หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิธีแก้อาการเผ็ดจัดด้วยน้ำตาลทรายที่ได้ผลดีกว่าการดื่มน้ำเปล่า

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

เคยไหมที่เผลอกัดพริกเม็ดแม่เข้าเต็มปาก หรือตักอาหารรสจัดจ้านเข้าปากไปแล้วรู้สึกเหมือนไฟกำลังลุกท่วมลิ้นจนตั้งตัวไม่ติด สัญชาตญาณแรกของทุกคนคือการรีบคว้าน้ำเย็นจัดมา

ดื่มให้เร็วที่สุดเพื่อดับความร้อนแรงนั้น แต่แทบทุกคนก็น่าจะเคยพบความจริงที่ชวนท้อแท้ว่า ยิ่งดื่มน้ำเปล่าเท่าไหร่ ความเผ็ดกลับยิ่งกระจายไปทั่วปากมากกว่าเดิมเสียอีกแถม

ยังทำให้ลิ้นชากว่าเดิมด้วยซ้ำ เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะความเผ็ดร้อนจากพริกไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิที่ร้อนจริงๆ แต่เกิดจากสารแคปไซซินในพริกที่ไปทำปฏิกิริยากับตัวรับ

ความร้อนบนเยื่อบุช่องปากของเรา การทาน้ำเปล่าจึงเป็นการล้างสารนี้ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วมากกว่าจะเป็นการกำจัดออกไป

ในเมื่อน้ำเปล่าสู้สารแคปไซซินไม่ได้ เรามาลองวิธีที่ได้ผลดีกว่าและทำได้ง่ายมากๆ นั่นคือการใช้น้ำตาลทรายขาวธรรมดาที่หาได้ในครัวนี่แหละ วิธีการทำง่ายและตรงไปตรงมา เพียง

แค่ตักน้ำตาลทรายประมาณครึ่งช้อนชาแล้วนำไปแปะหรืออมไว้ใต้ลิ้น หรือจะอมไว้บนลิ้นให้ละลายช้าๆ ก็ได้ ความลับของวิธีนี้คือโมเลกุลของน้ำตาลมีความสามารถในการดูดซับสารแคปไซ

ซินและช่วยลดแรงระคายเคืองที่เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด น้ำตาลจะเข้าไปช่วยเคลือบและดึงความเผ็ดออกมาจากตัวรับความรู้สึกของเราได้ดีกว่าการชะล้างน้ำเปล่าหลายเท่าตัว

เมื่อน้ำตาลเริ่มละลายในปาก คุณจะรู้สึกได้ชัดเจนว่าความทรมานจากการเผ็ดพุ่งปรี๊ดนั้นเริ่มคลี่คลายลงอย่างรวดเร็วราวกับมีสวิตช์ปิดความร้อน ถ้าหากความเผ็ดนั้นรุนแรงมากจน

เอาไม่อยู่ การค่อยๆ อมน้ำตาลทรายเม็ดซ้ำอีกรอบก็ช่วยได้ดีเยี่ยม วิธีนี้นอกจากจะประหยัดและหาได้ง่ายแล้ว ยังรวดเร็วทันใจในวินาทีที่วิกฤตที่สุดอีกด้วย ไม่จำเป็นต้องรอให้

ใครไปตักนมจืดหรือหาโยเกิร์ตมาให้เสียเวลา เพราะน้ำตาลทรายมักเป็นสิ่งแรกที่วางอยู่ข้างขวดพริกน้ำปลาบนโต๊ะอาหารเสมอ

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าแล้วถ้าความเผ็ดเกิดจากอาหารที่มีน้ำมันเยอะๆ เช่น แกงกะทิหรือผัดพริกเผา น้ำตาลทรายยังเวิร์คอยู่ไหม คำตอบคือยังใช้งานได้ดีเยี่ยมเพราะน้ำตาลช่วยตัด

รสเผ็ดและสร้างสมดุลให้กับความรู้สึกบนลิ้นของเราได้ทันที แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุดแบบครบวงจร หลายคนมักใช้วิธีอมน้ำตาลสลับกับการทานอาหารมันๆ เล็กน้อยเพื่อช่วยละลายสาร

แคปไซซินให้ออกจากตัวรับรสได้เร็วขึ้น การรู้วิธีจัดการกับความเผ็ดเช่นนี้จะช่วยให้มื้ออาหารที่แสนท้าทายกลายเป็นเรื่องสนุกและไม่ต้องนั่งเหงื่อแตกหรือร้องขอชีวิตเพราะ

ความเผ็ดจนเสียบรรยากาศอีกต่อไป ต่อไปนี้ถ้าเจอจานเด็ดที่เผ็ดจนลิ้นแทบไหม้ ให้หยิบกระปุกน้ำตาลทรายมาลองใช้ดู แล้วความรู้สึกที่แตกต่างจะทำให้คุณลืมการกระดกน้ำเปล่าไปได้

เลย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 46 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขารุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”เลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69สถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านพี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
ทำไมน้ำมะนาวคั้นสดทิ้งไว้แล้วขมขึ้น แต่ส้มเขียวหวานกลับหวานชืดและกลิ่นสดหายไปเคมีไข่เค็มไชยา ทำไมการพอกดินกับเกลือทำให้ไข่แดงแห้ง มัน และร่วนกว่าการแช่น้ำเกลือข้าวเสาไห้ทำไมเหมาะกับข้าวมันไก่และข้าวผัด เรื่องจริงอยู่ที่แป้งและความร่วนทำไมกระดูกอ่อนหมูไก่กรุบถึงอร่อย และวัฒนธรรมฝึกสมองให้ชอบสัมผัสนี้ได้อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่