หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทําไมรอยสักถึงฝังแน่นอยู่บนผิวหนังได้ตลอดชีวิต

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เคยสงสัยกันไหมว่าทําไมหมึกที่เราสักลงไปบนผิวหนังถึงอยู่กับเราได้นานหลายสิบปี ทั้งที่ร่างกายของเราผลัดเซลล์ผิวหนังอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นรอยถลอกหรือแผลทั่วไป ร่างกายมักจะรักษาตัวเองและจางหายไปในเวลา

ไม่นาน

แต่สําหรับรอยสักกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คําตอบของเรื่องนี้ซ่อนอยู่ในชั้นผิวหนังของเรานี่เอง ปกติแล้วผิวหนังของมนุษย์ประกอบด้วยชั้นหลักๆ คือชั้นหนังกําพร้าที่อยู่ด้านนอกสุด

ซึ่งเซลล์ผิวหนังชั้นนี้จะมีการผลัดเปลี่ยนตัวเองอยู่ตลอดเวลาประมาณทุกๆ สี่สัปดาห์ หากเราสักหมึกลงไปแค่ในชั้นนี้ ลวดลายก็จะจางหายไปตามการผลัดผิว

แต่การสักที่แท้จริงคือการที่เข็มนําหมึกเจาะลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้หรือที่เรียกว่าชั้นเดอร์มิส ชั้นนี้ไม่ได้มีการผลัดเซลล์แบบรวดเร็วเหมือนชั้นนอก จึงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสําหรับเม็ดสี เมื่อเข็ม

เจาะลงไป

ร่างกายจะรับรู้ว่ามีวัตถุแปลกปลอมเข้ามาและสั่งการให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้ามาจัดการทันที เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแมคโครฟาจจะรีบเข้ามาล้อมจับเม็ดสีเหล่านั้นเอาไว้

เพื่อกําจัดสิ่งที่มันมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม แต่ด้วยความที่อนุภาคของหมึกสักมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่เซลล์เหล่านี้จะย่อยสลายได้ง่ายๆ

ทําให้สุดท้ายแล้วแมคโครฟาจต้องแบกเม็ดสีเหล่านั้นเอาไว้ในตัวเองและไม่สามารถขยับไปไหนได้ นอกจากนี้ยังมีแมคโครฟาจตัวใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเซลล์เดิมที่ตายไปเรื่อยๆ ทําให้หมึกยังคงติดอยู่กับที่เดิมไม่หายไป

ไหนตามกาลเวลา

สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี รอยสักอาจจะดูซีดจางลงบ้าง นั่นไม่ใช่เพราะร่างกายกําจัดหมึกออกไปได้ทั้งหมด แต่เป็นเพราะเซลล์ในร่างกายค่อยๆ ตายและเกิดใหม่ไปเรื่อยๆ

ทําให้ตําแหน่งของหมึกขยับไปทีละนิดจนลายเส้นดูไม่คมชัดเหมือนวันแรก รวมถึงการโดนแสงแดดและการดูแลผิวพรรณก็มีผลต่อความคงทนของหมึกด้วยเช่นกัน กระบวนการนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทําไมการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ถึง

ต้องใช้พลังงานสูง

เพราะต้องทําลายเซลล์ที่ห่อหุ้มหมึกเหล่านั้นให้เม็ดสีแตกตัวเล็กลง เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ขับออกทางระบบน้ําเหลืองนั่นเอง การทําความเข้าใจเรื่องนี้ช่วยให้เห็นว่ารอยสักไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเพียง

อย่างเดียว

แต่เป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่น่าทึ่งซึ่งร่างกายของเราทํางานร่วมกับสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่มเข้ามาโดยเจตนา

ก่อนตัดสินใจสักครั้งต่อไปจึงอยากให้เข้าใจธรรมชาติของผิวหนังกันก่อนว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างถาวรและต้องใช้ความรอบคอบในการดูแลรักษาเพื่อให้ลายเส้นยังคงชัดเจนงดงามไปได้นานที่สุดเท่าที่จะ

เป็นไปได้

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 56 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยiPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดารีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะนาฬิกาที่เดินตรงที่สุดในโลกใช้อะตอมจับเวลา108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69ปู่เจ้าสมิงพรายไม่ได้แพ้คาถามหาเสน่ห์อย่างที่เล่ากัน10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลกiPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?“เปิด 2 อำเภอในไทยที่ยังไม่มี 7-Eleven แล้วทำไม ร้านสะดวกซื้อถึงยังเข้าไม่ถึง?"รีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สมถะทำให้ใจสงบแต่ต้องเดินคู่ปัญญาจึงไปถึงนิพพานทำไมทาแป้งเย็นหลังอาบน้ำแล้วเย็นจี๊ดจนแสบผิวทำไมสมองถึงแวบว่าอยากกระโดดทั้งที่ไม่ได้อยากตายความหึงหวงของทศกัณฐ์ทำไมถึงพาลงกาทั้งเมืองสู่สงคราม
ตั้งกระทู้ใหม่