เจาะลึกสาเหตุทำไมบางคนเมารถแต่บางคนนั่งสบายตลอดทาง
อาการเมารถเป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายคนเวลาเดินทาง ไม่ว่าจะนั่งรถยนต์ รถทัวร์ หรือแม้แต่นั่งเรือ หลายคนสงสัยว่าทำไมเพื่อนข้างๆ ถึงนั่งหลับปุ๋ยได้สบายใจ ในขณะที่เรานั่งเกร็งจนแทบจะถอดจิตออกมาได้ตลอดทาง
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะร่างกายอ่อนแอหรือใจไม่สู้ แต่มีกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนซ่อนอยู่เบื้องหลังความรู้สึกพะอืดพะอมนี้
สาเหตุหลักมาจากภาวะที่เรียกว่า Motion Sickness หรืออาการวิงเวียนจากการเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการที่ระบบประสาทสัมผัสในร่างกายรับรู้ข้อมูลขัดแย้งกัน
สมองของมนุษย์เราใช้ระบบสามอย่างในการกำหนดตำแหน่งและทิศทางของร่างกาย ได้แก่ สายตาที่มองเห็นสภาพแวดล้อม หูชั้นในทำหน้าที่รับรู้ความสมดุลและการทรงตัว และกล้ามเนื้อหรือข้อต่อที่คอยส่งสัญญาณบอกตำแหน่งร่างกาย
เวลาที่เรานั่งอยู่ในรถที่กำลังเคลื่อนที่ หูชั้นในจะรับรู้ได้ว่าร่างกายกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า มีการเลี้ยวโค้งหรือเบรกกะทันหัน แต่ในขณะเดียวกัน หากเรานั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือ
สายตาที่มองนิ่งอยู่กับที่จุดเดียวจะส่งสัญญาณบอกสมองว่าเราไม่ได้ขยับไปไหน ความขัดแย้งกันของข้อมูลชุดนี้เองที่ทำให้สมองเกิดอาการสับสนจนประมวลผลผิดพลาด และสั่งการให้ร่างกายตอบสนองด้วยความคลื่นไส้ อาเจียน
รวมถึงอาการเหงื่อแตกหรือวิงเวียนศีรษะ
เหตุผลสำคัญที่ทำให้แต่ละคนมีระดับความทนทานต่ออาการเมารถไม่เท่ากัน เริ่มจากพันธุกรรมที่มีผลอย่างมาก หากคนในครอบครัวมีประวัติการเมารถสูง
ลูกหลานก็มีแนวโน้มที่จะมีระบบประสาทที่ไวต่อความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ เรื่องของอายุและพัฒนาการก็มีส่วนสำคัญ โดยทั่วไปพบว่าเด็กเล็กและผู้หญิงมีโอกาสเมารถได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หรือผู้ชาย
อาจเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือความไวของระบบการทรงตัวที่แตกต่างกันไป
สภาพร่างกายในช่วงเวลานั้นก็เป็นปัจจัยสำคัญ คนที่อยู่ในสภาวะอ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายขาดน้ำ มักจะมีอาการเมารถได้ง่ายกว่าปกติ
เพราะระบบประสาทที่ควรจะจัดการกับความเครียดจากการเดินทางไม่พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้
ความคาดหวังหรือความกังวลล่วงหน้าว่าตัวเองจะเมารถก็มีผลทางจิตวิทยาที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายไวต่อความรู้สึกเหล่านี้มากขึ้น และทำให้เกิดอาการได้ง่ายขึ้นจริงๆ
สำหรับผู้ที่ต้องการบรรเทาอาการเมารถ การลดความขัดแย้งของระบบประสาทสัมผัสคือหัวใจสำคัญ อย่างแรกที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการมองไปที่จุดคงที่ไกลๆ ในแนวเส้นขอบฟ้าแทนการก้มหน้าจ้องสิ่งของภายในรถ
การเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติจะช่วยลดความร้อนและกลิ่นอับที่กระตุ้นให้คลื่นไส้ได้ดี รวมถึงการเลือกที่นั่งที่นิ่งที่สุดอย่างเบาะหน้าข้างคนขับ หรือการหลับพักผ่อนเพื่อตัดการรับรู้ข้อมูลที่สับสนไปในช่วงหนึ่ง
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเตรียมตัวด้วยยาแก้เมารถก่อนเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบนาทีจะช่วยป้องกันสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่าการรอให้เกิดอาการแล้วค่อยหาทางแก้ไขในภายหลัง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
สายเฮลตี้ต้องรู้ ผลไม้บางคู่กินแล้วท้องป่องง่าย



