ทำไมโปรตีนรับรสจึงพบอยู่ในลูกอัณฑะของผู้ชาย
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
ถ้าบอกว่าลูกอัณฑะมีสิ่งที่เกี่ยวกับ “การรับรส” หลายคนคงนึกภาพผิดไปไกล เพราะอวัยวะนี้ไม่ได้มีปุ่มรับรสเหมือนบนลิ้น และไม่ได้ชิมว่าอาหารหวาน ขม หรืออร่อยหรือไม่เลย แต่ในระดับเซลล์ นักวิทยาศาสตร์พบโปรตีนกลุ่มเดียวกับที่เกี่ยวข้องกับการรับรสกระจายอยู่ในเนื้อเยื่อสืบพันธุ์และในอสุจิ
ประเด็นที่น่าสนใจกว่าเรื่องชวนหัวคือ โปรตีนเหล่านี้อาจทำหน้าที่เป็น เซนเซอร์เคมี คอยรับสัญญาณจากสภาพแวดล้อมรอบเซลล์ เพื่อช่วยกำกับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การพัฒนา และการทำงานของอสุจิ
ไม่ใช่ต่อมรับรส แต่เป็นโปรตีนรับสัญญาณ
คำว่า “ต่อมรับรส” ในภาษาพูดอาจทำให้เข้าใจว่าอัณฑะมีตุ่มรับรสเหมือนลิ้น ซึ่งไม่ถูกต้องนัก สิ่งที่พบคือ ตัวรับรส หรือ taste receptors และชิ้นส่วนของระบบส่งสัญญาณแบบเดียวกับที่เซลล์รับรสใช้บนลิ้น ตัวรับเหล่านี้เป็นโปรตีนบนหรือในเซลล์ เมื่อจับกับสารเคมีบางชนิดก็จะกระตุ้นสัญญาณภายในเซลล์ต่อไป
บนลิ้น ระบบนี้ทำให้สมองรับรู้รสหวาน อูมามิ หรือขม แต่ในอัณฑะและอสุจิ สัญญาณไม่ได้ถูกส่งไปแปลเป็นความรู้สึกรสชาติ จึงไม่มีเหตุการณ์แบบ “กินของขมแล้วลูกอัณฑะรับรู้รสขม” หน้าที่ของมันดูจะเป็นการตรวจจับสารในระดับท้องถิ่นมากกว่า
งานวิจัยในหนูที่ตีพิมพ์ปี 2013 พบว่าเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้มีตัวรับรสขมหลายชนิด และเมื่อสัมผัสสารขมบางชนิด ระดับแคลเซียมภายในเซลล์เปลี่ยนไป การตอบสนองนี้ลดลงเมื่อใช้สารยับยั้ง และหายไปในหนูที่ตัดยีนของโปรตีนส่งสัญญาณบางตัวออก ผลดังกล่าวชี้ว่าเซลล์เหล่านี้ใช้ระบบดังกล่าวเพื่อตรวจจับสารเคมีในสภาพแวดล้อมจริง ๆ
แล้วเกี่ยวกับอสุจิอย่างไร
อสุจิไม่ได้แค่ถูกสร้างแล้วว่ายไปหาไข่ทันที ระหว่างทางมันต้องเปลี่ยนสภาพและตอบสนองต่อสารต่าง ๆ ทั้งในอัณฑะ หลอดเก็บอสุจิ และระบบสืบพันธุ์เพศหญิง สัญญาณอย่างแคลเซียมและสารสื่อภายในเซลล์มีผลต่อการเคลื่อนที่ การเตรียมตัวปฏิสนธิ และจังหวะการปล่อยสารจากส่วนหัวของอสุจิ
ตัวรับรสบางกลุ่มมีความเกี่ยวข้องกับการตรวจจับสารประเภทกรดอะมิโน ตัวอย่างสำคัญคือระบบตัวรับอูมามิบนลิ้นที่เกี่ยวข้องกับกรดกลูตามิก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปแบบตรงตัวว่าตัวรับทุกชนิดในอัณฑะมีหน้าที่ “ชิมกรดอะมิโนเพื่อผลิตอสุจิ” เพราะตัวรับแต่ละชนิดอาจตอบสนองต่อสารและทำงานในตำแหน่งต่างกัน งานวิจัยยังอยู่ระหว่างแยกบทบาทของแต่ละเส้นทางให้ชัดเจน
การทดลองอีกชุดในหนูพบว่า เมื่อขาดทั้งยีน TAS1R3 ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวรับหวานและอูมามิ กับยีน GNAT3 ที่ใช้ส่งสัญญาณ หนูตัวผู้มีภาวะเป็นหมัน การทดลองนี้ทำให้เห็นว่าระบบรับสัญญาณแบบรับรสมีความสำคัญต่อการสืบพันธุ์ของหนู แต่ไม่ได้แปลว่าโปรตีนตัวเดียวเสียแล้วผู้ชายทุกคนจะเป็นหมันทันที
หลักฐานในคนมีแล้ว แต่คำตอบยังไม่จบ
ในมนุษย์ นักวิจัยตรวจพบการแสดงออกของยีนตัวรับรสขมหลายชนิดทั้งในเนื้อเยื่ออัณฑะและอสุจิที่หลั่งออกมา โดยตัวรับชื่อ TAS2R14 เด่นเป็นพิเศษในตัวอย่างที่ศึกษา อีกทั้งยังพบองค์ประกอบส่งสัญญาณที่มีในเซลล์รับรสบนลิ้นด้วย นี่เป็นหลักฐานว่าอสุจิและอัณฑะของคนมีเครื่องมือระดับโมเลกุลชุดนี้อยู่จริง
แต่ข้อควรระวังคือ หลักฐานในคนส่วนใหญ่ยังบอกได้ว่า “พบโปรตีนและพบความสัมพันธ์” มากกว่าจะยืนยันกลไกทั้งหมดแบบเด็ดขาด งานในหนูช่วยบอกทิศทางได้ดี ส่วนการนำไปใช้วินิจฉัยหรือรักษาภาวะมีบุตรยากในคนยังต้องมีการศึกษาเพิ่ม
ดังนั้น ความจริงที่แม่นยำคือ ลูกอัณฑะไม่ได้มีปุ่มรับรสไว้ชิมอาหาร แต่มันมีโปรตีนรับสัญญาณในตระกูลเดียวกับระบบรับรสบนลิ้น ซึ่งน่าจะช่วยให้เซลล์สืบพันธุ์อ่านสภาพแวดล้อมทางเคมีและทำงานได้เหมาะสมกว่าเดิม เรื่องนี้จึงไม่ใช่เกร็ดตลกทางชีววิทยา แต่เป็นช่องทางที่อาจพาไปสู่ความเข้าใจใหม่เรื่องคุณภาพอสุจิและภาวะมีบุตรยากในอนาคต
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
รสนิยมชอบเท้าเกี่ยวกับการเดินวงจรในสมองจริงหรือไม่
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
มหาอำนาจแห่งสายน้ำ! เปิด 5 ประเทศที่มีการแข่งกีฬาทางเรือ “มากที่สุดในโลก”
ดำลึกมืดมิดนับพันเมตร! 7 ยอดนักกลั้นหายใจแห่งท้องทะเล กลั้นหายใจข้ามชั่วโมงได้ยังไง?
ทำไมครั้งหนึ่งในยุโรป "ผ้าลูกไม้" ถึงมีมูลค่าสูงกว่าทองคำ?
ส่องแนวทาง @ใต้ฟ้า งวด 16 ต.ค. 69 จับตาเลข 4 พร้อม 444
เปิดโพล 7 ประเทศ “จมน้ำบ่อยที่สุด” อันดับ 1 ประชากรเสี่ยงพุ่งเกือบ 5 ล้านคน!
5 ประเทศความเสี่ยงน้ำท่วมต่ำที่สุดในโลก... มีที่ไหนบ้าง และพวกเขารอดมาได้อย่างไร?
รสนิยมชอบเท้าเกี่ยวกับการเดินวงจรในสมองจริงหรือไม่






