หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จากหลอดฉีดยาแก้วสู่แบบใช้ครั้งเดียว จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการแพทย์

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

 

จากหลอดฉีดยาแก้วสู่แบบใช้ครั้งเดียว จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการแพทย์

หลอดฉีดยาพลาสติกที่แพทย์หรือพยาบาลแกะออกจากซอง ใช้กับผู้ป่วยเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาในวันนี้ แต่เบื้องหลังอุปกรณ์ชิ้นเล็กนี้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการแพทย์ เพราะในอดีตหลอดฉีดยาส่วนใหญ่ทำจากแก้ว มีราคาแพง และต้องนำกลับมาทำความสะอาดเพื่อใช้งานซ้ำ

การเปลี่ยนจากอุปกรณ์ที่ต้องหมุนเวียนใช้ ไปสู่หลอดฉีดยาปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียว ไม่ได้ช่วยเพียงลดภาระในการเตรียมเครื่องมือ แต่ยังช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อผ่านเลือดจากผู้ป่วยรายหนึ่งไปสู่อีกรายหนึ่งด้วย

ยุคที่หลอดฉีดยาแก้วต้องนำกลับมาใช้ซ้ำ

หากมองย้อนกลับไปในยุคต้นของวงการแพทย์ การฉีดยาเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะความเจ็บปวดจากเข็ม แต่ยังรวมถึงความสะอาดของอุปกรณ์ที่นำมาใช้ด้วย

หลอดฉีดยาในสมัยนั้นมักทำจากแก้ว มีน้ำหนักมาก แตกเสียหายได้ และไม่ได้ออกแบบมาให้ทิ้งหลังใช้งาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ราคาแพง โรงพยาบาลจึงต้องนำกลับมาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเพื่อหมุนเวียนใช้กับผู้ป่วยรายต่อไป

กระบวนการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่การถอดชิ้นส่วน ล้างคราบยาหรือสิ่งปนเปื้อนออกด้วยมือ ก่อนนำไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ เช่น การต้มในน้ำเดือดหรือการนึ่งด้วยไอน้ำภายใต้ความดัน ตามวิธีและมาตรฐานที่ใช้ในแต่ละช่วงเวลา

แม้เครื่องมือชนิดใช้ซ้ำจะสามารถทำให้ปลอดเชื้อได้เมื่อดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่หากขั้นตอนใดไม่สมบูรณ์ ตั้งแต่การล้าง การจัดเก็บ ไปจนถึงการฆ่าเชื้อ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและการติดเชื้อได้

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวแก้วเพียงอย่างเดียว

หลายคนอาจเข้าใจว่าหลอดฉีดยาแก้วเป็นอันตรายด้วยตัววัสดุ แต่ความเสี่ยงสำคัญไม่ได้เกิดจากแก้วโดยตรง หากเกิดจากการนำหลอดฉีดยาหรือเข็มกลับมาใช้โดยไม่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่เหมาะสม

การใช้เข็มหรือหลอดฉีดยาร่วมกันระหว่างบุคคลอาจทำให้เชื้อโรคที่มากับเลือดแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเฉพาะเข็มแต่ยังใช้กระบอกเดิม หรือใช้เข็มเดิมแทงเข้าไปในขวดยาที่จะนำไปใช้กับผู้ป่วยรายอื่น การปฏิบัติเหล่านี้ล้วนไม่ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย

องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุในแนวทางด้านความปลอดภัยของการฉีดยาว่า เข็มและหลอดฉีดยาควรใช้กับผู้ป่วยหนึ่งคนเพียงหนึ่งครั้ง ก่อนนำไปกำจัดอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อที่ติดต่อผ่านเลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และเอชไอวี

พลาสติกทำให้การใช้ครั้งเดียวเกิดขึ้นได้จริง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีการผลิตพลาสติกเกรดการแพทย์พัฒนาขึ้น จนสามารถผลิตหลอดฉีดยาที่มีน้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก และมีต้นทุนเหมาะสมสำหรับการใช้เพียงครั้งเดียว

หลอดฉีดยาแบบใหม่สามารถผลิตในปริมาณมาก โดยออกแบบให้เข็มติดกับกระบอก หรือถอดเปลี่ยนได้ตามลักษณะการใช้งาน พร้อมบรรจุในซองที่ช่วยรักษาสภาพปลอดเชื้อจนกว่าจะถูกเปิดใช้

อุปกรณ์การแพทย์แบบใช้ครั้งเดียวอาจผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อด้วยหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุและการออกแบบ เช่น ไอน้ำ รังสี หรือก๊าซเอทิลีนออกไซด์ ไม่ได้หมายความว่าหลอดฉีดยาทุกชนิดจะต้องใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ ระบุว่าเอทิลีนออกไซด์เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้กับอุปกรณ์การแพทย์ซึ่งไม่เหมาะกับความร้อนหรือความชื้นสูง โดยบรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้ก๊าซผ่านเข้าไปได้ระหว่างกระบวนการฆ่าเชื้อ

เมื่อเปิดซองออกมา บุคลากรทางการแพทย์จึงสามารถใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการเตรียมมาแล้ว โดยไม่ต้องนำหลอดฉีดยากลับไปล้างและฆ่าเชื้อเพื่อใช้กับผู้ป่วยรายต่อไป

จากการเสียดายอุปกรณ์ สู่ความปลอดภัยของผู้ป่วย

การยอมรับหลอดฉีดยาแบบใช้ครั้งเดียวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เพราะระบบสาธารณสุขต้องปรับทั้งงบประมาณ กระบวนการจัดซื้อ การจัดเก็บ และการกำจัดขยะติดเชื้อ ขณะเดียวกัน บุคลากรก็ต้องเปลี่ยนจากแนวคิดที่พยายามรักษาอุปกรณ์ราคาแพงไว้ใช้ซ้ำ มาเป็นการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก

ผลสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการลดโอกาสนำอุปกรณ์ที่สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งไปใช้กับบุคคลอื่น โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับแนวทางควบคุมการติดเชื้อ การล้างมือ และการกำจัดของมีคมอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ใช้ครั้งเดียว” ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์จะปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานยังต้องตรวจว่าซองไม่ฉีกขาด ไม่เปียกชื้น และยังไม่หมดอายุ รวมถึงไม่ควรใช้อุปกรณ์ที่ตกพื้นหรือถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่ทราบระยะเวลา

ใช้แล้วต้องทิ้งอย่างถูกวิธี

หลังใช้งาน เข็มและหลอดฉีดยาไม่ควรถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไป เพราะปลายเข็มอาจทำให้ผู้เก็บขยะหรือบุคคลใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บและสัมผัสเชื้อจากเลือดได้

ในสถานพยาบาล อุปกรณ์มีคมจะถูกทิ้งลงในภาชนะเฉพาะที่แข็งแรงและป้องกันการแทงทะลุ ก่อนเข้าสู่ระบบกำจัดขยะติดเชื้อ ไม่ควรพยายามสวมปลอกเข็มกลับด้วยสองมือ หักเข็ม หรือถอดเข็มด้วยมือเปล่า เว้นแต่เป็นขั้นตอนเฉพาะที่มีอุปกรณ์และแนวทางรองรับ

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องฉีดยาด้วยตนเองที่บ้าน เช่น ผู้ป่วยบางกลุ่ม ควรสอบถามสถานพยาบาลหรือหน่วยงานในพื้นที่ว่าต้องรวบรวมและนำเข็มใช้แล้วไปทิ้งที่ใด ไม่ควรวางเข็มเปลือยลงในถุงขยะหรือทิ้งในชักโครก

อุปกรณ์เล็ก ๆ ที่เปลี่ยนมาตรฐานการรักษา

การเปลี่ยนจากหลอดฉีดยาแก้วหนาหนักที่ต้องนำกลับมาใช้ซ้ำ สู่หลอดฉีดยาพลาสติกปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียว เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมที่ดูเรียบง่าย แต่สร้างผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในวงกว้าง

ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนวัสดุจากแก้วเป็นพลาสติกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่แนวคิดว่าอุปกรณ์ซึ่งสัมผัสเลือดของผู้ป่วยต้องไม่ถูกนำไปใช้กับผู้อื่น และต้องถูกกำจัดด้วยวิธีที่ลดความเสี่ยงต่อทั้งผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้จัดการขยะ

ทุกวันนี้ ภาพหลอดฉีดยาที่ถูกหยิบออกจากซอง ใช้เพียงครั้งเดียว และทิ้งลงในภาชนะสำหรับของมีคม กลายเป็นมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่คำนึงถึงสุขอนามัย สามารถช่วยให้มนุษย์ก้าวผ่านความเสี่ยงในอดีตและยกระดับความปลอดภัยในการรักษาได้อย่างเป็นรูปธรรม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 107 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนเปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยเคยสงสัยไหม? ทำไมคนที่มี "พลังบวก" อยู่ด้วย แล้วโลกแม่งโคตรน่าอยู่!ม้าสีหมอก งวด 1 ต.ค. 69 เลขวงกลม 2 และ 9ทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรกรดในกระเพาะอาหารแรงแค่ไหนเมื่อเทียบกับใบมีดโกนตัวเลขจาม 160 กม./ชม. และไกล 8 เมตรจริงหรือไม่หัวใจมนุษย์ต้องเต้นกี่ครั้งตลอดชีวิต
ตั้งกระทู้ใหม่