หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิธีรับมือภาวะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริงทั้งที่ประสบความสำเร็จ

เขียนโดย evileyes

เคยไหมที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม ได้รับคำชมจากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน แต่ในใจกลับมีเสียงเล็กๆ คอยบอกว่าเราแค่โชคดี หรือเรากำลังหลอกให้คนอื่นเชื่อว่าเราเก่ง ทั้งที่ความจริงแล้วเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย

ความรู้สึกแบบนี้มีชื่อเรียกทางจิตวิทยาว่า Imposter Syndrome หรือภาวะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง เป็นสภาวะที่ผู้ประสบความสำเร็จจำนวนมากต้องเผชิญในหลากหลายสาขาอาชีพ แม้จะมีหลักฐานความสำเร็จท่วมท้น

แต่คนกลุ่มนี้กลับมองว่าความสำเร็จเหล่านั้นมาจากปัจจัยภายนอกมากกว่าความสามารถของตนเอง ภาวะนี้ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่เป็นปรากฏการณ์ทางความคิดที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง

เมื่อเริ่มมีความรู้สึกเช่นนี้สิ่งแรกที่ควรทำคือการยอมรับว่ามันคือความรู้สึก ไม่ใช่ความจริง การที่เราได้รับรางวัล ได้คำชม หรือได้รับมอบหมายงานสำคัญ นั่นเป็นตัวชี้วัดความสามารถที่เป็นรูปธรรม

การนำความรู้สึกมาตัดสินตัวเองมักทำให้เราบิดเบือนข้อเท็จจริง ดังนั้นการแยกแยะระหว่างความกลัวในใจกับสถานการณ์จริงจึงเป็นกระบวนการสำคัญ

การจดบันทึกความสำเร็จหรือเก็บรวบรวมฟีดแบ็กจากผู้อื่นไว้เป็นหลักฐานจะช่วยดึงเรากลับมาสู่ความเป็นจริงได้เสมอ เวลาที่มีความรู้สึกนี้พุ่งเข้ามา

การเปิดใจคุยเรื่องนี้กับคนที่ไว้ใจได้หรือเพื่อนร่วมงานที่ประสบปัญหาคล้ายกันช่วยลดทอนความหนักอึ้งในใจได้ดีมาก เพราะการรับรู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้

จะช่วยลดความกดดันที่สร้างขึ้นเองและเข้าใจว่าความสงสัยในตัวเองเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับมืออาชีพ อีกวิธีที่ได้ผลคือ การเปลี่ยนมุมมองต่อความผิดพลาด ให้เลิกมองว่าความผิดพลาดคือหลักฐานของความไม่เก่ง

แต่ให้มองว่ามันคือโอกาสในการเรียนรู้และปรับปรุง การตอบรับคำชมโดยไม่ต้องปฏิเสธหรือถ่อมตัวจนเกินไปก็เป็นฝึกฝนความมั่นใจที่ดี รูปแบบความคิดที่เชื่อว่าเราจำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลาเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีของภาวะนี้

การลดมาตรฐานความสมบูรณ์แบบลงและยอมรับว่าการเรียนรู้ไปพร้อมกับสถานการณ์เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน จะช่วยให้เราก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างผ่อนคลายขึ้น สุดท้ายหมั่นทบทวนเป้าหมายของตัวเองว่าเรากำลังทำสิ่งต่างๆ

เพื่อพัฒนาตนเอง ไม่ใช่เพื่อการพิสูจน์ตนเองต่อผู้อื่นเพียงอย่างเดียว หากความรู้สึกนี้รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการตัดสินใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม

เพราะการปลดล็อกความรู้สึกเหล่านี้จะช่วยให้เราดึงศักยภาพที่แท้จริงออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่และมีความสุขกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและมั่นคง

ขอบคุณภาพโดย 14995841 ผ่าน Pixabay: ดูรูปต้นฉบับบน Pixabay

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทยทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69ผงซักฟอกดึงคราบสกปรกออกจากผ้าได้อย่างไร108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงวิธีรับมือเมื่อพ่อแม่แฟนมาขอยืมเงินอย่างไรให้ถนอมความสัมพันธ์ทำความรู้จักโรคไข้เลือดออกและวิธีรับมืออย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุดเข็มทิศรู้ทิศเหนือได้อย่างไรกับดักของคำว่าทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเองที่ขวางการเติบโต
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไทยไม่เคยเป็นอาณานิคม เบื้องหลังชั้นเชิงการทูตที่โลกต้องจำเปิดเผยชื่อจริงของคนไทยที่ถูกตั้งมากที่สุดในแต่ละยุคสมัยเปิดความลับโครงสร้างภายในภูเขาไฟที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนโลกทำไมมนุษย์ถึงเลือกเลี้ยงสุนัขทั้งที่อาจมองว่าเป็นสัตว์อันตรายได้เหมือนสัตว์ป่า
ตั้งกระทู้ใหม่