หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เดินห้างทีไรกระเป๋าเบาทุกที? เปิดเบื้องหลัง "จิตวิทยาซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่ทำให้เราซื้อของเกินลิสต์โดยไม่รู้ตัว

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เดินห้างทีไรกระเป๋าเบาทุกที? เปิดเบื้องหลัง "จิตวิทยาซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่ทำให้เราซื้อของเกินลิสต์โดยไม่รู้ตัว

หลายครั้งเราไม่ได้ใช้เงินเกิน เพราะไม่มีวินัย แต่เป็นเพราะซูเปอร์มาร์เก็ตถูกออกแบบให้การเลือกซื้อสินค้าลื่นไหล จนเราเผลอหยิบของเพิ่มโดยไม่รู้ตัว

หลายคนน่าจะเคยเจอเหตุการณ์คล้ายกัน... ตั้งใจเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อนมกับไข่ แต่พอเดินมาถึงแคชเชียร์กลับมีทั้งขนม เครื่องดื่ม ของใช้ และของลดราคาเต็มรถเข็น ทั้งที่ตอนออกจากบ้านไม่ได้คิดจะซื้อเลย

ความจริงแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการ "ใจอ่อน" เพียงอย่างเดียว เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมากนำหลัก จิตวิทยาผู้บริโภค (Consumer Psychology) และการออกแบบร้านค้ามาใช้ เพื่อให้ลูกค้าเดินดูสินค้านานขึ้น เห็นสินค้ามากขึ้น และมีโอกาสซื้อของนอกลิสต์เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ใช้กันมานานในธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก

ยิ่งสังเกตก็ยิ่งเห็นว่า หลายอย่างที่เคยมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งสินค้า เส้นทางเดิน หรือโปรโมชั่นระหว่างทาง ล้วนถูกวางแผนมาอย่างมีเหตุผล

1. รถเข็นใบใหญ่ ทำไมยิ่งเข็น ยิ่งได้ของเยอะ

พื้นที่ว่างในรถเข็น อาจทำให้เรารู้สึกว่ายังซื้อของได้อีก

เคยสังเกตไหมว่ารถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่? งานวิจัยด้านพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า เมื่อรถเข็นยังดูว่าง ผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยจะรู้สึกว่ายังซื้อของไม่มากพอ จึงมีแนวโน้มหยิบสินค้าเพิ่ม มากกว่าการใช้ตะกร้าหรือรถเข็นขนาดเล็ก

ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หลายคนคงเคยเจอเหมือนกัน จากตั้งใจซื้อแค่ 2-3 อย่าง สุดท้ายของเต็มรถเข็นแบบไม่รู้ตัว พอกลับมาดูใบเสร็จก็ได้แต่คิดว่า "หยิบมาตอนไหนนะ"

2. ทำไมโซนผัก ผลไม้ และเบเกอรี่ถึงอยู่หน้าร้าน?

ทันทีที่เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต สิ่งแรกที่หลายคนเจอคือผักผลไม้สีสด หรือกลิ่นขนมปังอบใหม่ ซึ่งไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามอย่างเดียว

สีสันของอาหารสดและกลิ่นหอมจากเบเกอรี่ช่วยสร้างความรู้สึกสดใหม่ ทำให้บรรยากาศในร้านดูน่าเดินและผ่อนคลายมากขึ้น ส่งผลให้หลายคนใช้เวลาเลือกสินค้านานขึ้นโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่พบว่า การเดินซื้อของตอนหิว มีแนวโน้มทำให้ซื้ออาหารและของกินมากกว่าที่วางแผนไว้ ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าหิว ลองหาอะไรรองท้องก่อนเข้าห้าง ก็อาจช่วยลดการซื้อของเกินลิสต์ได้เหมือนกัน

ส่วนตัวผมอ่านเรื่องนี้แล้วก็แอบนึกถึงตัวเอง เพราะแทบทุกครั้งที่เข้าห้างตอนเย็น มักจะเดินผ่านร้านเบเกอรี่แล้วเผลอซื้อขนมกลับบ้าน ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในรายการของที่ต้องซื้อเลย

3. ทำไมของจำเป็นถึงอยู่ด้านในสุดของร้าน?

สินค้าที่คนซื้อเป็นประจำ มักถูกวางไว้ด้านใน เพื่อให้ลูกค้าเดินผ่านสินค้าอื่นระหว่างทาง

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมนม ไข่ เนื้อสัตว์ หรือของใช้ประจำบ้าน ซึ่งเป็นของที่คนซื้อบ่อย กลับไม่ค่อยอยู่ใกล้ประตูทางเข้า?

เหตุผลคือ ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งมักจัดวางสินค้าจำเป็นไว้ลึกเข้าไปด้านใน เพื่อให้ลูกค้าเดินผ่านชั้นวางสินค้าอีกหลายโซน ระหว่างทางจึงมีโอกาสเห็นสินค้าใหม่ โปรโมชั่น หรือสินค้าลดราคามากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการซื้อของที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์ตั้งแต่แรก

พอคิดดูแล้วก็เข้าใจเลยว่าทำไม หลายครั้งตั้งใจเดินไปหยิบนมอย่างเดียว แต่ระหว่างทางกลับได้ทั้งขนม น้ำอัดลม หรือของใช้ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย

4. ระดับสายตา คือพื้นที่ขายดีที่สุด

สินค้าที่อยู่ระดับสายตา มักเป็นตำแหน่งที่ลูกค้ามองเห็นง่ายที่สุด

ในวงการค้าปลีกมีคำที่ใช้กันมานานว่า "Eye Level is Buy Level" หรือ "ระดับสายตา คือระดับที่ขายดีที่สุด"

สินค้าที่อยู่ในตำแหน่งนี้มักเป็นแบรนด์ยอดนิยม สินค้าใหม่ หรือสินค้าที่ร้านต้องการให้ลูกค้าเห็นก่อน เพราะเป็นจุดที่สายตาเรามักกวาดไปถึงทันทีเมื่อเดินผ่าน

ในทางกลับกัน สินค้าประเภทเดียวกันที่ราคาประหยัดกว่า อาจอยู่บนชั้นบนหรือชั้นล่าง ซึ่งต้องก้มหรือเอื้อมถึงจะเห็น หลายคนเลยมักหยิบของที่อยู่ตรงหน้าก่อนโดยไม่ทันเปรียบเทียบราคา

ครั้งหน้าถ้ามีเวลา ลองก้มมองชั้นล่างหรือเงยดูชั้นบนอีกนิด บางครั้งอาจเจอสินค้าชนิดเดียวกันในราคาที่คุ้มกว่าก็ได้

5. ด่านสุดท้ายก่อนจ่ายเงิน ยังมี "กับดัก" เล็ก ๆ

ของชิ้นเล็กบริเวณแคชเชียร์ ถูกวางไว้เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในช่วงสุดท้าย

ก่อนถึงแคชเชียร์ หลายคนคงเคยเผลอหยิบหมากฝรั่ง ลูกอม ช็อกโกแลต ถ่านไฟฉาย หรือของใช้ชิ้นเล็กเพิ่มอีกสักอย่าง ทั้งที่ตอนเดินเข้าร้านไม่ได้คิดจะซื้อเลย

สินค้าเหล่านี้เรียกว่า Impulse Purchase หรือสินค้าที่กระตุ้นการซื้อแบบฉับพลัน เพราะมีราคาสูงไม่มาก ใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน และอยู่ในตำแหน่งที่ลูกค้าทุกคนต้องผ่านก่อนจ่ายเงิน

ฟังดูเหมือนเป็นของราคาไม่กี่สิบบาท แต่ถ้าเผลอหยิบทุกครั้งที่เข้าห้าง รวมกันตลอดทั้งเดือนก็อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่มากกว่าที่คิดเหมือนกัน

📌 แล้วเราจะรับมือกับจิตวิทยาซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างไร?

แค่เปลี่ยนนิสัยเล็ก ๆ ก่อนเข้าห้าง ก็ช่วยลดการซื้อของเกินลิสต์ได้มากกว่าที่คิด

ส่วนตัวผมมองว่า เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าซูเปอร์มาร์เก็ตกำลัง "หลอก" ลูกค้า เพราะการจัดวางสินค้าและออกแบบเส้นทางเดินถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่สะดวกและเห็นสินค้าได้หลากหลายขึ้น

แต่เมื่อเราเข้าใจหลัก จิตวิทยาซูเปอร์มาร์เก็ต มากขึ้น ก็จะช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้อย่างมีสติ และแยกออกว่าอะไรคือ "ของจำเป็น" กับอะไรที่เราแค่เผลอหยิบเพราะบรรยากาศหรือโปรโมชั่นตรงหน้า

ครั้งหน้าที่เข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ลองสังเกตเส้นทางเดิน ตำแหน่งชั้นวางสินค้า และสิ่งที่อยู่ในรถเข็นของตัวเองดูสักนิด คุณอาจจะพบว่า ของหลายชิ้นไม่ได้อยู่ในลิสต์ตั้งแต่แรก แต่กลับติดมือกลับบ้านทุกครั้งโดยไม่รู้ตัว

แล้วคุณล่ะ เคยตั้งใจเข้าห้างไปซื้อของแค่ 2-3 อย่าง แต่สุดท้ายจ่ายเกินงบไหม? หรือมีสินค้าชิ้นไหนที่ทำให้เผลอหยิบทุกครั้งที่เดินผ่าน มาแชร์ประสบการณ์กันได้เลยครับ

อ้างอิง:
- Paco Underhill, Why We Buy: The Science of Shopping
- Journal of Retailing และงานวิจัยด้าน Consumer Behavior เกี่ยวกับ Store Layout และ Impulse Buying
- NielsenIQ และงานวิจัยด้าน Retail Marketing
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 800+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
11 VOTES (3.7/5 จาก 3 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี, pakpranang, เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญ5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 110 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569Soft cream คืออะไร และใครคือเจ้าแรกของโลก"เชอริโมยา"ผลไม้ที่เฮลตี้ที่สุดในโลก!เปิดสถิติเลขท้าย 2 ตัว/3 ตัว ที่ออกบ่อยที่สุดในรอบ 10 ปีเด้งอึ๋ม เคะอึ๋ม คืออะไรปรงภูเขา ไม้ดึกดำบรรพ์กลางป่า พืชโบราณที่ควรชมแต่ไม่ควรแตะมนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไขข้อข้องใจ... ทำไม "บันไดเลื่อน" ตามห้างต้องมีขนแปรงสีดำอยู่ข้างล่าง? ห้ามเอาเท้าไปขัดเล่นเด็ดขาด!"เชอริโมยา"ผลไม้ที่เฮลตี้ที่สุดในโลก!จากราเขียวบนผลส้ม สู่ยาฆ่าเชื้อเปลี่ยนโลก:เพนิซิลลิน (penicillin)ยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญเด้งอึ๋ม เคะอึ๋ม คืออะไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญวัดขุนหลวงวิน 4 ไฮไลท์สถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาดของลิมิเต็ดหมดไวไม่ได้แปลว่าคนแย่งกันทั้งประเทศ
ตั้งกระทู้ใหม่