หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้จัก “FOMO” ทำไมเราต้องเปิดมือถือเช็กดราม่าทุก 5 นาที...คุณกำลังเป็นอยู่ไหม?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

รู้จัก “FOMO” ทำไมเราต้องเปิดมือถือเช็กดราม่าทุก 5 นาที...คุณกำลังเป็นอยู่ไหม?

บางครั้งเราไม่ได้อยากรู้เรื่องนั้นมากขนาดนั้น แต่ใจก็ยังกลัวว่าจะพลาดอะไรบางอย่างไป

เคยวางมือถือได้ไม่ถึง 5 นาที แล้วมือก็เอื้อมกลับไปเปิดหน้าจออีกครั้งไหม ทั้งที่ไม่มีสายเข้า ไม่มีงานด่วน และลึก ๆ ก็รู้ว่าอาจไม่มีอะไรใหม่ แต่พอเห็นแจ้งเตือนหรือข่าวดราม่ากำลังมา เรากลับรู้สึกว่า “ขอเช็กแป๊บเดียว”

พฤติกรรมแบบนี้อาจเกี่ยวข้องกับ FOMO ย่อมาจาก Fear of Missing Out หรือความรู้สึกกลัวว่าจะพลาดข่าว เหตุการณ์ โอกาส หรือประสบการณ์ที่คนอื่นกำลังมีอยู่ จนอยากเชื่อมต่อและตรวจสอบความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ FOMO ไม่ใช่ชื่อโรคทางจิตเวชที่ใช้วินิจฉัยใครจากการเช็กมือถือบ่อย ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นคำที่ใช้อธิบายรูปแบบความรู้สึกและพฤติกรรมทางจิตวิทยา ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวสารใหม่ปรากฏบนหน้าจอแทบทุกวินาที

ทำไมรู้ว่าเสียเวลา แต่ยังอดเปิดดูไม่ได้?

ส่วนหนึ่งมาจากความไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าการเปิดมือถือครั้งต่อไปจะเจอข้อความสำคัญ ข่าวใหญ่ คลิปสนุก หรือเพียงหน้าจอเดิม ๆ ความรู้สึกว่า “อาจมีอะไรใหม่” จึงทำให้สมองอยากตรวจสอบซ้ำ

คำว่า Dopamine มักถูกเรียกง่าย ๆ ว่าเป็น “สารแห่งความสุข” แต่ความจริงมีบทบาทซับซ้อนกว่านั้น โดยเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจ การเรียนรู้ และการคาดการณ์รางวัล เมื่อสมองเริ่มเชื่อมโยงเสียงเตือน ตัวเลขแจ้งเตือน หรือการปัดหน้าจอเข้ากับโอกาสที่จะพบสิ่งน่าสนใจ เราจึงอาจเกิดแรงกระตุ้นให้อยากกลับไปเช็กอีก

ไม่ได้หมายความว่าแจ้งเตือนทุกครั้งจะทำให้โดปามีน “พุ่ง” แบบเดียวกันในทุกคน และไม่ควรสรุปว่าสีแดงเพียงสีเดียวทำให้คนเสพติด แต่การใช้สีที่สะดุดตา ตัวเลขค้าง และข้อมูลที่อัปเดตต่อเนื่อง สามารถดึงความสนใจและทำให้เรารู้สึกว่ายังมีบางอย่างรอให้เปิดดู

แจ้งเตือนเล็ก ๆ อาจกลายเป็นคำถามในใจว่า “เกิดอะไรขึ้นตอนที่เราไม่อยู่?”

ลองสังเกตตัวเอง คุณกำลังเจอ FOMO แบบนี้หรือเปล่า?

มีบางข้อไม่ได้แปลว่าเรามีความผิดปกติ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้ตามสถานการณ์ สิ่งที่ควรสังเกตมากกว่าคือ มันเริ่มรบกวนการนอน งาน การเรียน ความสัมพันธ์ หรือทำให้เรากังวลจนควบคุมชีวิตประจำวันยากขึ้นหรือไม่

ส่วนตัวมองว่า จุดที่น่ากลัวไม่ใช่การตามข่าวทัน แต่คือช่วงเวลาที่เราเปิดมือถือโดยไม่รู้แล้วว่าเปิดเพื่ออะไร บางคนตั้งใจดูข่าวหนึ่งเรื่อง แต่สุดท้ายเดินออกมาพร้อมเรื่องใหม่อีกสิบเรื่อง และความเหนื่อยที่อธิบายไม่ถูก

แพลตฟอร์มได้อะไรจากการที่เราอยู่ต่อ?

ยิ่งเราเลื่อนดูนาน แพลตฟอร์มก็ยิ่งมีโอกาสแสดงคอนเทนต์ โฆษณา และเก็บสัญญาณความสนใจเพื่อนำไปแนะนำสิ่งที่น่าจะทำให้เราอยู่ต่อได้อีก อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมติดหน้าจอไม่ได้เกิดจากการออกแบบของแอปเพียงด้านเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความเครียด ความเหงา ความเบื่อ และนิสัยของผู้ใช้แต่ละคนด้วย

ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่หลายคนน่าจะเคยเจอเหมือนกันว่า วันที่เหนื่อยมาก ๆ เรากลับยิ่งวางมือถือยาก ทั้งที่การเลื่อนดูไม่ได้ทำให้พักจริง และบางครั้งยังทำให้สมองรับข้อมูลมากกว่าเดิมเสียอีก

จาก FOMO สู่ JOMO: ไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้

JOMO ย่อมาจาก Joy of Missing Out คือการยอมรับอย่างสบายใจว่า เราไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมทุกวงสนทนา รู้ทุกกระแส หรือรับทุกการแจ้งเตือน ความสุขอาจไม่ได้มาจากการตามทันทั้งหมด แต่อยู่ที่การเลือกว่าสิ่งใดสมควรได้รับเวลาและความสนใจของเรา

FOMO JOMO
กลัวพลาดสิ่งที่คนอื่นกำลังทำ ยอมพลาดบางอย่างเพื่ออยู่กับสิ่งสำคัญตรงหน้า
เช็กมือถือเพราะกังวลว่าจะตกข่าว กำหนดเวลาเช็กอย่างตั้งใจ
เปรียบเทียบชีวิตกับภาพเด่นของคนอื่น กลับมาใส่ใจกับจังหวะชีวิตของตัวเอง

วิธีเริ่มฝึก JOMO แบบไม่ต้องหายจากโลกออนไลน์

  1. ปิดแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น เหลือเฉพาะข้อความหรือเรื่องที่ต้องตอบจริง ๆ
  2. กำหนดช่วงเวลาเช็กข่าว แทนการเปิดดูทุกครั้งที่รู้สึกว่าง
  3. วางมือถือให้พ้นมือในบางกิจกรรม เช่น ตอนกินข้าว อาบน้ำ อ่านหนังสือ หรือก่อนนอน
  4. ถามตัวเองก่อนเปิดแอป ว่าเข้ามาทำอะไร และจะใช้เวลาประมาณกี่นาที
  5. เลิกติดตามบัญชีที่ทำให้รู้สึกแย่ซ้ำ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด

งานทดลองบางชิ้นพบว่า การลดเวลาใช้โซเชียลมีเดียอาจสัมพันธ์กับความรู้สึกด้านบวกที่เพิ่มขึ้น และความวิตกกังวล ความเหงา หรือ FOMO ที่ลดลงในกลุ่มตัวอย่างบางกลุ่ม แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละคน จึงไม่จำเป็นต้องลบทุกแอปหรือหายไปจากโลกออนไลน์ทันที เริ่มจากการคืนช่วงเวลาสั้น ๆ ให้ตัวเองก่อนก็พอ

หากความกังวลจากการพลาดข่าวหรือการใช้มือถือเริ่มกระทบการนอน งาน การเรียน ความสัมพันธ์ หรือทำให้ทุกข์ใจต่อเนื่อง ควรพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

📌 สรุป: FOMO ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ แต่อาจเป็นสัญญาณว่าความสนใจของเรากำลังถูกดึงไปหลายทางพร้อมกัน บางทีการรู้ช้ากว่าคนอื่นไม่กี่ชั่วโมง อาจไม่ได้ทำให้เราพลาดชีวิต แต่การก้มดูหน้าจอตลอดเวลา อาจทำให้เราพลาดสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแทน

คุณเคยตั้งใจเปิดมือถือแค่ 5 นาที แล้วรู้ตัวอีกทีผ่านไปครึ่งชั่วโมงไหม? และมีวิธีไหนที่ช่วยให้คุณวางมือถือได้จริงบ้าง?

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อชวนสังเกตพฤติกรรม ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

แหล่งข้อมูลประกอบ:
- Cleveland Clinic Health Essentials: The Psychology Behind FOMO และ What Is JOMO?
- American Psychological Association: Do You Fear Missing Out? และรายงานการทดลองเกี่ยวกับการจำกัดเวลาใช้โซเชียลมีเดีย
- National Library of Medicine / PubMed Central: งานวิจัยเกี่ยวกับ FOMO การใช้โซเชียลมีเดีย และบทบาทของโดปามีนต่อการเรียนรู้จากรางวัล
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 800+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณเจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ทำไมแมวชอบนอนบนกระดาษหรือแป้นพิมพ์ทำไมฟองน้ำล้างจานถึงมีกลิ่นเร็วแอร์ไม่ได้สร้างความเย็น แต่ขนความร้อนออกจากห้องอย่างไรโลกเคลื่อนที่เร็วมากแต่เราไม่รู้สึกเพราะเคลื่อนพร้อมกัน10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้มนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?ยางลบดินสอช่วยล้างคราบบนพลาสติก5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1เราไม่ได้ฝันเฉพาะคืนที่จำได้ สมองฝันบ่อยกว่านั้น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
สะบัดข้อมือหมุนหัวไหล่คลายตึงหลังนั่งคอมนานกินไข่ทุกวันไม่ได้ทำให้คอเลสเตอรอลพุ่งทุกคนทำไมบางคนลองยาแล้วติดง่ายกว่าคนอื่นเด็กและวัยรุ่นเป็นโรคจิตเภทได้หรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่