ศาลออกหมายจับได้เมื่อมีเงื่อนไขอะไร
เวลาเห็นข่าวว่าตำรวจเตรียมขอหมายจับ หลายคนมักเข้าใจว่าแค่มีคนแจ้งความหรือถูกกล่าวหาก็ออกหมายได้ทันที ความจริงมีขั้นตอนมากกว่านั้น เพราะหมายจับเป็นคำสั่งของศาลที่กระทบเสรีภาพของบุคคล เจ้าหน้าที่ต้องนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไปแสดงต่อศาลก่อน แล้วศาลจึงพิจารณาว่าถึงระดับที่กฎหมายอนุญาตให้ออกหมายหรือไม่
หลักสำคัญอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 ซึ่งแบ่งเหตุออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลนั้นน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี กลุ่มที่สองคือมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะกระทำความผิดอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
คำว่าอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หมายถึงโทษสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับข้อหานั้น ไม่ใช่โทษที่เจ้าหน้าที่คาดว่าศาลจะลงจริง เช่น ถ้าบทกฎหมายกำหนดโทษจำคุกสูงสุดห้าปี ก็เข้าเงื่อนไขเรื่องอัตราโทษตามมาตรา 66 วรรคแรกได้ แม้เมื่อคดีจบแล้วศาลอาจลงโทษต่ำกว่านั้น ยกฟ้อง หรือใช้มาตรการอื่นตามข้อเท็จจริงของคดี
สำหรับความผิดที่มีโทษสูงสุดไม่เกินสามปี ไม่ได้แปลว่าออกหมายจับไม่ได้ หากมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะกระทำผิดและมีความเสี่ยงตามที่กฎหมายระบุ เช่น เตรียมหนี ข่มขู่พยาน ทำลายเอกสาร หรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่ออันตราย ศาลยังสามารถพิจารณาออกหมายได้ เงื่อนไขจึงไม่ได้ดูเฉพาะจำนวนปีของโทษ แต่ดูพฤติการณ์เกี่ยวกับการดำเนินคดีและความปลอดภัยด้วย
กฎหมายยังวางข้อสันนิษฐานเรื่องการหลบหนีไว้ว่า ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี ตรงนี้ทำให้การเพิกเฉยต่อหมายเรียกมีผลต่อการพิจารณาขอหมายจับได้ แต่ไม่ควรตีความว่าขาดนัดครั้งเดียวแล้วต้องถูกออกหมายเสมอ ศาลยังต้องดูว่าได้รับหมายโดยชอบหรือไม่ มีเหตุจำเป็นหรือข้อแก้ตัวที่รับฟังได้หรือไม่ และหลักฐานส่วนอื่นเป็นอย่างไร
หมายเรียกกับหมายจับจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หมายเรียกเป็นการสั่งให้บุคคลมาพบหรือมาดำเนินการตามวันเวลา ส่วนหมายจับให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลนั้นได้ ในคดีที่เข้าเงื่อนไขโทษสูงตามมาตรา 66 การออกหมายจับไม่จำเป็นต้องรอให้มีการออกหมายเรียกก่อนทุกกรณี หากกฎหมายบังคับว่าต้องเรียกก่อนเสมอ ผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงก็อาจมีเวลาหลบหนีหรือทำลายหลักฐานได้
ผู้ที่ออกหมายจับคือศาล ไม่ใช่พนักงานสอบสวน ตำรวจหรือพนักงานฝ่ายปกครองผู้มีอำนาจตามกฎหมายเป็นฝ่ายยื่นคำร้องและเสนอข้อมูล ศาลมีหน้าที่ไต่ถามหรือพิจารณาเอกสาร พยาน และเหตุผลจนเห็นว่ามีหลักฐานตามสมควร รวมถึงตรวจว่าบุคคลในคำร้องเป็นคนที่ต้องการจับจริง หากหลักฐานยังไม่ถึงระดับ ศาลมีสิทธิยกคำร้องหรือให้ผู้ร้องนำข้อมูลมาเพิ่มเติม
คำว่ามีหลักฐานตามสมควรไม่ได้หมายถึงต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัยเหมือนตอนพิพากษาว่าจำเลยผิด ระยะขอหมายจับยังเป็นช่วงรวบรวมและตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่ใช่ระดับที่กล่าวหาลอย ๆ ได้ เจ้าหน้าที่ต้องแสดงความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลกับการกระทำผิดให้ศาลเห็นอย่างมีเหตุผล เช่น คำให้การ พยานเอกสาร ภาพบันทึก ข้อมูลการติดต่อ เส้นทางการเงิน หรือพยานแวดล้อมตามลักษณะของคดี
การที่ศาลออกหมายจับไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นเป็นผู้กระทำผิดแล้ว หมายจับมีไว้เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนหรือพิจารณาคดี ส่วนความผิดต้องตัดสินจากพยานหลักฐานในชั้นศาล ผู้ถูกจับยังได้รับความคุ้มครองตามหลักสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ มีสิทธิทราบข้อกล่าวหา มีสิทธิไม่ให้การ มีสิทธิพบและปรึกษาทนาย และมีสิทธิคัดค้านการควบคุมตัวหรือยื่นขอปล่อยชั่วคราวตามกฎหมาย
อีกเรื่องที่สับสนกันบ่อยคือ ตำรวจจับคนได้เฉพาะเมื่อมีหมายหรือไม่ คำตอบคือมีกฎหมายกำหนดกรณีจับโดยไม่มีหมายไว้ต่างหาก เช่น พบกำลังกระทำความผิดซึ่งหน้า หรือมีเหตุฉุกเฉินและพฤติการณ์ตามเงื่อนไขที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนด การจับโดยไม่มีหมายจึงไม่ใช่อำนาจที่ใช้ได้ตามความรู้สึก เจ้าหน้าที่ต้องชี้ได้ว่าเข้าเหตุยกเว้นข้อใด
เมื่อมีหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องตรวจตัวบุคคลให้ตรงกับหมายและแจ้งว่าถูกจับตามหมายใด ผู้ถูกจับสามารถขอดูหมายหรือรายละเอียดของหมายได้ตามขั้นตอน หากสงสัยว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปลอม ไม่ควรต่อสู้หรือหลบหนี แต่ควรขอให้แสดงบัตรประจำตัว ติดต่อสถานีตำรวจหรือทนาย และให้คนใกล้ชิดทราบตำแหน่ง การใช้กำลังขัดขืนอาจทำให้เกิดข้อหาและอันตรายเพิ่ม แม้ภายหลังจะพบว่าการจับมีปัญหาก็ตาม
หมายจับไม่ได้อยู่ตลอดไปโดยไม่มีขอบเขต ตามมาตรา 68 หมายจับยังคงใช้ได้จนกว่าจะจับตัวได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความ หรือศาลผู้ซึ่งออกหมายได้ถอนหมายคืน การเห็นหมายเก่าบนสื่อจึงยังสรุปไม่ได้ว่ามีผลอยู่หรือไม่ ต้องตรวจสถานะกับศาลหรือหน่วยงานเจ้าของคดี ไม่ควรเชื่อเพียงภาพเอกสารที่ส่งต่อกันในสังคมออนไลน์
คดีบางประเภทมีกฎหมายเฉพาะให้อำนาจหรือวางขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น คดียาเสพติด คดีทหาร หรือการติดตามบุคคลข้ามประเทศ รายละเอียดอาจไม่เหมือนคดีอาญาทั่วไปทั้งหมด หากเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้เสียหาย หรือได้รับหมายเรียกจริง ควรนำเอกสารให้ทนายตรวจ เพราะข้อหา อัตราโทษ วิธีส่งหมาย และข้อเท็จจริงเรื่องการขาดนัด ล้วนเปลี่ยนผลทางกฎหมายได้
หลักที่จำง่ายคือ การแจ้งความยังไม่เท่ากับมีหมายจับ ตำรวจเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและยื่นคำร้อง ส่วนศาลเป็นผู้ตัดสินว่าจะออกหมายหรือไม่ ศาลต้องเห็นหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะมีการกระทำผิด และต้องเข้าเงื่อนไขเรื่องอัตราโทษหรือความเสี่ยงต่อการหลบหนี พยานหลักฐาน และความปลอดภัย การออกหมายเป็นเพียงการนำตัวเข้าสู่กระบวนการ ไม่ใช่คำพิพากษาว่ามีความผิด
อ้างอิงข้อมูล
https://www.krisdika.go.th/
https://www.coj.go.th/
https://www.ratchakitcha.soc.go.th/
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ผงซักฟอกดึงคราบสกปรกออกจากผ้าได้อย่างไร
วิธีรับมือเมื่อพ่อแม่แฟนมาขอยืมเงินอย่างไรให้ถนอมความสัมพันธ์
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
เข็มทิศรู้ทิศเหนือได้อย่างไร
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
กับดักของคำว่าทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเองที่ขวางการเติบโต
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
วิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติ
