มะเร็งคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร
ถ้าจะอธิบายให้เห็นแก่นจริง ๆ มะเร็งคือโรคที่เซลล์บางส่วนของร่างกายเสียระบบควบคุม โตและแบ่งตัวต่อไปทั้งที่ไม่ควรโต แถมบางชนิดยังบุกรุกเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือหลุดเดินทางไปตั้งหลักในอวัยวะอื่นได้ เซลล์พวกนี้ไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เข้ามายึดร่างกาย แต่มาจากเซลล์ของเราเองที่สะสมความผิดปกติจนพฤติกรรมเปลี่ยนไป
ร่างกายมนุษย์สร้างจากเซลล์จำนวนมหาศาล ปกติเซลล์จะทำงานตามกติกาค่อนข้างเข้มงวด เมื่อร่างกายต้องการซ่อมแซมหรือสร้างเนื้อเยื่อ เซลล์จึงรับสัญญาณให้แบ่งตัว เมื่อแก่ เสียหาย หรือหมดหน้าที่ก็หยุดทำงานและตายตามกระบวนการที่กำหนดไว้ เซลล์มะเร็งกลับฝ่ากติกาหลายข้อพร้อมกัน เช่น แบ่งตัวโดยไม่รอสัญญาณ ไม่ยอมหยุดเมื่อพื้นที่เต็ม หลบเลี่ยงการตายของเซลล์ และเอาตัวรอดจากการตรวจจับของภูมิคุ้มกัน
ต้นตอของพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงใน DNA โดยเฉพาะยีนที่ควบคุมการแบ่งเซลล์ การหยุดโต และการซ่อมแซม DNA เปรียบได้กับรถที่คันเร่งค้าง เบรกเสีย และช่างซ่อมไม่มาทำงานในเวลาเดียวกัน ความผิดปกติเพียงจุดเดียวมักยังไม่พอ เซลล์ส่วนใหญ่มักต้องสะสมความเปลี่ยนแปลงหลายรายการกว่าจะพัฒนาเป็นมะเร็ง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ความเสี่ยงมักเพิ่มขึ้นตามอายุ
ความเปลี่ยนแปลงของ DNA เกิดได้จากความผิดพลาดตามธรรมชาติขณะที่เซลล์แบ่งตัว เกิดจากสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม เช่น สารเคมีในควันบุหรี่ รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด แอลกอฮอล์ เชื้อบางชนิด และสารก่อมะเร็งบางประเภท หรือถ่ายทอดความเสี่ยงบางส่วนมาจากพ่อแม่ก็ได้ การเรียกมะเร็งว่าโรคทางพันธุกรรมจึงหมายถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับยีนของเซลล์ ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนได้รับมรดกโรคมาจากครอบครัว มะเร็งจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
มะเร็งไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นชื่อรวมของโรคมากกว่าร้อยชนิด ชื่อมักตั้งตามอวัยวะหรือชนิดเซลล์ที่เป็นจุดเริ่ม เช่น มะเร็งปอดเริ่มที่ปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่เริ่มที่ลำไส้ใหญ่ มะเร็งเม็ดเลือดขาวเริ่มในเนื้อเยื่อสร้างเม็ดเลือดที่ไขกระดูก มะเร็งแต่ละชนิดโตเร็วไม่เท่ากัน แพร่กระจายไม่เหมือนกัน และตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน แม้เป็นมะเร็งอวัยวะเดียวกัน ผู้ป่วยสองคนก็อาจมีความผิดปกติระดับยีนต่างกันจนต้องเลือกการรักษาคนละแบบ
คำว่าเนื้องอกกับมะเร็งก็ไม่ใช่คำเดียวกัน เนื้องอกคือก้อนที่เกิดจากเซลล์เพิ่มจำนวนขึ้นมา มีทั้งชนิดไม่ร้ายหรือ benign และชนิดร้ายหรือ malignant เนื้องอกไม่ร้ายมักไม่บุกรุกและไม่แพร่ไปอวัยวะไกล แต่ยังสร้างปัญหาได้ถ้ามีขนาดใหญ่ กดทับอวัยวะ หรืออยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่างสมอง ส่วนเนื้องอกร้ายคือมะเร็งที่สามารถรุกล้ำเนื้อเยื่อข้างเคียงได้ และมะเร็งบางชนิดอย่างมะเร็งเม็ดเลือดขาวก็ไม่ได้สร้างก้อนแข็งแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย
ความอันตรายของมะเร็งไม่ได้อยู่ที่ก้อนโตอย่างเดียว ก้อนมะเร็งแย่งสารอาหาร ทำลายโครงสร้างเดิม ทำให้อวัยวะทำงานผิดปกติ กระตุ้นให้เส้นเลือดงอกเข้ามาเลี้ยง และส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย บางก้อนสร้างฮอร์โมนหรือสารที่ทำให้อาการเกิดไกลจากตำแหน่งก้อนได้ เมื่อเซลล์มะเร็งหลุดเข้าสู่หลอดเลือดหรือระบบน้ำเหลืองแล้วไปสร้างก้อนใหม่ เรียกว่าการแพร่กระจายหรือ metastasis
ถ้ามะเร็งเต้านมแพร่ไปปอด ก้อนที่ปอดยังเรียกว่ามะเร็งเต้านมแพร่กระจาย ไม่ได้เปลี่ยนเป็นมะเร็งปอด เพราะเซลล์ต้นทางและลักษณะทางชีววิทยายังเป็นของมะเร็งเต้านม เรื่องนี้มีผลต่อการเลือกยา แพทย์จึงต้องรู้ว่ามะเร็งเริ่มจากที่ใด เป็นชนิดเซลล์อะไร มีระยะและความผิดปกติระดับโมเลกุลแบบไหน ไม่ได้ตัดสินจากตำแหน่งที่เห็นก้อนเพียงอย่างเดียว
ร่างกายไม่ได้ปล่อยให้เซลล์ผิดปกติเติบโตได้ง่ายตลอดเวลา เรามีระบบซ่อม DNA กลไกสั่งให้เซลล์ที่เสียหายตาย และภูมิคุ้มกันที่ช่วยกำจัดเซลล์ผิดปกติ มะเร็งจะเกิดขึ้นได้เมื่อเซลล์บางกลุ่มสะสมความสามารถในการหลบกลไกเหล่านี้ จึงไม่มีอาหารหนึ่งมื้อหรือเหตุการณ์ครั้งเดียวที่ทำให้กลายเป็นมะเร็งทันที การเกิดโรคมักเป็นกระบวนการที่สะสมมาเป็นเวลานาน แม้มะเร็งบางชนิดจะโตเร็วหลังเริ่มก่อตัวแล้วก็ตาม
มะเร็งส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคติดต่อ การอยู่ใกล้ กินข้าวร่วมกัน หรือสัมผัสผู้ป่วยไม่ทำให้รับเซลล์มะเร็งไปเติบโตในร่างกายตนเอง เชื้อบางชนิดสามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง เช่น HPV ไวรัสตับอักเสบบีและซี หรือเชื้อ Helicobacter pylori แต่สิ่งที่ติดต่อได้คือเชื้อ ไม่ใช่ตัวมะเร็ง และผู้ติดเชื้อก็ไม่ได้พัฒนาเป็นมะเร็งทุกคน
การรักษาจึงมีหลายทางตามธรรมชาติของโรค การผ่าตัดเอาก้อนออกเหมาะกับมะเร็งบางระยะ รังสีรักษาทำลายเซลล์ในพื้นที่ที่กำหนด เคมีบำบัดออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่แบ่งตัว ยามุ่งเป้าเล่นงานจุดผิดปกติเฉพาะ และภูมิคุ้มกันบำบัดช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับมามองเห็นหรือโจมตีมะเร็ง การใช้คำว่าเป็นมะเร็งจึงยังบอกพยากรณ์โรคไม่ได้ ต้องรู้ชนิด ระยะ ตำแหน่ง สุขภาพของผู้ป่วย และการตอบสนองต่อการรักษาด้วย
ส่วนคำว่าระยะมะเร็งเป็นวิธีบอกขอบเขตของโรค ไม่ใช่นาฬิกานับถอยหลังแบบตายตัว ระยะแรกมักจำกัดอยู่ที่ต้นกำเนิด ส่วนระยะที่สูงขึ้นหมายถึงการลุกลามมากขึ้นตามเกณฑ์ของมะเร็งชนิดนั้น การตรวจพบเร็วช่วยเพิ่มทางเลือกและโอกาสรักษาในมะเร็งหลายชนิด แต่คำว่าเร็วต้องมาจากการคัดกรองที่มีหลักฐานรองรับหรือการตรวจอาการผิดปกติอย่างเหมาะสม ไม่ใช่การตรวจทุกอย่างแบบสุ่ม
สรุปแก่นของมะเร็งได้ว่า มันคือเซลล์ของร่างกายที่สะสมความผิดปกติจนไม่ทำตามระบบควบคุมเดิม เติบโตเกินขอบเขต รุกล้ำ และบางครั้งแพร่ไปที่อื่น ความรู้ข้อนี้อธิบายได้ว่าทำไมมะเร็งจึงมีหลายชนิด ทำไมยาตัวเดียวรักษาไม่ได้ทั้งหมด และทำไมแพทย์ต้องตรวจชิ้นเนื้อ ระยะโรค และลักษณะเฉพาะของเซลล์ก่อนเลือกวิธีรักษา
อ้างอิงข้อมูล
https://www.cancer.gov/about-cancer/understanding/what-is-cancer
https://www.cancer.gov/about-cancer/causes-prevention/genetics
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cancer
น้ำแร่มีแร่อะไรอยู่ข้างใน
พระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงเสด็จกลับจากจีนแล้ว.
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
ยาคุมฉุกเฉินทำงานยังไงและทำไมต้องใช้ให้เร็ว
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ทำไมผู้หญิงที่โชว์นมถึงถูกมองว่าไม่เหมาะสม? ย้อนดูค่านิยมกว่า 2,000 ปีที่สังคมร่วมกันสร้างขึ้น
ต้นกำเนิดสแกมเมอร์มาจากไหน? ย้อนเส้นทางกลโกงก่อนพัฒนาเป็นอาชญากรรมออนไลน์
ถ้ำเบนเดอร์ สุสานสัตว์ยุคน้ำแข็งใต้สายน้ำ แห่งพื้นที่เท็กซัส
6 พืชกินสัตว์สุดแปลก ที่ไม่ใช่หม้อข้าวหม้อแกงลิง
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
พระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงเสด็จกลับจากจีนแล้ว.
ยาคุมฉุกเฉินทำงานยังไงและทำไมต้องใช้ให้เร็ว


