อุโมงค์กัวเลี่ยงที่ชาวบ้านขุดหน้าผาด้วยมือ
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
รถคันหนึ่งค่อย ๆ เลียบผนังหินในช่องทางแคบพอให้รถสวนกันอย่างระมัดระวัง ด้านหนึ่งเป็นหินที่ถูกสกัดจนขรุขระ อีกด้านเปิดเป็นช่องหน้าต่างรับลมและแสง แต่ถ้ามองลอดออกไปจะเห็นหุบเหวลึกของเทือกเขาไท่หางอยู่ตรงหน้า นี่คืออุโมงค์กัวเลี่ยง ในหมู่บ้านกัวเลี่ยง เมืองฮุยเซี่ยน มณฑลเหอหนานของจีน
ภาพอุโมงค์ริมผาอาจทำให้คนคิดว่าเป็นโครงการวิศวกรรมขนาดใหญ่ แต่จุดเริ่มต้นของมันคือหมู่บ้านบนภูเขาที่เคยมีทางออกเพียงบันไดหินชันและคับแคบ ชาวบ้านต้องใช้เส้นทางนี้เพื่อเดินทาง ติดต่อโลกภายนอก และขนของจำเป็นขึ้นลงภูเขา
13 คนตัดสินใจขุดทางออกเอง
ข้อมูลจากแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นและบทความบันทึกสถานที่ระบุตรงกันว่า ในปี 1972 ชาวบ้านนำโดย เซินหมิงซิ่น รวบรวมชาย 13 คนเพื่อเปิดทางผ่านหน้าผา พวกเขาขายแพะและพืชผลเพื่อหาเงินซื้อเครื่องมือ ไม่มีเครื่องจักรหนักหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า งานหลักจึงเป็นการใช้ค้อนและสิ่วสกัดหิน แล้วลำเลียงเศษหินออกจากจุดขุด
งานนี้หนักเกินกว่าจะเรียกว่า “ขุดถนน” แบบทั่วไป เพราะทุกครั้งที่เปิดทางเพิ่มขึ้นคือการทำงานบนหน้าผาสูง รายงานหลายแหล่งกล่าวว่าช่วงยากที่สุด พวกเขาทำความคืบหน้าได้ราว 1 เมตรใน 3 วัน และมีผู้ร่วมงานเสียชีวิตระหว่างการก่อสร้าง ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่นอนไม่ปรากฏในแหล่งข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ จึงไม่ควรเล่าต่อเป็นจำนวนตายตัว
ห้าปีเพื่อถนนกว้างเพียง 4 เมตร
อุโมงค์เปิดใช้การจราจรเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1977 หลังทำงานต่อเนื่องราว 5 ปี ความยาวที่ถูกอ้างถึงมีทั้ง 1.2 และ 1.3 กิโลเมตรตามวิธีวัดของแต่ละแหล่ง ส่วนขนาดหน้าตัดที่รายงานสอดคล้องกันคือสูงประมาณ 5 เมตร กว้างประมาณ 4 เมตร จึงยังเป็นทางแคบ ต้องขับช้า และมองทางโค้งอย่างระวัง
ช่องเปิดตามแนวผาไม่ได้ถูกทำไว้เพื่อชมวิวเป็นหลัก แต่ช่วยระบายเศษหินและให้แสงส่องเข้าไปในระหว่างขุด เมื่อมองจากฝั่งหุบเขา ช่องเหล่านี้เรียงตัวราวกับรอยบากบนกำแพงหินขนาดมหึมา กลายเป็นลักษณะที่ทำให้อุโมงค์กัวเลี่ยงมีภาพจำต่างจากอุโมงค์ถนนทั่วไป
คำว่า “ทางหลวงมรณะ” ที่มักใช้เรียกอุโมงค์นี้เป็นฉายาจากความแคบ ผิวทางขรุขระ โค้งอับสายตา และความสูงชันของหน้าผา มากกว่าจะเป็นชื่อทางการหรือสถิติอุบัติเหตุที่มีตัวเลขยืนยัน จุดสำคัญของเรื่องนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันว่าอันตรายที่สุดในโลกหรือไม่ แต่คือมันเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการถูกตัดขาดจริง ๆ
ทุกวันนี้อุโมงค์กัวเลี่ยงช่วยพาหมู่บ้านเข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวของเขตว่านเซียนซาน นักท่องเที่ยวมาเห็นหน้าผา บ้านหิน และถนนที่ครั้งหนึ่งเปลี่ยนการเดินทางอันยากลำบากให้กลายเป็นทางเชื่อมสู่ภายนอก หลุมหน้าต่างริมผาจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพหวาดเสียว แต่เป็นหลักฐานของการขุดหินทีละจุดด้วยแรงคนตลอดห้าปี
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
บางบาลน้ำมาเร็ว ภาพเดียวเห็นชัด น้ำท่วมบ้านเกือบมิดตัวในคืนเดียว
7 เมมโมรี่การ์ด PS1 / PS2 ลายการ์ตูนลิมิเต็ด! ของชิ้นเล็กยุคเกมเก่าที่ราคาพุ่ง
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
โอโซนช่วยปกป้องโลกอย่างไร ? 5 เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
ทำไมขนมปังแช่ตู้เย็นถึงแข็งเร็ว — ทั้งที่เราคิดว่าความเย็นควรทำให้มันสดนานขึ้น?
ลิซ่า-บลู พงศ์ทิวัตถ์ เจอข่าวลือภาพปริศนาที่ลอนดอน ก่อนฝ่ายชายโพสต์แคปชั่นชวนคิด
ตะเกียบโลหะแบนของเกาหลีมีที่มาจากการเช็กยาพิษจริงหรือไม่
คลิปเก๋งปาดซ้าย–ขวาล้านวิวจบที่โรงพัก — ทำไมเปลี่ยนเลนถี่ ๆ ถึงอันตรายกว่าที่คิด?
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
กรุ๊ปเลือดบอกนิสัยได้จริงแค่ไหนในวัฒนธรรมเกาหลี
ตะเกียบโลหะแบนของเกาหลีมีที่มาจากการเช็กยาพิษจริงหรือไม่






