ทึ่งภาษาละตินที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลังความหลากหลายของภาษาทั่วโลกในเวลานี้
เวลาเราหยิบหนังสือภาษาต่างประเทศมาอ่าน หรือแม้แต่ตอนดูซีรีส์ฝรั่ง บางครั้งเรามักจะสะดุดกับคําศัพท์ที่ดูคลับคล้ายคลับคลาเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทั้งที่บางคําเราแทบไม่เคยเรียนมาก่อนเลยด้วยซ้ํา
มันน่าหงุดหงิดเหมือนกันนะที่รู้ว่าสมองเราพยายามนึกคําแปลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพอไปลองไล่ดูที่มาที่ไปจริงๆ มักจะหนีไม่พ้นรากเหง้าของภาษาละตินที่แผ่อิทธิพลไปทั่วโลกอย่างเงียบๆ หลายคนอาจเคยได้ยินว่าภาษาละตินเป็นภาษาที่ตายแล้ว
เพราะไม่มีใครมานั่งพูดคุยภาษาละตินกันเป็นภาษาแม่ในชีวิตประจําวันเหมือนภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย แต่มันกลับไม่ยอมหายไปไหนเลย รากคําศัพท์ละตินนี่แหละที่เป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมคนหลายชาติหลายภาษาเข้าหากัน
ตั้งแต่ยุคจักรวรรดิโรมันที่พยายามขยายอํานาจและอิทธิพลไปทั่วทวีป ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหารหรือการปกครอง แต่คือการสื่อสารที่จําเป็นต้องใช้ร่วมกันระหว่างผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ช่วงนั้นแหละที่ภาษาละตินเริ่มซึมเข้าไปในโครงสร้างทางสังคมอย่างเต็มตัว
สังเกตดูภาษาในกลุ่มโรมานซ์อย่างฝรั่งเศส อิตาลี สเปน หรือโปรตุเกส จะเห็นความคล้ายคลึงของโครงสร้างประโยคและรากคําศัพท์ที่หยิบยืมมาจากละตินกันชัดเจนมาก บ้างก็บอกว่าเป็นเพราะความสวยงามและความเป็นระเบียบของภาษาที่ทําให้คนเลือกนํามาใช้
แต่ในมุมหนึ่งก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่ามันเป็นผลพวงของการขยายอิทธิพลทางการเมืองในยุคนั้นด้วยหรือเปล่า แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเหตุผลหลักคืออะไรกันแน่ บางคนมองว่ามันคือความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม
ในขณะที่อีกฝั่งอาจมองว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมผู้คนใต้การปกครอง ความน่าสนใจอีกอย่างคือในภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่ภาษาวิทยาศาสตร์ที่เราใช้เรียกชื่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ ชื่อสารเคมี หรือคําศัพท์เฉพาะทางในศาลและกฎหมาย
ส่วนใหญ่ก็มาจากละตินเกือบทั้งนั้น มันเหมือนเป็นภาษาสากลของคนมีความรู้ในสมัยก่อน ที่เวลานักวิทยาศาสตร์หรือนักกฎหมายจากต่างถิ่นมาเจอกัน ก็สามารถคุยกันรู้เรื่องด้วยภาษาตัวนี้ได้ ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็ตาม
เหมือนกับการใช้ภาษาอังกฤษในเวลานี้ที่กลายเป็นภาษากลางของโลก เราอาจเคยตั้งคําถามกันบ้างว่า ทําไมภาษาหนึ่งที่แทบไม่มีคนสื่อสารด้วยแล้ว ถึงยังมีบทบาทสําคัญในชีวิตประจําวันของเราได้ขนาดนี้ บางทีภาษาไม่ได้มีชีวิตอยู่แค่ในรูปแบบของการพูดโต้ตอบกัน
แต่ภาษาดํารงอยู่ผ่านความคิด ความเชื่อ และระบบการจัดการที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ระบบรากฐานที่ถูกวางไว้มันก็ยังคงทําหน้าที่ของมันอยู่เสมอ ไม่ได้จะมาบอกว่าภาษาละตินคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งอย่างที่วิเศษที่สุด
หรือจะมาบอกว่าเป็นร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่น่าจดจําเพียงอย่างเดียว แต่ที่เอามาเล่าเพราะรู้สึกทึ่งกับความอึดของมันที่ยืนหยัดมาได้เป็นพันปี หลายคนอาจมองว่ามันเป็นแค่เรื่องประวัติศาสตร์ไกลตัว แต่ถ้าลองจ้องมองลึกๆ
ภาษาที่อยู่ในคลังคําศัพท์ของเราทุกคนมันก็มีที่มาที่ไปที่น่าทึ่งไม่แพ้กัน แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ มีมุมมองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง เคยสังเกตคําศัพท์ไหนในภาษาต่างประเทศที่รู้ว่ามีรากมาจากละตินแล้วรู้สึกสนุกบ้างไหม แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
ที่มาและความสําคัญประวัติศาตร์คลองแสนแสบสายน้ําเส้นเลือดใหญ่คนเมือง
10 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ เคยใช้สีอะไรมาแล้วบ้าง?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ทำไมช่องประตูตู้เย็นควรเก็บเครื่องปรุง ไม่ใช่นมหรืออาหารสด
ทำไมวันฝนตกถึงชวนให้โรแมนติก? เข้าใจอารมณ์รักผ่านร่างกายและจิตใจ
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
ทำไมเราถึงรู้สึกอิจฉาคนอื่น ทั้งที่ชีวิตตัวเองก็ไม่ได้แย่? เมื่อสมองมนุษย์ชอบเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัว
ทำไมบางคนชอบช่วยคนอื่น แต่กลับไม่ดูแลตัวเอง? เมื่อความใจดีอาจทำให้เราลืมตัวเอง
ทำไมบางคนอายุ 30 แล้วยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จ? เมื่อชีวิตจริงไม่เหมือนภาพที่เคยวาดไว้
ทำไมหลายคนรู้สึกว่า “ชีวิตดีขึ้น แต่ไม่มีความสุขขึ้น”? เมื่อความสำเร็จไม่ได้เติมเต็มหัวใจเสมอไป