลกุลของน้ำตาลมีความสามารถในการดูดซับสารแคปไซ
ซินและช่วยลดแรงระคายเคืองที่เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด น้ำตาลจะเข้าไปช่วยเคลือบและดึงความเผ็ดออกมาจากตัวรับความรู้สึกของเราได้ดีกว่าการชะล้างน้ำเปล่าหลายเท่าตัว
เมื่อน้ำตาลเริ่มละลายในปาก คุณจะรู้สึกได้ชัดเจนว่าความทรมานจากการเผ็ดพุ่งปรี๊ดนั้นเริ่มคลี่คลายลงอย่างรวดเร็วราวกับมีสวิตช์ปิดความร้อน ถ้าหากความเผ็ดนั้นรุนแรงมากจน
เอาไม่อยู่ การค่อยๆ อมน้ำตาลทรายเม็ดซ้ำอีกรอบก็ช่วยได้ดีเยี่ยม วิธีนี้นอกจากจะประหยัดและหาได้ง่ายแล้ว ยังรวดเร็วทันใจในวินาทีที่วิกฤตที่สุดอีกด้วย ไม่จำเป็นต้องรอให้
ใครไปตักนมจืดหรือหาโยเกิร์ตมาให้เสียเวลา เพราะน้ำตาลทรายมักเป็นสิ่งแรกที่วางอยู่ข้างขวดพริกน้ำปลาบนโต๊ะอาหารเสมอ
หลายคนอาจตั้งคำถามว่าแล้วถ้าความเผ็ดเกิดจากอาหารที่มีน้ำมันเยอะๆ เช่น แกงกะทิหรือผัดพริกเผา น้ำตาลทรายยังเวิร์คอยู่ไหม คำตอบคือยังใช้งานได้ดีเยี่ยมเพราะน้ำตาลช่วยตัด
รสเผ็ดและสร้างสมดุลให้กับความรู้สึกบนลิ้นของเราได้ทันที แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุดแบบครบวงจร หลายคนมักใช้วิธีอมน้ำตาลสลับกับการทานอาหารมันๆ เล็กน้อยเพื่อช่วยละลายสาร
แคปไซซินให้ออกจากตัวรับรสได้เร็วขึ้น การรู้วิธีจัดการกับความเผ็ดเช่นนี้จะช่วยให้มื้ออาหารที่แสนท้าทายกลายเป็นเรื่องสนุกและไม่ต้องนั่งเหงื่อแตกหรือร้องขอชีวิตเพราะ
ความเผ็ดจนเสียบรรยากาศอีกต่อไป ต่อไปนี้ถ้าเจอจานเด็ดที่เผ็ดจนลิ้นแทบไหม้ ให้หยิบกระปุกน้ำตาลทรายมาลองใช้ดู แล้วความรู้สึกที่แตกต่างจะทำให้คุณลืมการกระดกน้ำเปล่าไปได้
เลย
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
ตำนาน "โยนกนคร" เมืองล้านนาใต้บาดาล
5 ถนนที่สวยที่สุดในโลก
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
เลขเด็ด "เจ้าพ่อปากแดง" งวด 1 สิงหาคม 2569 รวมเลขเด่น เลขรอง และเลขท้าย
ความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพัง
ทำไมเนื้อวัวจึงเสิร์ฟแบบไม่สุกได้ แต่เนื้อหมูดิบกลับอันตรายกว่า?
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ต้นตำหรับข้าวขาหมู
7 ผลไม้ป่าโบราณของไทย หากินยากและเสี่ยงสูญพันธุ์
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ
ทำไมเนื้อวัวจึงเสิร์ฟแบบไม่สุกได้ แต่เนื้อหมูดิบกลับอันตรายกว่า?
สภาผู้แทนฯ สหรัฐปัดร่างตัดเงินช่วยเหลืออิสราเอล 3.3 พันล้านดอลลาร์



