จากหลอดฉีดยาแก้วสู่แบบใช้ครั้งเดียว จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการแพทย์
จากหลอดฉีดยาแก้วสู่แบบใช้ครั้งเดียว จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการแพทย์
หลอดฉีดยาพลาสติกที่แพทย์หรือพยาบาลแกะออกจากซอง ใช้กับผู้ป่วยเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาในวันนี้ แต่เบื้องหลังอุปกรณ์ชิ้นเล็กนี้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการแพทย์ เพราะในอดีตหลอดฉีดยาส่วนใหญ่ทำจากแก้ว มีราคาแพง และต้องนำกลับมาทำความสะอาดเพื่อใช้งานซ้ำ
การเปลี่ยนจากอุปกรณ์ที่ต้องหมุนเวียนใช้ ไปสู่หลอดฉีดยาปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียว ไม่ได้ช่วยเพียงลดภาระในการเตรียมเครื่องมือ แต่ยังช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อผ่านเลือดจากผู้ป่วยรายหนึ่งไปสู่อีกรายหนึ่งด้วย
ยุคที่หลอดฉีดยาแก้วต้องนำกลับมาใช้ซ้ำ
หากมองย้อนกลับไปในยุคต้นของวงการแพทย์ การฉีดยาเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะความเจ็บปวดจากเข็ม แต่ยังรวมถึงความสะอาดของอุปกรณ์ที่นำมาใช้ด้วย
หลอดฉีดยาในสมัยนั้นมักทำจากแก้ว มีน้ำหนักมาก แตกเสียหายได้ และไม่ได้ออกแบบมาให้ทิ้งหลังใช้งาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ราคาแพง โรงพยาบาลจึงต้องนำกลับมาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเพื่อหมุนเวียนใช้กับผู้ป่วยรายต่อไป
กระบวนการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่การถอดชิ้นส่วน ล้างคราบยาหรือสิ่งปนเปื้อนออกด้วยมือ ก่อนนำไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ เช่น การต้มในน้ำเดือดหรือการนึ่งด้วยไอน้ำภายใต้ความดัน ตามวิธีและมาตรฐานที่ใช้ในแต่ละช่วงเวลา
แม้เครื่องมือชนิดใช้ซ้ำจะสามารถทำให้ปลอดเชื้อได้เมื่อดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่หากขั้นตอนใดไม่สมบูรณ์ ตั้งแต่การล้าง การจัดเก็บ ไปจนถึงการฆ่าเชื้อ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและการติดเชื้อได้
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวแก้วเพียงอย่างเดียว
หลายคนอาจเข้าใจว่าหลอดฉีดยาแก้วเป็นอันตรายด้วยตัววัสดุ แต่ความเสี่ยงสำคัญไม่ได้เกิดจากแก้วโดยตรง หากเกิดจากการนำหลอดฉีดยาหรือเข็มกลับมาใช้โดยไม่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
การใช้เข็มหรือหลอดฉีดยาร่วมกันระหว่างบุคคลอาจทำให้เชื้อโรคที่มากับเลือดแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเฉพาะเข็มแต่ยังใช้กระบอกเดิม หรือใช้เข็มเดิมแทงเข้าไปในขวดยาที่จะนำไปใช้กับผู้ป่วยรายอื่น การปฏิบัติเหล่านี้ล้วนไม่ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย
องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุในแนวทางด้านความปลอดภัยของการฉีดยาว่า เข็มและหลอดฉีดยาควรใช้กับผู้ป่วยหนึ่งคนเพียงหนึ่งครั้ง ก่อนนำไปกำจัดอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อที่ติดต่อผ่านเลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และเอชไอวี
พลาสติกทำให้การใช้ครั้งเดียวเกิดขึ้นได้จริง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีการผลิตพลาสติกเกรดการแพทย์พัฒนาขึ้น จนสามารถผลิตหลอดฉีดยาที่มีน้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก และมีต้นทุนเหมาะสมสำหรับการใช้เพียงครั้งเดียว
หลอดฉีดยาแบบใหม่สามารถผลิตในปริมาณมาก โดยออกแบบให้เข็มติดกับกระบอก หรือถอดเปลี่ยนได้ตามลักษณะการใช้งาน พร้อมบรรจุในซองที่ช่วยรักษาสภาพปลอดเชื้อจนกว่าจะถูกเปิดใช้
อุปกรณ์การแพทย์แบบใช้ครั้งเดียวอาจผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อด้วยหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุและการออกแบบ เช่น ไอน้ำ รังสี หรือก๊าซเอทิลีนออกไซด์ ไม่ได้หมายความว่าหลอดฉีดยาทุกชนิดจะต้องใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ ระบุว่าเอทิลีนออกไซด์เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้กับอุปกรณ์การแพทย์ซึ่งไม่เหมาะกับความร้อนหรือความชื้นสูง โดยบรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้ก๊าซผ่านเข้าไปได้ระหว่างกระบวนการฆ่าเชื้อ
เมื่อเปิดซองออกมา บุคลากรทางการแพทย์จึงสามารถใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการเตรียมมาแล้ว โดยไม่ต้องนำหลอดฉีดยากลับไปล้างและฆ่าเชื้อเพื่อใช้กับผู้ป่วยรายต่อไป
จากการเสียดายอุปกรณ์ สู่ความปลอดภัยของผู้ป่วย
การยอมรับหลอดฉีดยาแบบใช้ครั้งเดียวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เพราะระบบสาธารณสุขต้องปรับทั้งงบประมาณ กระบวนการจัดซื้อ การจัดเก็บ และการกำจัดขยะติดเชื้อ ขณะเดียวกัน บุคลากรก็ต้องเปลี่ยนจากแนวคิดที่พยายามรักษาอุปกรณ์ราคาแพงไว้ใช้ซ้ำ มาเป็นการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก
ผลสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการลดโอกาสนำอุปกรณ์ที่สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งไปใช้กับบุคคลอื่น โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับแนวทางควบคุมการติดเชื้อ การล้างมือ และการกำจัดของมีคมอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ใช้ครั้งเดียว” ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์จะปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานยังต้องตรวจว่าซองไม่ฉีกขาด ไม่เปียกชื้น และยังไม่หมดอายุ รวมถึงไม่ควรใช้อุปกรณ์ที่ตกพื้นหรือถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่ทราบระยะเวลา
ใช้แล้วต้องทิ้งอย่างถูกวิธี
หลังใช้งาน เข็มและหลอดฉีดยาไม่ควรถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไป เพราะปลายเข็มอาจทำให้ผู้เก็บขยะหรือบุคคลใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บและสัมผัสเชื้อจากเลือดได้
ในสถานพยาบาล อุปกรณ์มีคมจะถูกทิ้งลงในภาชนะเฉพาะที่แข็งแรงและป้องกันการแทงทะลุ ก่อนเข้าสู่ระบบกำจัดขยะติดเชื้อ ไม่ควรพยายามสวมปลอกเข็มกลับด้วยสองมือ หักเข็ม หรือถอดเข็มด้วยมือเปล่า เว้นแต่เป็นขั้นตอนเฉพาะที่มีอุปกรณ์และแนวทางรองรับ
สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องฉีดยาด้วยตนเองที่บ้าน เช่น ผู้ป่วยบางกลุ่ม ควรสอบถามสถานพยาบาลหรือหน่วยงานในพื้นที่ว่าต้องรวบรวมและนำเข็มใช้แล้วไปทิ้งที่ใด ไม่ควรวางเข็มเปลือยลงในถุงขยะหรือทิ้งในชักโครก
อุปกรณ์เล็ก ๆ ที่เปลี่ยนมาตรฐานการรักษา
การเปลี่ยนจากหลอดฉีดยาแก้วหนาหนักที่ต้องนำกลับมาใช้ซ้ำ สู่หลอดฉีดยาพลาสติกปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียว เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมที่ดูเรียบง่าย แต่สร้างผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในวงกว้าง
ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนวัสดุจากแก้วเป็นพลาสติกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่แนวคิดว่าอุปกรณ์ซึ่งสัมผัสเลือดของผู้ป่วยต้องไม่ถูกนำไปใช้กับผู้อื่น และต้องถูกกำจัดด้วยวิธีที่ลดความเสี่ยงต่อทั้งผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้จัดการขยะ
ทุกวันนี้ ภาพหลอดฉีดยาที่ถูกหยิบออกจากซอง ใช้เพียงครั้งเดียว และทิ้งลงในภาชนะสำหรับของมีคม กลายเป็นมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่คำนึงถึงสุขอนามัย สามารถช่วยให้มนุษย์ก้าวผ่านความเสี่ยงในอดีตและยกระดับความปลอดภัยในการรักษาได้อย่างเป็นรูปธรรม
REFERENCES:
https://www.who.int/teams/integrated-health-services/infection-prevention-control/injection-safety
https://www.cdc.gov/injection-safety/hcp/clinical-safety/index.html
https://www.fda.gov/medical-devices/general-hospital-devices-and-supplies/sterilization-medical-devices
https://www.nms.ac.uk/discover-catalogue/the-story-of-syringes
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
ท่อน้ำตาคืออะไร? รู้จักหน้าที่ อาการท่อตัน และวิธีดูแลดวงตา
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
เจาะลึกความปลอดภัยของ iMessage มั่นใจได้แค่ไหน
ทำไมคำว่า AMBULANCE บนหน้ารถพยาบาลต้องเขียนกลับด้าน
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ทำไมฝูงลิงแสมจึงอยู่คู่เมืองลพบุรีมายาวนาน
สุดยอดโรมแรมในประเทศไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก
ต้นกำเนิดแฟลชถ่ายรูป จากผงแมกนีเซียมอันตรายสู่แสงวาบในมือถือ
ท่อปัสสาวะ ท่อเล็กๆ แต่อักเสบเป็นอันตราย
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ
เจาะลึกความปลอดภัยของ iMessage มั่นใจได้แค่ไหน



