เราควรระวังอะไรบ้างเมื่อใช้ AI ในชีวิตประจําวัน
ช่วงนี้หันไปทางไหนก็เจอคนพูดถึงปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการใช้เจ้าตัวนี้ช่วยเขียนอีเมล ช่วยวางแผนการท่องเที่ยว หรือแม้แต่นั่งคุยเล่นแก้เหงากันเพลินๆ มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปโดยที่เราอาจไม่ทันได้สังเกตเห็น หลายคนเริ่ม
ตั้งคําถามขึ้นมาในหัวเหมือนกันว่า ไอ้การที่เราเอาข้อมูลสารพัดอย่างไปป้อนให้กับระบบพวกนี้ มันจะปลอดภัยจริงไหม หรือว่าเรากําลังเผลอแบ่งปันเรื่องส่วนตัวที่อาจจะย้อนกลับมาส่งผลอะไรกับเราในอนาคตหรือเปล่า ผมเลยลองเอาประเด็นนี้มานั่งขบคิดและอยากชวนทุกคน
มาลองแลกเปลี่ยนมุมมองกันตรงนี้ครับ
บางคนมองว่าการแบ่งปันข้อมูลให้กับ AI ก็เหมือนกับการเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง เราอาจจะเผลอเล่าเรื่องส่วนตัว เรื่องที่ทํางาน หรือความชอบส่วนตัวให้ระบบรับรู้ไปโดยปริยาย เพราะเราเห็นว่ามันเป็นแค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกดีไซน์มาให้ตอบโต้ได้อย่างเป็น
กันเอง ความกลัวของกลุ่มนี้คือข้อมูลเหล่านั้นจะไปถูกเก็บไว้ที่ไหน ใครเป็นคนดูแล แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งข้อมูลพวกนี้รั่วไหลออกไปหรือถูกนําไปใช้อย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่เรื่องที่เราตกลงไว้ตอนแรก มันจะเป็นอย่างไร ซึ่งมุมมองนี้ก็ดูมีเหตุผลในแง่ของการป้องกัน
ไว้ก่อนดีกว่าแก้
ในขณะที่บางคนกลับมองต่างออกไป กลุ่มนี้มองว่า AI เองก็ทํางานโดยอาศัยข้อมูลมหาศาลเพื่อเรียนรู้และพัฒนาให้ฉลาดขึ้น การแบ่งปันข้อมูลอาจเป็นสิ่งที่แลกเปลี่ยนกับการได้รับความสะดวกสบายและการตอบโต้ที่แม่นยําขึ้นไปอีกขั้น พวกเขามองว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทํา
เทคโนโลยีพวกนี้ก็มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดพอสมควร และการได้ใช้งานเครื่องมือที่ช่วยทุ่นแรงได้มหาศาลก็คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เพียงเล็กน้อย เหมือนเวลาเรายอมให้เว็บไซต์ต่างๆ เก็บประวัติการเข้าชมเพื่อให้เห็นโฆษณาที่ตรงใจเรา
หากลองมองดูตรงกลาง เราจะเห็นว่ามันคือเรื่องของความสมดุลมากกว่า ระหว่างความสะดวกสบายที่เราได้รับกับข้อมูลที่เราเสียไป หลายครั้งเราเองก็ลืมอ่านข้อตกลงการใช้งานอย่างละเอียด เพราะความยาวของมันทําให้เราข้ามไปเลย ซึ่งในนั้นอาจมีรายละเอียดเรื่องการนํา
ข้อมูลไปพัฒนาต่อด้วยก็ได้ การที่เรามานั่งทบทวนว่าวันนี้เราได้บอกอะไรกับ AI ไปบ้าง หรือข้อมูลไหนที่เป็นความลับสําคัญที่ควรเก็บไว้กับตัวเอง ไม่ส่งต่อให้ระบบจัดการ ก็น่าจะเป็นวิธีที่ช่วยให้เราอยู่กับเทคโนโลยีได้อย่างสบายใจขึ้น
ที่จริงแล้วไม่มีใครบอกได้เต็มปากว่าเราควรหยุดใช้หรือใช้ต่อไปแบบไหนถึงจะดีที่สุด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคนจริงๆ ว่าเราให้คุณค่ากับความเป็นส่วนตัวมากน้อยเพียงใด หรือเราเชื่อมั่นในความปลอดภัยของระบบแค่ไหน ความกังวลเป็นเรื่องปกติ
ธรรมดาเมื่อเราเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย ลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดูครับว่าเพื่อนๆ มีวิธีจัดการหรือมีมุมมองต่อเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง บางทีคําตอบของคนอื่นอาจช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้เราได้เห็นแง่มุมที่เราอาจมองข้ามไปก็ได้ครับ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิดแนวทางเลข "แต๋วจ๋า พารวย" งวด 1 ตุลาคม 2569
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
เงินที่เราใช้ทุกวันอยู่ในธนบัตรมากน้อยแค่ไหน
เลขเด็ดตระกูลม้า "ม้าวิ่ง" ชน "ม้าสีหมอก" วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เลขชนสนั่นทั้งบนและล่าง
เปิดข้อมูล 3 สำนักดัง งวด 1 ต.ค. 69 เลขไหนซ้ำกันบ้าง
ไพ่ 52 ใบสร้างลำดับได้มากเพียงใด
10 การค้นพบขุมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
ปฏิทินจักรวาลบีบอายุ 13,800 ล้านปีเหลือ 1 ปีได้อย่างไร
ดาวนิวตรอน 1 ช้อนชาหนักแค่ไหน
กลิ่นที่ติดกลับมากับชุดนักบินอวกาศหลังเดินอวกาศ
ปฏิทินจักรวาลบีบอายุ 13,800 ล้านปีเหลือ 1 ปีได้อย่างไร
ตัวเลขลูกมะพร้าวตกใส่หัวตาย 150 คนต่อปีจริงหรือไม่
ไพ่ 52 ใบสร้างลำดับได้มากเพียงใด
น้ำลายตลอดชีวิตของคนเรามีปริมาณเท่าไร
"นอสตราดามุสจีน" ทำนายจะเกิดเหตุการณ์ 911 รอบใหม่..โลกจะล่มสลายในอีก 20 ปีข้างหน้า
วอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 96 ปี วางมือจากตำแหน่งประธานกรรมการของเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์! หลังจากดำรงตำแหน่งมา 61 ปี เขาได้ส่งมอบตำแหน่งต่อให้กับฮาวาร์ด บุตรชายของเขา
ญี่ปุ่นยกระดับการเตือนภัยสำหรับภูเขาไฟเป็น ระดับ 3 (จากทั้งหมด 5 ระดับ) เป็นครั้งแรกในรอบ18ปี
AI ควบคุมไม่ได้แล้วหรือ? Google Gemini ประสบความสำเร็จในการแฮ็กข้อมูลของ 3 บริษัท ในการทดสอบโดยใช้ "การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเดารหัสผ่าน" แบบอัตโนมัติ