หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อหน้าจอมือถือกลายเป็นเพื่อนสนิท ผลกระทบต่อการนอนและสมาธิของเจ้าตัวเล็ก

เขียนโดย ยายขี้บ่น

การเห็นเด็กๆ นั่งจ้องหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานจนแทบไม่ขยับตัวกลายเป็นภาพชินตาในบ้านหลายหลัง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่คุณพ่อคุณแม่ยุ่งกับการทำงานหรือช่วงเวลาพักผ่อน แต่รู้หรือไม่ว่าความ

เพลิดเพลินที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยนี้ กำลังส่งผลกระทบที่ซ่อนเร้นต่อคุณภาพชีวิตของเด็กๆ โดยเฉพาะเรื่องของการนอนหลับและสมาธิในการเรียนรู้ หลายคนอาจรู้สึกว่าการให้เด็กเล่นมือถือช่วยให้พวกเขาอยู่นิ่ง

ได้นานขึ้น แต่ในระยะยาวผลลัพธ์อาจกลายเป็นหนังคนละม้วน แสงสีฟ้าจากหน้าจอนั้นตัวการสำคัญที่เข้าไปรบกวนสมองโดยตรง โดยปกติแล้วเมื่อเข้าช่วงค่ำคืน ร่างกายจะหลั่งสารเมลาโทนินเพื่อให้เรารู้สึกง่วงและ

พร้อมสำหรับการพักผ่อน แต่แสงสีฟ้าที่แผ่ออกมาจากมือถือกลับไปหลอกสมองว่ายังเป็นเวลากลางวัน ทำให้เด็กนอนหลับยากขึ้น หลับไม่สนิท หรือตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยครั้ง ซึ่งเมื่อนอนน้อยลง ผลกระทบต่อเนื่องที่

ตามมาคือความง่วงเหงาหาวนอนในตอนกลางวัน ทำให้เด็กไม่มีความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าในการทำกิจกรรมต่างๆ และอาจส่งผลต่อนิสัยที่ขี้หงุดหงิดง่ายขึ้นด้วย เมื่อพูดถึงเรื่องสมาธิ การเสพติดหน้าจอส่งผลกระทบ

อย่างเห็นได้ชัด เพราะภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยสีสันตื่นตาตื่นใจ สมองของเด็กจะชินกับการได้รับสิ่งเร้าที่ฉาบฉวยและไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก เมื่อต้องมานั่งเรียนหนังสือหรือทำ

กิจกรรมที่ต้องใช้ความอดทนและสมาธิจดจ่อเป็นเวลานาน เด็กจึงรู้สึกเบื่อหน่ายได้ง่ายกว่าปกติ เพราะขาดการฝึกฝนสมองส่วนหน้าให้รู้จักรอคอยหรือจดจ่อกับสิ่งที่ไม่มีสิ่งเร้าหวือหวา นอกจากนี้การใช้มือถือ

ติดต่อกันนานๆ ยังทำให้ขาดโอกาสในการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยสร้างทักษะทางอารมณ์และสังคม เช่น การเล่นของเล่น การอ่านหนังสือ หรือการพูดคุยกับคนรอบข้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นรากฐานสำคัญของการ

พัฒนาทักษะการโฟกัสในอนาคต การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอาจไม่ได้หมายความว่าต้องงดขาดเสียทีเดียว แต่เป็นการสร้างกติกาที่เหมาะสมร่วมกัน การกำหนดช่วงเวลาปลอดหน้าจอให้ชัดเจน เช่น ก่อนนอนหนึ่งชั่วโมงควรเก็บ

มือถือให้ห่างจากตัว หรือการหากิจกรรมครอบครัวที่ช่วยกระตุ้นความสนใจในโลกจริงมาทดแทน จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยคืนเวลาแห่งการพักผ่อนและการพัฒนาสมองที่สมวัยกลับมาให้เด็กๆ ได้อย่างดีที่สุด การ

ค่อยๆ ปรับวินัยไปทีละนิดด้วยความเข้าใจและอดทน จะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีความสมดุลระหว่างโลกออนไลน์กับชีวิตจริงที่สวยงามกว่าหน้าจอไหนๆ

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชค10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวสวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบันเรื่องจริงของ “เวลวิชเซีย” พืชประหลาดที่มีใบเพียงสองใบตลอดชีวิตมีอายุยืนเกินหนึ่งพันปีนิ้วกลางเป็นภาษาสากลจริงไหม10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างเจลาโตกับไอศครีมต่างกันอย่างไร?มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/6910 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำสาวนอนโรงแรม จู่ๆ ไฟดับกลางดึก ช็อกคำตอบพนักงาน "ปิดกิจการแล้วครับ"ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
อาการปวดหัวจี๊ดตอนกินไอศกรีมที่ทำให้เราต้องหยุดชะงักเกิดจากอะไรกันแน่ทำไมแค่พริกไทยป่นปลิวเข้าจมูกนิดเดียวถึงทำเอาเราจามไม่หยุดคนท้องดูสุริยุปราคาได้ไหม? แยกความเชื่อจากข้อเท็จจริงเคล็ดลับการบรรเทาอาการปวดเหงือกจากฟันคุดด้วยการอมน้ำเกลือ
ตั้งกระทู้ใหม่