ทำไมราคา 99 บาท ถึงดูถูกกว่า 100 บาท ทั้งที่ต่างกันเพียงบาทเดียว
ทำไมราคา 99 บาท ถึงดูถูกกว่า 100 บาท ทั้งที่ต่างกันเพียงบาทเดียว
เคยสังเกตไหมว่า ไม่ว่าจะเดินห้าง เข้าแอปช้อปปิ้ง หรือเลื่อนดูโปรโมชันตามร้านค้า เรามักพบราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น 49 บาท 99 บาท 199 บาท หรือ 999 บาท
เมื่อมองเผิน ๆ หลายคนอาจรู้สึกว่าราคาเหล่านี้ดูถูกกว่าตัวเลขกลม ๆ แต่ถ้าลองคิดให้ดี ราคา 99 บาทกับ 100 บาทต่างกันเพียง 1 บาท เท่านั้น แล้วทำไมความรู้สึกของเราจึงไม่เหมือนกัน?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีที่สมองประมวลผลตัวเลขด้วย
ต่างกัน 1 บาท แต่สมองอาจมองเป็นคนละช่วงราคา
ปรากฏการณ์นี้มักเรียกว่า Left-Digit Effect หรือผลกระทบจากตัวเลขหลักซ้าย
เมื่อเราเห็นราคา 99 บาท สมองอาจจัดราคานั้นไว้ในกลุ่ม “เก้าสิบกว่าบาท” แต่เมื่อเห็นราคา 100 บาท ตัวเลขหลักแรกเปลี่ยนจาก 9 เป็น 1 และทำให้รู้สึกว่าสินค้าได้ขยับเข้าสู่ระดับ “ร้อยบาท” แล้ว
แม้ส่วนต่างจริงจะมีเพียงบาทเดียว แต่ในเชิงการรับรู้ ราคาทั้งสองอาจดูเหมือนอยู่คนละช่วงกัน
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Consumer Research อธิบายว่า ราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 สามารถถูกมองว่าต่ำกว่าราคาที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อยได้ โดยเฉพาะเมื่อการเพิ่มราคาทำให้ตัวเลขหลักซ้ายเปลี่ยนไป เช่น 99 เป็น 100 หรือ 199 เป็น 200
นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ร้านค้าจำนวนมากยังเลือกใช้ราคาลงท้ายด้วยเลข 9 มาจนถึงทุกวันนี้
ไม่ใช่ราคาเลข 9 ทุกแบบจะให้ผลเท่ากัน
จุดที่หลายคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ การลงท้ายด้วยเลข 9 ไม่ได้ทำให้ราคาดูถูกลงอย่างชัดเจนในทุกสถานการณ์
ผลจากตัวเลขหลักซ้ายมักเห็นได้ชัดกว่าเมื่อราคาข้ามไปยังเลขหลักใหม่ เช่น
-
99 บาท เทียบกับ 100 บาท
-
199 บาท เทียบกับ 200 บาท
-
999 บาท เทียบกับ 1,000 บาท
แต่ถ้าเปรียบเทียบ 95 บาทกับ 96 บาท ตัวเลขหลักซ้ายยังคงเหมือนเดิม ความรู้สึกว่าเป็น “คนละระดับราคา” จึงอาจไม่ชัดเท่ากัน
นอกจากนี้ ผลดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับบริบท วิธีแสดงราคา และราคาของสินค้าอื่นที่วางเปรียบเทียบอยู่ใกล้กัน ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคทุกคนจะตอบสนองเหมือนกันเสมอไป งานวิจัยยังพบว่าระดับความคุ้นเคยกับตัวเลขและวิธีประมวลผลราคาของแต่ละคนอาจทำให้การตอบสนองต่อราคาเลข 9 แตกต่างกันได้
ทำไมเราจึงเผลอมองเลขตัวแรกก่อน
เวลาตัดสินใจซื้อสินค้า โดยเฉพาะเมื่อมีสินค้าหลายรายการให้เลือก สมองมักต้องประเมินข้อมูลจำนวนมากภายในเวลาไม่กี่วินาที
แทนที่จะคำนวณทุกตัวเลขอย่างละเอียด เราอาจใช้ข้อมูลที่เห็นและเข้าใจได้รวดเร็วก่อน ตัวเลขด้านซ้ายจึงมีโอกาสสร้างความประทับใจแรกเกี่ยวกับระดับราคา
พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ใกล้ตัว เช่น
-
การเลือกของในซูเปอร์มาร์เก็ต
-
การเปรียบเทียบสินค้าในแอปช้อปปิ้ง
-
การดูราคาอาหารหรือเครื่องดื่ม
-
การเลือกรายเดือนของบริการออนไลน์
-
การพิจารณาสินค้าระหว่างช่วงลดราคา
ต่อให้รู้ทันเทคนิคนี้แล้ว ความรู้สึกว่า 99 บาทดูถูกกว่า 100 บาทก็อาจยังเกิดขึ้น เพราะเป็นการรับรู้ที่ทำงานอย่างรวดเร็วก่อนที่เราจะหยุดคำนวณส่วนต่างจริง
แล้วร้านค้าตั้งราคาแบบนี้เพราะอะไร?
เหตุผลหลักคือช่วยทำให้ราคาดูน่าสนใจขึ้นในสายตาของผู้ซื้อ เทคนิคนี้มักถูกเรียกรวม ๆ ว่า การตั้งราคาเชิงจิตวิทยา หรือ Psychological Pricing และบางครั้งเรียกการตั้งราคาต่ำกว่าตัวเลขกลมเล็กน้อยว่า Charm Pricing
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะตัดสินใจซื้อเพราะเห็นเลข 99 เพียงอย่างเดียว ปัจจัยอย่างคุณภาพสินค้า ความจำเป็น โปรโมชั่น ค่าจัดส่ง และความน่าเชื่อถือของร้านยังมีผลต่อการตัดสินใจมากกว่าในหลายกรณี
อย่างไรก็ตาม เมื่อสินค้าหลายชิ้นมีคุณสมบัติและราคาใกล้เคียงกัน รายละเอียดเล็ก ๆ บนป้ายราคาอาจช่วยให้สินค้าชิ้นหนึ่งดูคุ้มค่ากว่าอีกชิ้นได้ เทคนิคตั้งราคาลงท้ายด้วย 99 จึงยังถูกใช้อย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อไปจนถึงบริการออนไลน์
วิธีรู้ทันก่อนตัดสินใจซื้อ
การเห็นราคา 99 บาทไม่ได้แปลว่าสินค้านั้นไม่คุ้มค่า แต่ก่อนกดซื้อควรมองให้ไกลกว่าตัวเลขหลักแรก โดยลองตรวจสอบสั้น ๆ ว่า
-
ราคาสุทธิรวมค่าจัดส่งแล้วเท่าไร
-
ปริมาณหรือน้ำหนักต่อหน่วยคุ้มกว่าหรือไม่
-
เป็นราคาลดจริง หรือเพียงตั้งราคาให้ดูต่ำกว่าตัวเลขกลม
-
มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น ค่าสมาชิกหรือค่าบริการเพิ่มเติมหรือไม่
-
ซื้อเพราะจำเป็น หรือเพราะป้ายราคาทำให้รู้สึกว่าถูก
ตัวอย่างเช่น สินค้า 99 บาทที่มีค่าจัดส่ง 40 บาท อาจแพงกว่าสินค้า 110 บาทที่ส่งฟรี หรือสินค้าขนาดเล็กราคา 199 บาทอาจไม่คุ้มเท่าสินค้าขนาดใหญ่ราคา 220 บาทเมื่อคำนวณราคาต่อหน่วย
สรุป
ราคา 99 บาทไม่ได้ประหยัดกว่า 100 บาทอย่างมีนัยสำคัญในแง่จำนวนเงินที่จ่าย แต่ในแง่การรับรู้ สมองของเราอาจมองว่าราคาทั้งสองอยู่คนละระดับ โดยเฉพาะเมื่อเลขหลักซ้ายเปลี่ยนจากหลักสิบเป็นหลักร้อย หรือจากหลักร้อยเป็นหลักพัน
สิ่งที่ต่างกันเพียง 1 บาทจึงกลายเป็นเทคนิคทางการตลาดที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายมานานหลายสิบปี
ครั้งต่อไปที่เห็นป้ายราคา 99 บาท ลองหยุดดูอีกสักนิดว่า สินค้านั้นคุ้มค่าจริงจากราคา ปริมาณ และคุณภาพ หรือเพียงดูถูกลงเพราะวิธีที่ตัวเลขถูกนำเสนอ
แล้วคุณล่ะ เวลาเห็นราคา 99 บาทกับ 100 บาท ยังรู้สึกว่าต่างกันอยู่ไหม?
REFERENCES:
https://academic.oup.com/jcr/article-abstract/32/1/54/1796360
https://academic.oup.com/jcr/article/48/6/1050/6302564
https://www.library.hbs.edu/working-knowledge/psychological-pricing-tactics-to-fight-the-inflation-blues
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9387778/
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
Math Anxiety ทำไมคนส่วนใหญ่เกลียดคณิตศาสตร์? ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข...
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ทำไมแมวส้มส่วนใหญ่มีแต่ตัวผู้?
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
เลขเด็ด 16 กรกฎาคม 2569 จาก ทุกสำนักดังทั่วไทย
ส่องเลข “น้องเนเน่” สาวน้อยมหัศจรรย์ 100 ล้านวิว คอหวยจับตาเลขอายุ เลขเวทีดัง ลุ้นงวด 16 ก.ค. 2569
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
"รู้หรือไม่? GPS นำทางไปร้านหมูกระทะ เคยเป็นอาวุธลับระดับโลกมาก่อน"
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
ทำไมกระจกหน้ารถแตกไม่เหมือนกระจกข้าง?
วิธีปฏิเสธเมื่อถูกชวนทำขายตรง แบบสุภาพแต่ชัดเจน
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
😃 ชวนลองเข้ามาดูภาพถ่ายที่ทำให้คุณรู้สึกสับสนจนคิดว่าว่ากำลังมีชีวิตอยู่ในโลกอินเซ็ปชั่นได้เลย 😅

