6 วิธีเช็กก่อนให้เพื่อนยืมเงิน ดูสัญญาณว่าใครมีแนวโน้มคืน หรือใครอาจเบี้ยวหนี้
6 วิธีเช็กก่อนให้เพื่อนยืมเงิน ดูสัญญาณว่าใครมีแนวโน้มคืน หรือใครอาจเบี้ยวหนี้
การให้เพื่อนยืมเงินอาจเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ที่มีราคาแพง หลายครั้งคำว่า “เพื่อน” ทำให้เราใจอ่อน จนสุดท้ายต้องมานั่งทวงเงินของตัวเอง และอาจเสียทั้งเงินกับความรู้สึกไปพร้อมกัน
ก่อนตัดสินใจให้ยืม การสังเกตพฤติกรรม ประวัติทางการเงิน และความชัดเจนของคนที่มาขอยืม อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ แม้ไม่มีวิธีใดรับประกันได้ว่าอีกฝ่ายจะคืนเงินแน่นอน แต่ 6 เรื่องต่อไปนี้สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้
อันดับ 1 ประวัติการคืนเงินในอดีต
สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือประวัติที่ผ่านมา เพราะพฤติกรรมเดิมมักสะท้อนวิธีรับผิดชอบเรื่องเงินของแต่ละคน
หากเคยรู้ว่าเพื่อนคนนี้เบี้ยวหนี้คนอื่น ผลัดวันคืนเงิน หรือมีปัญหาเรื่องยืมเงินซ้ำ ๆ ก็ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะกรณีที่ยังมีหนี้เก่าค้างอยู่ แต่กลับมาขอยืมเงินก้อนใหม่
อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงข่าวลือหรือคำบอกเล่าด้านเดียว
อันดับ 2 ความชัดเจนของแผนการคืนเงิน
คนที่มีความตั้งใจจะคืน มักอธิบายได้ว่า จะคืนวันไหน คืนครั้งเดียวหรือทยอยคืน และเงินที่จะนำมาคืนมาจากรายได้ส่วนใด
แต่หากคำตอบมีเพียงว่า “เดี๋ยวคืน” “เดือนหน้าได้ชัวร์” หรือ “มีเมื่อไหร่จะคืน” โดยไม่มีรายละเอียด อาจเป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายยังไม่มีแผนการเงินที่ชัดเจน
ก่อนให้ยืม ลองถามตรง ๆ ว่า
-
ต้องการยืมจำนวนเท่าไร
-
จะนำเงินไปใช้เรื่องอะไร
-
จะเริ่มคืนเมื่อไร
-
คืนครั้งเดียวหรือแบ่งจ่าย
-
หากคืนไม่ทัน จะจัดการอย่างไร
คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้รับประกันว่าจะได้เงินคืน แต่ช่วยให้เห็นว่าอีกฝ่ายคิดเรื่องการชำระเงินไว้จริงหรือไม่
อันดับ 3 ไลฟ์สไตล์และการใช้เงินในปัจจุบัน
หากเพื่อนมาขอยืมเงินโดยบอกว่ากำลังเดือดร้อน แต่ยังใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช็กอินร้านอาหารราคาแพง ซื้อของที่ไม่จำเป็น หรือใช้ชีวิตเกินกำลังอย่างต่อเนื่อง อาจสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับการจัดลำดับความสำคัญทางการเงินด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นผ่านโซเชียลมีเดียอาจไม่ได้สะท้อนสถานะการเงินจริงทั้งหมด จึงไม่ควรตัดสินจากโพสต์เพียงไม่กี่ภาพ แต่ควรดูพฤติกรรมโดยรวมประกอบกัน
อันดับ 4 ความกระตือรือร้นในการทำเอกสาร
การยืมเงินแม้จะเป็นระหว่างเพื่อน ก็ควรมีหลักฐานที่ชัดเจน เช่น ข้อความสนทนา เอกสารรับเงิน หรือข้อตกลงที่ระบุจำนวนเงินและวันคืน
เพื่อนที่ตั้งใจคืนมักเข้าใจว่าการทำหลักฐานไม่ได้แปลว่าไม่ไว้ใจกัน แต่เป็นการป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกันในภายหลัง
หากอีกฝ่ายมีท่าทีอิดออด โกรธ หรือพูดว่า “เป็นเพื่อนกัน ทำไมต้องเรื่องเยอะ” ก็ควรหยุดคิดก่อน เพราะเมื่อเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ความชัดเจนย่อมดีกว่าการพึ่งคำพูดเพียงอย่างเดียว
อันดับ 5 เหตุผลที่นำเงินไปใช้
ควรแยกให้ออกระหว่าง “ความเดือดร้อนที่จำเป็น” กับ “ความต้องการส่วนตัว”
ตัวอย่างความจำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ค่าเดินทางกลับบ้าน หรือค่าใช้จ่ายที่กระทบต่อการดำรงชีวิต ส่วนการยืมไปซื้อของฟุ่มเฟือย ช้อปปิ้ง หรือจ่ายค่างวดสินค้าที่เกินกำลัง อาจมีความเสี่ยงมากกว่า
อีกกรณีที่ควรระวังคือการยืมเงินใหม่ไปจ่ายหนี้เก่า เพราะอาจสะท้อนว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในวงจรหมุนหนี้ และอาจไม่มีเงินเหลือมาคืนตามกำหนด
อันดับ 6 ปฏิกิริยาเมื่อถูกทวงถาม
หากเพื่อนเคยติดเงินจำนวนเล็กน้อยมาก่อน ลองสังเกตท่าทีเมื่อมีการพูดถึงเงินที่ค้างอยู่
หากอีกฝ่ายรีบอธิบาย ขอโทษ และพยายามกำหนดวันคืนให้ชัดเจน อย่างน้อยก็สะท้อนถึงการยอมรับความรับผิดชอบ
แต่หากแสดงอาการหงุดหงิด ชักสีหน้า เปลี่ยนเรื่อง หรือทำให้ผู้ให้ยืมรู้สึกผิดที่ทวงเงิน อาจเป็นสัญญาณว่าหากให้ยืมจำนวนมากขึ้น การติดตามเงินคืนอาจกลายเป็นปัญหาในอนาคต
ก่อนให้ยืม ลองถามตัวเองอีก 3 ข้อ
นอกจากดูพฤติกรรมของคนยืมแล้ว ผู้ให้ยืมก็ควรประเมินความพร้อมของตัวเองด้วย
-
หากเงินก้อนนี้ไม่ได้คืน จะกระทบค่าใช้จ่ายของเราหรือไม่
-
จำนวนเงินนี้มากเกินกว่าที่เรารับความเสี่ยงได้หรือไม่
-
เราพร้อมทวงถามหรือจัดการตามข้อตกลงหรือไม่
หากเงินก้อนนั้นเป็นเงินสำหรับค่าเช่า ค่าผ่อนบ้าน เงินฉุกเฉิน หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นของตัวเอง ก็ควรคิดให้รอบคอบก่อน เพราะการช่วยคนอื่นไม่ควรทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนตามไปด้วย
สุดท้าย ไม่มีวิธีใดดูได้แน่นอนว่าใครจะคืนเงินครบหรือใครจะเบี้ยวหนี้ แต่การตรวจสอบประวัติ ดูแผนการคืนเงิน ทำข้อตกลงให้ชัด และให้ยืมเฉพาะจำนวนที่ตัวเองรับความเสี่ยงได้ อาจช่วยลดโอกาสเสียทั้งเงินและความสัมพันธ์
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
นักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบิน
"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
แมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหน
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
นักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบิน
เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.
"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
10 การค้นพบขุมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
เปิดตัววันแรก! ใครคือคนไทยคนแรกที่ได้จับ iPhone 18 Pro Max?
ทำไมเสียงเพลงในห้างสรรพสินค้าถึงส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ? เพลงที่ได้ยินทุกวันอาจกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา
5 เครื่องวิทยุสื่อสาร Walkie Talkie รุ่นทหาร ที่เลิกผลิตแต่ราคาสูง! จากสนามรบสู่ของสะสมหายาก