น้ำมันมะพร้าวเคลือบเขียงไม้ช่วยถนอมเนื้อไม้
ช่วงนี้เห็นหลายบ้านกลับมาสนใจของใช้จากไม้กันมากขึ้น โดยเฉพาะเขียงไม้ที่หลายคนมองว่าใช้งานดี จับถนัดมือ และไม่ทำให้มีเสียงกระแทกเวลาเตรียมอาหารเหมือนเขียงพลาสติก แต่พอใช้ไปนาน ๆ ก็จะเจอปัญหาคล้ายกัน คือผิวไม้เริ่มแห้ง สีซีด มีรอยแตกเล็ก ๆ หรือบางครั้งมีกลิ่นอับจนต้องคิดว่าจะดูแลอย่างไรดี
วิธีหนึ่งที่คนในบ้านหลายคนทำกันคือใช้น้ำมันมะพร้าวทาเคลือบผิวเขียงเป็นระยะ เพราะเชื่อว่าน้ำมันจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้เนื้อไม้ ทำให้ผิวไม่แห้งง่ายเหมือนปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ วิธีนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ หลายครัวเรือนใช้หลักการคล้ายกันกับการดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือของใช้ไม้ เพียงแต่เปลี่ยนมาใช้กับอุปกรณ์ในครัวที่ต้องสัมผัสอาหาร
เวลาทาน้ำมันมะพร้าวลงบนเขียง น้ำมันจะเข้าไปอยู่ตามรูเล็ก ๆ ของเนื้อไม้บางส่วน ทำให้ผิวไม้ดูเงาขึ้นและลดการสูญเสียความชื้นจากการสัมผัสอากาศ เขียงที่ผ่านการใช้งานมานานจึงอาจดูไม่แห้งกรอบเหมือนเดิม หลายคนชอบตรงที่เป็นวิธีง่าย ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ แค่เช็ดเขียงให้สะอาด ทาน้ำมันบาง ๆ แล้วปล่อยให้ซึมก่อนนำกลับมาใช้
แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่มองว่าน้ำมันมะพร้าวไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกปัญหา เพราะเขียงไม้มีเรื่องของความสะอาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากล้างไม่ดี มีเศษอาหารติดอยู่ หรือเก็บในที่อับชื้น ต่อให้ทาน้ำมันก็ไม่ได้ช่วยจัดการต้นเหตุของเชื้อราหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ทั้งหมด
หลายคนจึงเลือกใช้วิธีดูแลหลายอย่างร่วมกัน เช่น ล้างเขียงทันทีหลังใช้งาน เช็ดให้แห้ง ไม่วางไว้ในบริเวณที่มีน้ำขัง และนำออกมาผึ่งลมเป็นครั้งคราว การทาน้ำมันจึงเหมือนเป็นการบำรุงสภาพไม้ มากกว่าจะเป็นเกราะป้องกันทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขียง
เรื่องน้ำมันที่ใช้ก็มีคนถกเถียงกันอยู่เหมือนกัน บางบ้านใช้น้ำมันมะพร้าวเพราะหาง่าย มีกลิ่นที่ชอบ และคุ้นเคยกับการใช้ในครัว ขณะที่บางคนเลือกน้ำมันสำหรับเคลือบเขียงโดยเฉพาะ เพราะออกแบบมาเพื่อการดูแลไม้ที่สัมผัสอาหารโดยตรง ทำให้ความเห็นของแต่ละบ้านแตกต่างกันไปตามประสบการณ์และความสะดวก
ถ้าใครอยากลองใช้น้ำมันมะพร้าวกับเขียงไม้ วิธีที่นิยมคือทำความสะอาดเขียงก่อน รอให้แห้งสนิท จากนั้นใช้ผ้าสะอาดแตะน้ำมันเพียงเล็กน้อยแล้วเช็ดให้ทั่ว ไม่จำเป็นต้องเทจนชุ่ม เพราะน้ำมันที่เหลือบนผิวมากเกินไปอาจทำให้เหนียวและดักจับฝุ่นได้ หลังจากนั้นทิ้งไว้ให้ซึม แล้วเช็ดส่วนเกินออก
ความถี่ในการทาก็ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกบ้าน บางคนทำเดือนละครั้ง บางคนทำเมื่อรู้สึกว่าผิวไม้เริ่มแห้ง ขึ้นอยู่กับชนิดไม้ วิธีใช้งาน และสภาพแวดล้อมของครัว ถ้าเป็นพื้นที่ชื้นมากก็อาจต้องใส่ใจเรื่องการทำให้เขียงแห้งมากกว่าการเพิ่มน้ำมัน
เขียงไม้เป็นของใช้ที่อยู่กับครัวมานาน หลายบ้านมีเขียงเก่าที่ใช้งานมาหลายปีเพราะรู้สึกว่ามันมีความคุ้นมือและมีเรื่องราวของการทำอาหารอยู่ในนั้น การดูแลด้วยน้ำมันมะพร้าวจึงเป็นอีกวิธีที่คนเลือกใช้เพื่อยืดอายุของสิ่งของเหล่านี้ แต่ผลที่ได้อาจแตกต่างกันตามสภาพเขียงและวิธีดูแลของแต่ละคน
ใครที่เคยใช้น้ำมันมะพร้าวทาเขียงไม้เป็นประจำอาจมีประสบการณ์ต่างกัน บางบ้านอาจรู้สึกว่าไม้ดูดีขึ้นและใช้งานได้นานขึ้น ขณะที่บางบ้านอาจให้ความสำคัญกับการล้างและตากให้แห้งเป็นหลัก เรื่องนี้เลยน่าสนใจตรงที่เป็นวิธีดูแลของใช้เล็ก ๆ ในครัวที่แต่ละบ้านมีเทคนิคของตัวเอง
"เชอริโมยา"ผลไม้ที่เฮลตี้ที่สุดในโลก!
4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญ
ยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
Soft cream คืออะไร และใครคือเจ้าแรกของโลก
วัดขุนหลวงวิน 4 ไฮไลท์สถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาด
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
มนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?
เดินห้างทีไรกระเป๋าเบาทุกที? เปิดเบื้องหลัง "จิตวิทยาซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่ทำให้เราซื้อของเกินลิสต์โดยไม่รู้ตัว
เด้งอึ๋ม เคะอึ๋ม คืออะไร
ไขข้อข้องใจ... ทำไม "บันไดเลื่อน" ตามห้างต้องมีขนแปรงสีดำอยู่ข้างล่าง? ห้ามเอาเท้าไปขัดเล่นเด็ดขาด!
"เชอริโมยา"ผลไม้ที่เฮลตี้ที่สุดในโลก!
จากราเขียวบนผลส้ม สู่ยาฆ่าเชื้อเปลี่ยนโลก:เพนิซิลลิน (penicillin)
ยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!
4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญ
เด้งอึ๋ม เคะอึ๋ม คืออะไร
ยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!
4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญ
วัดขุนหลวงวิน 4 ไฮไลท์สถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาด
เดินห้างทีไรกระเป๋าเบาทุกที? เปิดเบื้องหลัง "จิตวิทยาซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่ทำให้เราซื้อของเกินลิสต์โดยไม่รู้ตัว