เหนื่อยไหมที่เป็น "เดอะแบก"? เมื่อความรักเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นแม่ผ่าน "โรคเวนดี้"
บทบาท “เดอะแบก” ในความสัมพันธ์ หรือที่ทางจิตวิทยาเรียกว่า “โรคเวนดี้” (Wendy Syndrome) เปรียบเสมือนเงาสะท้อนของการอุทิศตนจนสูญเสียความเป็นตัวเอง หากวิเคราะห์ผ่านกรอบแนวคิดของ คาร์ล จุง (Carl Jung) จิตแพทย์ชื่อดังชาวสวิส อาการที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างและจัดการทุกอย่างให้คนรักจนราวกับเป็นแม่นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของมารยาทหรือความปรารถนาดี แต่คือภาพสะท้อนของปมขัดแย้งในจิตใต้สำนึกที่ฝังลึก และอาจกลายเป็นชนวนเหตุที่บ่อนทำลายสุขภาวะทางจิตวิญญาณของทั้งสองฝ่ายในระยะยาว
หากนำทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของ คาร์ล จุง มาถอดรหัสพฤติกรรมของเวนดี้ จะพบแง่มุมที่น่าสนใจดังนี้
-
ปมขัดแย้งกับ Archetype "Puer Aeternus" (เด็กชายชั่วนิรันดร์): จุงอธิบายว่าในจิตใต้สำนึกของมนุษย์จะมีตัวตนต้นแบบอยู่ ซึ่งพฤติกรรมของเวนดี้จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่เข้าไปเติมเต็มและรองรับ Archetype ของคนรักที่ติดอยู่ในภาวะปีเตอร์แพน (ไม่ยอมโต) การที่เวนดี้คอยจัดการทุกอย่าง เปรียบเสมือนการป้อนข้าวให้ผู้ใหญ่ที่จริงๆ แล้วตักทานเองได้ ยิ่งเวนดี้แสดงบทบาทผู้ปกป้องมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไปขัดขวางกระบวนการพัฒนาตัวตนที่แท้จริง (Individuation) ของคนรัก ทำให้เขาขาดวุฒิภาวะในโลกแห่งความเป็นจริงไปเรื่อยๆ
-
แรงขับจาก "Shadow" (ด้านมืดในจิตใจ) และปมกลัวการถูกทอดทิ้ง: ในมุมของจุง พฤติกรรมที่ยอมเหนื่อยอยู่ฝ่ายเดียวของเวนดี้ มักมีรากเหง้ามาจาก Shadow หรือความกลัวเบื้องลึกในจิตใจ นั่นคือ "ปมกลัวการถูกทอดทิ้ง" จิตใต้สำนึกของเวนดี้เชื่อว่า ถ้าตนเองไม่มีประโยชน์หรือไม่ได้เป็นผู้ควบคุมดูแล คนรักก็อาจจะเดินจากไป การยอมเป็นเดอะแบกจึงเป็นกลไกป้องกันตนเองทางจิต เพื่อเหนี่ยวรั้งความสัมพันธ์เอาไว้ แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว การแบกรับพลังงานลบนี้จะย้อนกลับมาทำให้ตัวตนของเวนดี้เองต้องเผชิญกับภาวะหมดไฟ (Burnout) ก็ตาม
การส่งเสริมพฤติกรรมที่ผิดพลาดนี้ไม่ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์ยั่งยืน แต่เป็นเพียงการยื้อเวลาพังทลายออกไป ทางออกตามแนวคิดจิตวิทยาคือการสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นหญิงและชายในจิตใจ (Anima และ Animus) โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
-
หยุดทำหน้าที่แทนและกล้าเผชิญหน้ากับความจริง: ละทิ้งหน้ากากของการเป็นผู้ควบคุมดูแล เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เผชิญหน้ากับปัญหาและผลลัพธ์ของพฤติกรรมตนเองบ้าง
-
กำหนดขอบเขตและขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจน: สื่อสารความต้องการของตนเองอย่างตรงไปตรงมา เรียนรู้ที่จะปฏิเสธและพูดคำว่า "ไม่" ในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตนโดยไม่ต้องรู้สึกผิด
-
สนับสนุนกระบวนการเติบโต: การปล่อยให้คนรักได้ลองผิดลองถูกหรือหกล้มบ้าง คือการแสดงความรักที่แท้จริงตามแนวคิดของจุง เพราะมันคือหนทางเดียวที่จะช่วยให้เขาขับเคลื่อนตัวตนไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ได้
การรักใครสักคนไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการสูญเสียตัวตนทางจิตวิญญาณหรือการยอมแบกโลกทั้งใบไว้เพียงลำพัง ตามกรอบคิดของคาร์ล จุง ความสัมพันธ์ที่ lành mạnh (Healthy) คือการที่คนสองคนต่างตระหนักรู้ในตัวตนของตัวเอง (Self-realization) แล้วเดินเคียงข้างกันไปในฐานะผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ การถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อจัดระเบียบขอบเขตทางจิตวิทยาใหม่ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยคืนความสมดุลและความเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ชีวิตคู่
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
สถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
โชคลาภพูนทวี งวด 16 สิงหาคม 2569 เปิดแนวทางเลขล่าง 35 พร้อมชุด 25 24 34 94 92
ทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
พี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85
“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”
"สายยงยศ" สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของนายทหารฝ่ายเสนาธิการ
คู่มือรับมือและหยุดยั้ง "ไซเบอร์บูลลี่" บนโลกออนไลน์
แถบสีปลายหลอดยาสีฟัน สัญลักษณ์จากโรงงานที่หลายคนเข้าใจผิด
เส้นทางชีวิตจากนรกสู่เวทีเกียรติยศ: เรื่องราวของนักแสดงชาวกัมพูชาคนแรกและคนเดียวที่คว้าออสการ์


