หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทําไมกรดในกระเพาะจี๊ดจ๊าดถึงไม่ย่อยตับไตไส้พุงตัวเอง

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เคยสงสัยกันไหมว่าน้ําย่อยในกระเพาะอาหารที่เรามีอยู่เนี่ย คือกรดไฮโดรคลอริกที่เข้มข้นพอจะละลายโลหะหรือทําลายเนื้อเยื่อได้สบายๆ ทําไมพอมันทํางานย่อยอาหารที่เรากินเข้าไป มันถึงไม่หันมาทําลายตัวกระเพาะเองหรือทําให้เราย่อยตัวเองจนทะลุเป็นแผลไปเสียก่อน คําตอบของเรื่องนี้ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นกระบวนการปกป้องตัวเองอันน่าทึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมานับตั้งแต่อยู่ในท้องแม่กันเลยทีเดียว

กลไกป้องกันด่านแรกที่สําคัญที่สุดคือชั้นเมือกหนาที่เคลือบผนังกระเพาะอาหารเอาไว้ ชั้นเมือกส่วนนี้ประกอบไปด้วยสารไกลโคโปรตีนที่รวมตัวกับไบคาร์บอเนต ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ

สารด่างนี้จะทําหน้าที่สะเทินกรดที่พยายามจะแทรกซึมเข้าใกล้ผนังกระเพาะ ทําให้กรดไฮโดรคลอริกที่รุนแรงนั้นถูกเจือจางลงทันทีที่เข้าใกล้เขตอันตราย

เรียกได้ว่ากระเพาะอาหารเรามีกําแพงกันกรดติดตั้งไว้ตลอดเวลาแบบไม่ต้องรอคําสั่ง นอกจากกําแพงเมือกแล้ว กระเพาะอาหารยังมีระบบการจัดวางเซลล์ที่แน่นหนามาก เซลล์ที่บุผนังกระเพาะจะเรียงตัวต่อกันอย่างไร้ช่องว่าง

ทําให้กรดไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปทําลายเนื้อเยื่อชั้นลึกได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายยังมีการผลัดเซลล์ผนังกระเพาะอยู่ตลอดเวลา เหมือนการเปลี่ยนถ่ายอะไหล่ที่เสื่อมสภาพทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

เซลล์ที่ผ่านการใช้งานมาหนักหน่วงจะหลุดออกไปและถูกแทนที่ด้วยเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าเกือบทุกๆ สองถึงสามวัน กระบวนการนี้ทําให้ผนังกระเพาะอาหารมีความสดใหม่และทนทานต่อสภาวะความเป็นกรดสูงได้อยู่เสมอ

อีกหนึ่งความลับสําคัญคือเอนไซม์เปปซินที่ใช้ย่อยโปรตีน เอนไซม์ชนิดนี้จะไม่ทํางานในทันทีเมื่อมันถูกผลิตออกมาจากเซลล์ แต่จะรอจนกว่าจะถูกกระตุ้นโดยสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดในโพรงกระเพาะเท่านั้น

การออกแบบนี้ทําให้เอนไซม์ย่อยโปรตีนไม่เริ่มทํางานตั้งแต่ตอนที่มันยังอยู่ในเซลล์ต้นกําเนิดของกระเพาะ ป้องกันไม่ให้มันกลับมาทําร้ายอวัยวะที่เป็นโปรตีนของตัวเราเองตั้งแต่จุดเริ่มต้น

ฟังดูเหมือนระบบความปลอดภัยหลายชั้นที่ออกแบบมาอย่างละเอียดรอบคอบ แต่ถึงแม้ร่างกายจะมีระบบป้องกันที่แข็งแกร่งเพียงใด พฤติกรรมการกินหรือความเครียดก็สามารถทําลายปราการเหล่านี้ได้เช่นกัน เช่น

การทานยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซดติดต่อกันนานๆ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร ปัจจัยเหล่านี้จะไปลดคุณภาพของชั้นเมือกหรือไปรบกวนกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่ ทําให้เกราะป้องกันอ่อนแอลงจนเกิดเป็นแผลในกระเพาะ

อาหารตามมาได้

เมื่อเข้าใจกลไกเหล่านี้แล้ว เราจะพบว่าร่างกายคนเรานั้นเต็มไปด้วยระบบวิศวกรรมชีวภาพที่ยอดเยี่ยมมาก การดูแลสุขภาพกระเพาะอาหารให้ดีจึงเป็นเหมือนการรักษาเกราะป้องกันด่านสําคัญนี้เอาไว้

เพื่อให้มันทําหน้าที่ย่อยสารอาหารและปกป้องตัวเองให้เราได้อย่างยาวนานตลอดไป

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทยเหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาททําไมอําเภอแม่สายถึงเป็นจุดเหนือสุดของประเทศไทยน้ำมันโลกใกล้หมดจริงหรือ? เข้าใจปริมาณสำรองและอนาคตพลังงาน10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุดทําไมยีราฟถึงวิวัฒนาการจนมีคอที่ยาวเป็นพิเศษโดนหวยแดกต้องแก้เคล็ดยังไง? เมื่อความผิดหวังจากโชค กลายเป็นบทเรียนเรื่องชีวิตวิธีสังเกตน้ํามันทอดซ้ําเสื่อมสภาพเพื่อความปลอดภัยว่างมากเกินไป เสี่ยงทำให้เซลล์เสื่อม และอาจแก่ก่อนวัยอันควร4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดเจาะลึกที่มาของอาการขนลุก ทั้งที่ไม่ได้ผีหลอกแต่เป็นกลไกธรรมชาติมาแล้ว! เลขเด็ด อ.ไก่ (วุฒินันท์ สอนศรี) งวดประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จัดเต็มวิ่งบน-วิ่งล่าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ทําไมเตียงคนไข้ต้องมีล้อและปรับระดับได้มากกว่าการอํานวยความสะดวกเหตุผลที่ลืมตาในน้ําทะเลแล้วแสบตาและวิธีดูแลดวงตาทําไมคนเราถึงมีฟันคุดและทําไมต้องถอนออกว่างมากเกินไป เสี่ยงทำให้เซลล์เสื่อม และอาจแก่ก่อนวัยอันควร
ตั้งกระทู้ใหม่