หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อย่ากรีดแผลงูกัด! ความเชื่อผิดๆ ที่อันตรายกว่าที่คิด

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เคยได้ยินกันใช่ไหมครับ? เวลาถูกงูกัด หลายคนมักจะนึกถึงวิธีการแบบโบราณที่บอกให้ใช้มีดกรีดแผลเพื่อรีดเอาพิษออก แต่บอกเลยว่านี่เป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์และอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว ผมเองก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กๆ และก็เคยคิดว่ามันอาจจะเป็นวิธีที่ช่วยได้ แต่เมื่อได้ลองศึกษาข้อมูลจริงๆ จังๆ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จึงได้รู้ว่าการกระทำดังกล่าวนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ที่ถูกงูกัดเป็นอย่างมาก

ลองนึกภาพตามนะครับ พอถูกงูกัด สิ่งแรกที่ร่างกายเราตอบสนองคืออาการปวด บวม และบางทีก็มีเลือดไหลซึมๆ อยู่แล้ว ถ้าเราไปใช้มีดกรีดแผลตรงบริเวณที่ถูกกัด มันจะทำให้เลือดที่อยู่ใต้ผิวหนังและในเส้นเลือดเล็กๆ เกิดการไหลทะลักออกมาอย่างรุนแรงเลยครับ แทนที่จะเป็นการรีดพิษออก กลับกลายเป็นการเสียเลือดจำนวนมาก ซึ่งสำหรับบางคนที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือถูกงูพิษร้ายแรง การเสียเลือดมากนี่แหละครับที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ง่ายๆ

ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณแผลที่ถูกกรีดด้วยของมีคมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม เป็นช่องทางชั้นดีให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย การติดเชื้อหลังถูกงูกัดจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในมีด หรือแม้แต่บนผิวหนังของเราเองก็สามารถเข้าไปเจริญเติบโตในบาดแผล และอาจลุกลามจนเกิดอาการอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้การรักษาซับซ้อนและอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก

และที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือ การกรีดแผลโดยไม่ระมัดระวังอาจไปทำลายเส้นเลือดใหญ่ เส้นประสาทที่อยู่ลึกลงไป หรือแม้แต่เนื้อเยื่อสำคัญอื่นๆ การบาดเจ็บจากการกรีดแผลนี่แหละครับที่อาจทำให้เกิดอาการชา อัมพาตถาวร หรือสูญเสียการใช้งานอวัยวะส่วนนั้นๆ ไปเลยก็ได้ ซึ่งผลเสียระยะยาวที่ตามมาจากการถูกงูกัดอาจไม่ร้ายแรงเท่ากับความเสียหายที่เราทำเพิ่มเข้าไปเอง

ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ถูกงูกัดขึ้น สิ่งที่ควรทำคือตั้งสติให้มากที่สุด พยายามเคลื่อนไหวร่างกายส่วนที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด เพื่อชะลอการไหลเวียนของพิษเท่าที่จะทำได้ หากเป็นไปได้ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที (ถ้ามี) และที่สำคัญที่สุดคือ รีบติดต่อหน่วยกู้ชีพ หรือพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกวิธี การรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์คือสิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตและลดผลกระทบจากพิษงูได้อย่างแท้จริง อย่าหลงเชื่อความเชื่อผิดๆ ที่อาจนำไปสู่อันตรายมากกว่าเดิมเด็ดขาดครับ

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 87 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569โอกาสทำเงินของ Gen Z ในวงการอีสปอร์ตเจ๊เขียว โชคดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 3 ตัว 2 ชุด และเลข 2 ตัว 6 ชุดหนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ทำความรู้จัก Demodex ไรจิ๋วที่อาศัยบนใบหน้าผู้ใหญ่ทำไมฝ่าเท้าจึงชื้นง่ายและมีกลิ่นเมื่ออยู่ในรองเท้ากล่องกระจกกับอาการปวดจากแขนขาที่หายไป ทำงานกับสมองอย่างไรเมล็ดแอปเปิลปล่อยไซยาไนด์ได้แค่ไหนและอันตรายหรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่