หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มจากไหนและสำคัญกับไทยอย่างไร

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ถ้าถามว่าแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มตรงไหน หลายคนอาจชี้ขึ้นไปทางเชียงใหม่ เพราะรู้ว่าแม่น้ำปิงไหลมาจากภาคเหนือ บางคนตอบว่ามาจากแม่น้ำปิง วัง ยม และน่านรวมกัน คำตอบนี้ไม่ผิดในมุมระบบลุ่มน้ำ แต่จุดที่เริ่มเรียกสายน้ำว่าแม่น้ำเจ้าพระยาจริง ๆ อยู่ที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ตรงบริเวณที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบกัน

แม่น้ำวังไหลมารวมกับแม่น้ำปิงก่อนถึงนครสวรรค์ ส่วนแม่น้ำยมไหลเข้ารวมกับแม่น้ำน่านที่อำเภอชุมแสง เมื่อปิงกับน่านเดินทางมาถึงตัวเมืองนครสวรรค์ สองสายจึงรวมเป็นเจ้าพระยา จากนั้นไหลลงใต้ผ่านที่ราบภาคกลาง กรุงเทพ และออกสู่อ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทางนับจากปากน้ำโพถึงปากแม่น้ำอยู่ราว 372 กิโลเมตร

ทำไมจุดรวมแม่น้ำที่นครสวรรค์จึงชื่อปากน้ำโพ

คำว่าปากน้ำในชื่อสถานที่บอกถึงบริเวณที่สายน้ำมาบรรจบหรือเปิดเข้าสู่ลำน้ำอีกสาย จุดนี้มองเห็นแม่น้ำสองสายไหลเข้าหากันได้ชัดในบางช่วง โดยน้ำแต่ละสายอาจมีสีต่างกันจากตะกอน ปริมาณน้ำ และสภาพฝนในพื้นที่ต้นน้ำ หลังรวมกันแล้ว สายน้ำจะค่อย ๆ ผสมเป็นสีเดียวระหว่างไหลลงใต้

หากนับระบบน้ำตั้งแต่ต้นกำเนิดบนภูเขา เจ้าพระยารับน้ำจากพื้นที่กว้างกว่าตัวแม่น้ำที่เห็นในภาคกลางมาก ปิงรับน้ำจากเชียงใหม่ ลำพูน ตาก และกำแพงเพชร โดยมีวังจากลำปางไหลมาสมทบ น่านเดินทางผ่านน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และพิจิตร โดยมียมจากพะเยา แพร่ และสุโขทัยเข้ามารวม ฝนที่ตกห่างจากกรุงเทพหลายร้อยกิโลเมตรจึงมีโอกาสกลายเป็นมวลน้ำที่เดินทางลงสู่เจ้าพระยาในเวลาต่อมา

เส้นทางจากนครสวรรค์ถึงทะเล

จากปากน้ำโพ แม่น้ำไหลผ่านพื้นที่นครสวรรค์และลงไปทางอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพ และสมุทรปราการ ชื่อจังหวัดตามรายทางอาจดูเหมือนรายชื่อเมืองเก่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมืองสำคัญจำนวนมากตั้งอยู่ใกล้น้ำ เพราะแม่น้ำเคยเป็นทั้งถนน แหล่งอาหาร แหล่งน้ำใช้ แนวป้องกันเมือง และทางขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพที่สุด

บริเวณชัยนาทมีทางน้ำแยกออกไปเป็นแม่น้ำท่าจีน ไหลคู่ลงทางตะวันตกของที่ราบภาคกลางก่อนออกทะเลที่สมุทรสาคร สองระบบเชื่อมโยงกับเครือข่ายคลองชลประทานจำนวนมาก ส่วนแม่น้ำป่าสักไหลเข้ารวมกับเจ้าพระยาในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ทำให้บริเวณเกาะเมืองอยุธยาถูกล้อมด้วยลำน้ำหลายด้านและเหมาะกับทั้งการตั้งเมืองและการค้า

เจ้าพระยาที่เห็นในกรุงเทพบางช่วงเคยเป็นคลองขุด

เส้นทางแม่น้ำไม่ได้คงรูปเหมือนเส้นบนแผนที่ตลอดหลายร้อยปี ในสมัยอยุธยามีการขุดคลองลัดเพื่อตัดโค้ง ลดระยะทางเดินเรือ และทำให้ไปทะเลเร็วขึ้น เมื่อน้ำจำนวนมากเลือกไหลตามทางลัดซึ่งสั้นและตรงกว่า คลองบางช่วงจึงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นร่องน้ำหลัก ส่วนทางน้ำเดิมแคบลงและถูกเรียกเป็นคลอง

ตัวอย่างใกล้กรุงเทพคือคลองลัดบางกอกซึ่งภายหลังกลายเป็นแนวเจ้าพระยาสายหลักบริเวณกรุงเทพน้อยและธนบุรี ขณะที่ทางโค้งเดิมเหลือเป็นคลองบางกอกน้อยกับคลองบางกอกใหญ่ เกาะเกร็ดก็เกิดจากการขุดคลองลัดตัดคุ้งน้ำที่นนทบุรี แล้วกระแสน้ำขยายคลองจนกลายเป็นแม่น้ำสายหลัก ทิ้งพื้นที่ตรงกลางให้มีลักษณะเป็นเกาะ

แม่น้ำสร้างกรุงเทพและกรุงเทพก็เปลี่ยนแม่น้ำ

เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในปี 2325 พื้นที่ฝั่งตะวันออกของเจ้าพระยาถูกเลือกเป็นศูนย์กลางเมือง แม่น้ำเป็นแนวธรรมชาติด้านตะวันตก และมีการขุดคลองเพิ่มเติมเพื่อป้องกันเมืองกับใช้สัญจร ชุมชน วัด วัง ตลาด โกดัง และกงสุลต่างชาติจึงเรียงตามริมน้ำ ก่อนถนนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเวลาต่อมา

บ้านริมน้ำแบบเดิมมักหันหน้าเข้าหาแม่น้ำหรือคลอง เพราะประตูหลักของชีวิตอยู่ทางน้ำ เรือพาย เรือเมล์ และเรือสินค้าเคยทำหน้าที่เหมือนรถประจำทางกับรถบรรทุก ทุกวันนี้เจ้าพระยายังมีเรือด่วน เรือโดยสารข้ามฟาก เรือท่องเที่ยว เรือบรรทุก และเรือสินค้าใช้เส้นทางร่วมกัน แม้เมืองส่วนใหญ่จะหันไปพึ่งถนนแล้วก็ตาม

น้ำขึ้นจากทะเลเดินทางเข้ามาถึงกรุงเทพ

เจ้าพระยาตอนล่างเชื่อมกับอ่าวไทย ระดับน้ำในกรุงเทพและจังหวัดใกล้ทะเลจึงถูกอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ระดับแม่น้ำสามารถสูงขึ้นแม้ฝนไม่ได้ตกตรงจุดนั้น หากเกิดพร้อมน้ำเหนือไหลลงมากและฝนตกหนัก การระบายน้ำจากคลองลงแม่น้ำจะยากขึ้น ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และคันป้องกันน้ำท่วมจึงต้องทำงานสัมพันธ์กับจังหวะน้ำทะเล

ฤดูแล้งมีปัญหาอีกแบบ เมื่อปริมาณน้ำจืดไหลลงมาน้อย น้ำเค็มจากอ่าวไทยสามารถรุกขึ้นมาตามแม่น้ำ ส่งผลต่อการผลิตน้ำประปา เกษตร และระบบนิเวศ หน่วยงานด้านน้ำจึงต้องติดตามค่าความเค็มและบริหารการระบายน้ำจากด้านบน การเห็นแม่น้ำนิ่งในกรุงเทพไม่ได้แปลว่าสถานการณ์ต้นน้ำกับทะเลไม่มีผลต่อกัน

เขื่อนเจ้าพระยาไม่ได้กั้นอยู่ที่ปากแม่น้ำ

เขื่อนเจ้าพระยาตั้งอยู่ที่จังหวัดชัยนาท เป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ที่ช่วยยกระดับและแบ่งน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานสองฝั่ง ที่ราบภาคกลางจึงสามารถส่งน้ำไปยังพื้นที่เกษตรผ่านคลองจำนวนมาก เขื่อนยังมีบทบาทในการจัดการน้ำตามฤดูกาล แต่ไม่ใช่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบเขื่อนภูมิพลหรือเขื่อนสิริกิติ์ การควบคุมน้ำเจ้าพระยาต้องพึ่งทั้งเขื่อนต้นน้ำ เขื่อนทดน้ำ คลอง ประตูน้ำ และพื้นที่รับน้ำร่วมกัน

น้ำที่ไหลผ่านเจ้าพระยาไม่ได้มีหน้าที่เดียว ชาวนาต้องการน้ำในฤดูเพาะปลูก เมืองต้องการน้ำประปา ระบบนิเวศต้องการน้ำจืดผลักดันน้ำเค็ม การเดินเรือต้องการระดับน้ำที่เหมาะสม ขณะเดียวกันฤดูฝนต้องเหลือทางให้น้ำระบาย ความต้องการเหล่านี้เกิดในแม่น้ำสายเดียว การบริหารจึงเป็นเรื่องของจังหวะ ปริมาณ และการแบ่งน้ำ ไม่ใช่แค่เปิดหรือปิดประตูเขื่อน

สีขุ่นไม่ได้แปลว่าสกปรกทั้งหมด

เจ้าพระยามีสีน้ำตาลตามธรรมชาติจากตะกอนดินละเอียดที่ถูกพามาจากลุ่มน้ำ ตะกอนมีส่วนสร้างที่ราบอุดมสมบูรณ์และดินดอนปากแม่น้ำ น้ำขุ่นจึงไม่เท่ากับน้ำเสียเสมอไป แต่แม่น้ำก็รับน้ำทิ้งจากชุมชน ธุรกิจ อุตสาหกรรม และการเกษตรจริง การตรวจคุณภาพต้องวัดออกซิเจนละลายน้ำ แบคทีเรีย สารอาหาร ความเค็ม และสารปนเปื้อน ไม่สามารถตัดสินด้วยสีหรือกลิ่นเพียงอย่างเดียว

ขยะลอยน้ำที่เห็นหลังฝนตกมาจากทั้งริมแม่น้ำและเครือข่ายคลอง เมื่อฝนชะถนน ท่อ และชุมชน ขยะจำนวนหนึ่งจะเดินทางลงคลองก่อนออกเจ้าพระยา การเก็บขยะหน้าประตูระบายน้ำช่วยได้ปลายทาง แต่ต้นทางยังอยู่ที่การไม่ทิ้งขยะ การจัดเก็บที่ทั่วถึง และการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อย

ชื่อเจ้าพระยาไม่ได้มีคำอธิบายเดียวที่ปิดจบ

เอกสารต่างชาติในอดีตมักเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าเมนัมหรือแม่น้ำ เพราะได้ยินคำไทยว่าแม่น้ำแล้วเข้าใจว่าเป็นชื่อเฉพาะ ส่วนชื่อเจ้าพระยาปรากฏในหลักฐานชัดขึ้นภายหลัง มีข้อเสนอว่าชื่ออาจเชื่อมโยงกับชื่อบางเจ้าพระยาบริเวณปากน้ำเดิม แต่ที่มาของชื่อยังมีรายละเอียดให้ถกเถียง จึงไม่ควรแปลแบบตายตัวว่าแม่น้ำของกษัตริย์แล้วถือว่าเป็นที่มาทางประวัติศาสตร์แน่นอน

เจ้าพระยาที่คนกรุงเทพเห็นจึงเป็นปลายทางของฝน ภูเขา เขื่อน คลอง และแม่น้ำสาขาจากพื้นที่กว้าง เป็นทางผ่านของตะกอน น้ำจืด น้ำทะเล เรือ และชีวิตผู้คนมาต่อเนื่อง เมืองเปลี่ยนจากเรือนแพเป็นตึกสูง จากเรือพายเป็นรถไฟฟ้า แต่เมื่อฝนเหนือมา น้ำทะเลหนุน หรือหน้าแล้งน้ำเค็มรุก ทุกคนยังเห็นทันทีว่าเมืองใหญ่ริมฝั่งนี้ไม่เคยแยกจากแม่น้ำได้จริง

 


อ้างอิงข้อมูล
https://www.britannica.com/place/Chao-Phraya-River
https://www.rid.go.th/
https://www.pcd.go.th/
https://en.wikipedia.org/wiki/Chao_Phraya_River

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/6910 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้เส้นผมที่อยู่ในอาหารอันตรายแค่ไหนถ้าเผลอกลืนแชร์คลิปไฟไหม้ ดูให้ดีก่อนส่งต่อ ระวังข้อมูลผิดทำคนเจ็บซ้ำทำไมถึงห้ามวางกระเป๋าตังค์บนพื้น?บาดเจ็บจากไฟไหม้ เก็บหลักฐานอย่างไรให้ครบถ้วนเพื่อเรียกค่าเสียหายควันมายังไม่เห็นไฟ: ประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนตัดสินใจหนี10 สถานที่ในประเทศไทยที่ควรเพิ่มความระมัดระวังก่อนเดินทาง10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด5 ข้อเท็จจริงแปลกแต่น่าสนใจ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ควันมายังไม่เห็นไฟ: ประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนตัดสินใจหนีทำไมถึงห้ามวางกระเป๋าตังค์บนพื้น?เส้นผมที่อยู่ในอาหารอันตรายแค่ไหนถ้าเผลอกลืนจังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุดพระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงเสด็จกลับจากจีนแล้ว.
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชีสคือนมบูดจริงไหมและทำไมกินได้ควันมายังไม่เห็นไฟ: ประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนตัดสินใจหนีทำไมถึงห้ามวางกระเป๋าตังค์บนพื้น?สะเดาะกุญแจได้อย่างไรเมื่อข้างในไม่มีระบบจำเจ้าของ
ตั้งกระทู้ใหม่