หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฝนมาจากไหน ทำไมบางช่วงตกได้แทบทุกวัน

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

พอฝนตกเช้า ตกบ่าย แล้วต่อกลางคืน หลายบ้านคงเคยสงสัยว่าบนฟ้ามีน้ำเก็บไว้มากขนาดไหนถึงเทลงมาได้ไม่หมด ความจริงบนฟ้าไม่ได้มีถังน้ำใบใหญ่ และเมฆก็ไม่ใช่ฟองน้ำที่ดูดน้ำไว้แล้วบีบลงมา ฝนเกิดจากน้ำบนโลกที่เดินทางวนเวียนอยู่ตลอดเวลา โดยมีดวงอาทิตย์เป็นตัวให้พลังงาน และมีลมทำหน้าที่ขนความชื้นจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

จุดเริ่มต้นของฝนจำนวนมากอยู่ที่ทะเล มหาสมุทร แม่น้ำ ทะเลสาบ พื้นดินเปียก และต้นไม้ เมื่อแสงแดดให้ความร้อน น้ำบางส่วนจะระเหยกลายเป็นไอน้ำลอยขึ้นสู่บรรยากาศ ต้นไม้ก็ปล่อยไอน้ำผ่านใบด้วย น้ำที่หายไปจากพื้นหลังแดดออกจึงไม่ได้สูญหาย แต่มันเปลี่ยนสถานะและขึ้นไปอยู่ในอากาศในรูปที่ตามองไม่เห็น

อากาศอุ่นรับไอน้ำได้มากกว่าอากาศเย็น เมื่ออากาศชื้นลอยสูงขึ้น มันจะขยายตัวและเย็นลง ไอน้ำจึงเริ่มควบแน่นเกาะบนอนุภาคเล็ก ๆ ในอากาศ เช่น ฝุ่น เกลือทะเล หรือควัน กลายเป็นหยดน้ำขนาดจิ๋วจำนวนมหาศาลรวมตัวกันเป็นเมฆ หยดเหล่านี้เล็กและเบามาก กระแสอากาศจึงยังพยุงไว้ได้ เมฆที่เห็นลอยอยู่จึงยังไม่จำเป็นต้องปล่อยฝนทันที

กว่าจะเป็นเม็ดฝน หยดน้ำในเมฆต้องชนและรวมกันจนใหญ่ขึ้น ในเมฆที่เย็นจัดอาจมีผลึกน้ำแข็งร่วมอยู่ด้วย ผลึกและหยดน้ำเติบโตจากการชน การเกาะ และการรับไอน้ำเพิ่ม เมื่อมีขนาดใหญ่และหนักจนกระแสลมยกไม่ไหว แรงโน้มถ่วงจึงดึงให้ตกลงมา ถ้าอากาศด้านล่างอุ่น น้ำแข็งจะละลายเป็นฝนก่อนถึงพื้น แต่ถ้าชั้นอากาศแห้งมาก เม็ดฝนบางส่วนอาจระเหยหายกลางทางจนคนบนพื้นเห็นเพียงสายฝนที่ไม่แตะถึงดิน

แล้วเหตุใดฝนจึงดูเหมือนมีไม่รู้จบ

น้ำที่ตกลงมาในพื้นที่หนึ่งไม่ใช่ความชื้นทั้งหมดที่ระบบอากาศมีอยู่ ลมยังขนไอน้ำชุดใหม่เข้ามาเติมได้เรื่อย ๆ โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ใกล้ทะเลอย่างไทย ระหว่างที่ก้อนเมฆหนึ่งกำลังตกฝน ก้อนใหม่อาจก่อตัวอยู่ด้านหลังหรือถูกลมพัดเข้ามาจากอีกพื้นที่ ภาพจากพื้นจึงเหมือนเมฆก้อนเดียวตกทั้งวัน ทั้งที่จริงอาจเป็นขบวนของกลุ่มเมฆหลายชุดเคลื่อนผ่านต่อกัน

ช่วงมรสุม ลมประจำฤดูสามารถพาความชื้นจากทะเลเข้ามาป้อนเหนือแผ่นดินเป็นบริเวณกว้าง หากมีร่องความกดอากาศต่ำ แนวลมมาบรรจบกัน หรือหย่อมความกดอากาศต่ำอยู่ใกล้ ๆ อากาศชื้นจะถูกยกตัวได้ง่าย เมฆฝนจึงเกิดซ้ำตามแนวเดิม ฝนอาจตกเป็นระยะหลายวัน ไม่ใช่เพราะเมฆก้อนเดิมมีน้ำไม่หมด แต่เพราะโรงงานสร้างเมฆยังได้รับทั้งความชื้นและแรงยกอย่างต่อเนื่อง

ภูเขาก็ช่วยให้บางพื้นที่เจอฝนบ่อย เมื่อลมชื้นพัดชนแนวเขา มันถูกบังคับให้ไต่สูงขึ้น อากาศเย็นลงและควบแน่นเป็นเมฆ ด้านรับลมจึงมักมีฝนมากกว่าด้านหลังเขา ปรากฏการณ์นี้ทำให้จังหวัดที่อยู่ใกล้กันอาจมีสภาพอากาศต่างกันชัดเจน จุดหนึ่งฝนเทจนถนนขาว แต่อีกฝั่งของภูเขาหรือห่างออกไปไม่กี่สิบกิโลเมตรอาจยังแห้ง

ในวันที่อากาศร้อนจัด ฝนอีกแบบเกิดจากความร้อนบนพื้น พื้นดินและอาคารรับแดดจนทำให้อากาศใกล้ผิวโลกร้อนและลอยตัวเร็ว ถ้าอากาศมีความชื้นพอ เมฆก้อนจะโตสูงกลายเป็นเมฆฝนฟ้าคะนอง ช่วงแรกอาจแดดแรงจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีฝน ก่อนเมฆจะขยายตัวแล้วปล่อยฝนหนัก ลมกระโชก และฟ้าผ่าในช่วงบ่ายหรือเย็น ฝนลักษณะนี้มักตกหนักเฉพาะจุดและระยะเวลาไม่ยาวเท่าระบบมรสุมขนาดใหญ่

เม็ดฝนที่ตกถึงพื้นก็ยังเดินทางต่อ บางส่วนไหลลงคลองและแม่น้ำกลับทะเล บางส่วนซึมลงดินกลายเป็นน้ำใต้ดิน บางส่วนถูกพืชดูดไปใช้ ก่อนจะกลับออกสู่อากาศอีกครั้ง น้ำบนโลกเคลื่อนระหว่างทะเล อากาศ ผิวดิน ใต้ดิน น้ำแข็ง และสิ่งมีชีวิต วงจรนี้ไม่มีจุดเริ่มหรือจุดจบตายตัว ดวงอาทิตย์ทำให้น้ำระเหย ส่วนแรงโน้มถ่วงพาน้ำกลับลงมา

ฝนที่ตกหนักจึงไม่ได้แปลว่าไอน้ำทั้งหมดมาจากทะเลตรงหน้าเสมอไป ความชื้นอาจถูกลมพามาไกลหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตร และอาจผ่านการระเหยกับตกลงมาหลายรอบก่อนมาถึงบ้านเรา อากาศเหนือพื้นดินเองก็รับความชื้นจากดิน แหล่งน้ำ และพืชได้ เมื่อมีลมพาเข้า มีแรงยก และอุณหภูมิเหมาะ กระบวนการสร้างเมฆก็เดินหน้าต่อได้

คำว่าโอกาสฝนตกในพยากรณ์อากาศไม่ได้บอกว่าฝนจะตกพร้อมกันทุกตรอก อากาศเป็นของไหลที่เปลี่ยนตำแหน่งและความแรงอยู่ตลอด เมฆฝนหนึ่งก้อนอาจกินพื้นที่แค่บางอำเภอ ขณะที่ระบบมรสุมหรือพายุขนาดใหญ่ครอบคลุมหลายจังหวัด การดูเรดาร์ฝนจึงช่วยเห็นว่ากลุ่มฝนกำลังเกิดตรงไหน เคลื่อนไปทางใด และมีกลุ่มใหม่ตามหลังมาหรือไม่

วันที่ฝนเหมือนตกไม่เลิกจึงเป็นผลจากสายพานความชื้นที่ยังทำงาน น้ำระเหยขึ้น อากาศพาไป เมฆก่อตัว หยดน้ำโตแล้วตกลงมา จากนั้นน้ำก็ไหลหรือระเหยกลับเข้าสู่วงจรอีกครั้ง ท้องฟ้าไม่ได้มีน้ำสำรองแบบใช้แล้วหมด แต่เชื่อมอยู่กับแหล่งน้ำทั้งโลก และลมสามารถนำวัตถุดิบมาสร้างฝนชุดใหม่เหนือเราได้ต่อเนื่อง

 


อ้างอิงข้อมูล
https://www.usgs.gov/water-science-school/water-cycle
https://www.noaa.gov/education/resource-collections/freshwater/water-cycle

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 55 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกรวม 4 ฆาตกรต่อเนื่อง ที่ไม่มีอยู่จริงเปิดลุคนายพลของพ่อ “จ้าวลู่ซือ” หลังร่วมแสดงซีรีส์ที่ลูกสาวเป็นโปรดิวเซอร์ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69ข้าวกับขนมปัง ทำไมจึงกลายเป็นอาหารหลักคนละซีกโลก4 สกุลเงินทางเลือกสุดแปลก ที่ใช้งานได้จริง!!ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำรวม 5 บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่ไม่มีอยู่จริงเจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 2569เปิดจังหวัดไทย ที่มีอำเภอติดทะเลเพียงอำเภอเดียวแดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รวม 4 ฆาตกรต่อเนื่อง ที่ไม่มีอยู่จริงเปิดลุคนายพลของพ่อ “จ้าวลู่ซือ” หลังร่วมแสดงซีรีส์ที่ลูกสาวเป็นโปรดิวเซอร์ข้าวกับขนมปัง ทำไมจึงกลายเป็นอาหารหลักคนละซีกโลกเปิดสัปดาห์ใหม่กับหวยลาว 24 ส.ค. 69 วันนี้คุณมีเลขในใจจากอะไรกันบ้าง?เปิดสำรับเขมร 6 เมนูดัง ตั้งแต่อาม็อกปลาถึงซัมลอร์กอร์กอร์แมลงสาบเยอรมัน มาจากไหน ทำไมบ้านสะอาดยังเจอ พร้อมวิธีตัดวงจรให้หายขาด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
"เกแว็ง กัสโตร" เสียชีวิตคาสนามเมืองหลวงแห่งUFOข้าวกับขนมปัง ทำไมจึงกลายเป็นอาหารหลักคนละซีกโลก🇹🇭 ทำไมประเทศไทยถึงเป็นประเทศที่คนทั่วโลกอยากมาเที่ยว?
ตั้งกระทู้ใหม่