หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจาะลึกสาเหตุทำไมบางคนเมารถแต่บางคนนั่งสบายตลอดทาง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

อาการเมารถเป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายคนเวลาเดินทาง ไม่ว่าจะนั่งรถยนต์ รถทัวร์ หรือแม้แต่นั่งเรือ หลายคนสงสัยว่าทำไมเพื่อนข้างๆ ถึงนั่งหลับปุ๋ยได้สบายใจ ในขณะที่เรานั่งเกร็งจนแทบจะถอดจิตออกมาได้ตลอดทาง

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะร่างกายอ่อนแอหรือใจไม่สู้ แต่มีกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนซ่อนอยู่เบื้องหลังความรู้สึกพะอืดพะอมนี้

สาเหตุหลักมาจากภาวะที่เรียกว่า Motion Sickness หรืออาการวิงเวียนจากการเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการที่ระบบประสาทสัมผัสในร่างกายรับรู้ข้อมูลขัดแย้งกัน

สมองของมนุษย์เราใช้ระบบสามอย่างในการกำหนดตำแหน่งและทิศทางของร่างกาย ได้แก่ สายตาที่มองเห็นสภาพแวดล้อม หูชั้นในทำหน้าที่รับรู้ความสมดุลและการทรงตัว และกล้ามเนื้อหรือข้อต่อที่คอยส่งสัญญาณบอกตำแหน่งร่างกาย

เวลาที่เรานั่งอยู่ในรถที่กำลังเคลื่อนที่ หูชั้นในจะรับรู้ได้ว่าร่างกายกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า มีการเลี้ยวโค้งหรือเบรกกะทันหัน แต่ในขณะเดียวกัน หากเรานั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือ

สายตาที่มองนิ่งอยู่กับที่จุดเดียวจะส่งสัญญาณบอกสมองว่าเราไม่ได้ขยับไปไหน ความขัดแย้งกันของข้อมูลชุดนี้เองที่ทำให้สมองเกิดอาการสับสนจนประมวลผลผิดพลาด และสั่งการให้ร่างกายตอบสนองด้วยความคลื่นไส้ อาเจียน

รวมถึงอาการเหงื่อแตกหรือวิงเวียนศีรษะ

เหตุผลสำคัญที่ทำให้แต่ละคนมีระดับความทนทานต่ออาการเมารถไม่เท่ากัน เริ่มจากพันธุกรรมที่มีผลอย่างมาก หากคนในครอบครัวมีประวัติการเมารถสูง

ลูกหลานก็มีแนวโน้มที่จะมีระบบประสาทที่ไวต่อความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ เรื่องของอายุและพัฒนาการก็มีส่วนสำคัญ โดยทั่วไปพบว่าเด็กเล็กและผู้หญิงมีโอกาสเมารถได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หรือผู้ชาย

อาจเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือความไวของระบบการทรงตัวที่แตกต่างกันไป

สภาพร่างกายในช่วงเวลานั้นก็เป็นปัจจัยสำคัญ คนที่อยู่ในสภาวะอ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายขาดน้ำ มักจะมีอาการเมารถได้ง่ายกว่าปกติ

เพราะระบบประสาทที่ควรจะจัดการกับความเครียดจากการเดินทางไม่พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้

ความคาดหวังหรือความกังวลล่วงหน้าว่าตัวเองจะเมารถก็มีผลทางจิตวิทยาที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายไวต่อความรู้สึกเหล่านี้มากขึ้น และทำให้เกิดอาการได้ง่ายขึ้นจริงๆ

สำหรับผู้ที่ต้องการบรรเทาอาการเมารถ การลดความขัดแย้งของระบบประสาทสัมผัสคือหัวใจสำคัญ อย่างแรกที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการมองไปที่จุดคงที่ไกลๆ ในแนวเส้นขอบฟ้าแทนการก้มหน้าจ้องสิ่งของภายในรถ

การเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติจะช่วยลดความร้อนและกลิ่นอับที่กระตุ้นให้คลื่นไส้ได้ดี รวมถึงการเลือกที่นั่งที่นิ่งที่สุดอย่างเบาะหน้าข้างคนขับ หรือการหลับพักผ่อนเพื่อตัดการรับรู้ข้อมูลที่สับสนไปในช่วงหนึ่ง

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเตรียมตัวด้วยยาแก้เมารถก่อนเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบนาทีจะช่วยป้องกันสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่าการรอให้เกิดอาการแล้วค่อยหาทางแก้ไขในภายหลัง

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวนี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลกลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปีรายงานสภาพความยากจนของคนไทยสวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบันเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สายเฮลตี้ต้องรู้ ผลไม้บางคู่กินแล้วท้องป่องง่าย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
อาการปวดหัวจี๊ดตอนกินไอศกรีมที่ทำให้เราต้องหยุดชะงักเกิดจากอะไรกันแน่ทำไมแค่พริกไทยป่นปลิวเข้าจมูกนิดเดียวถึงทำเอาเราจามไม่หยุดคนท้องดูสุริยุปราคาได้ไหม? แยกความเชื่อจากข้อเท็จจริงเคล็ดลับการบรรเทาอาการปวดเหงือกจากฟันคุดด้วยการอมน้ำเกลือ
ตั้งกระทู้ใหม่