หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปะทะรอบ3-ทัพไทยเตรียมอาวุธเมดอินไทยแลนด์รอเสิร์ฟเขมร

เขียนโดย Mind Matter

ไทยเริ่มมีอาวุธหนักที่ผลิตเองใช้จริงในกองทัพมาตั้งแต่ปี 2554 (2011) กับจรวด DTI-1 และค่อย ๆ ยกระดับความแม่นยำและพิสัยการยิงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงรุ่น DTI-1G ที่เพิ่งส่งมอบเข้าประจำการปี 2568 (2025) ควบคู่กับปืนใหญ่ 105 มิลลิเมตรที่ประกอบเองในประเทศ และรถยิงจรวดอเนกประสงค์ D11A ที่ผสมเทคโนโลยีจากทั้งจีนและอิสราเอล

 

จุดเด่นร่วมของอาวุธกลุ่มนี้คือความแม่นยำสูงจากระบบนำวิถี ระยะยิงที่ไกลพอจะยิงข้ามพรมแดนได้โดยไม่ต้องเข้าใกล้แนวปะทะ และที่สำคัญคือช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าอาวุธจากต่างประเทศในระยะยาว ซึ่งนอกจากจะประหยัดงบประมาณแล้ว ยังทำให้ไทยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกระงับการซื้อขายอาวุธในยามที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตตึงเครียดกับประเทศผู้ผลิตด้วย

 

หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า DTI ซึ่งเป็นองค์การมหาชนภายใต้กระทรวงกลาโหม คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการจัดตั้งไปตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน ปี 2550 (2007) และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ปีเดียวกัน แต่กว่าจะจัดตั้งเสร็จจริงก็ใช้เวลากว่า 2 ปี DTI เริ่มเดินเครื่องจริงจังมาตั้งแต่ราวปี 2552 (2009) เป็นต้นมา

 

1.อาวุธตัวแรกที่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญคือจรวดหลายลำกล้อง DTI-1 ซึ่งไทยซื้อเทคโนโลยีการผลิตจรวด WS-1B ของจีนมาพัฒนาต่อและผลิตเองในประเทศ ตัวจรวดมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำกล้อง 302 มิลลิเมตร ยาวกว่า 6 เมตร น้ำหนักจรวดราว 750 กิโลกรัม ติดหัวรบหนัก 150 กิโลกรัม บรรทุกบนรถบรรทุก 4 ตัน มี 4 ลำกล้องต่อชุดยิง ระยะยิงไกลตั้งแต่ 60 ถึง 180 กิโลเมตร เครื่องต้นแบบเข้าประจำการที่กองพันทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2554 (2011) ถือว่าไทยผลิตอาวุธหนักระดับนี้ใช้เองมาได้กว่าสิบห้าปีแล้ว จุดเด่นของ DTI-1 ก็คือระยะยิงที่ไกลกว่าจรวดรุ่นเก่าที่ไทยเคยมีอย่างเห็นได้ชัด แต่ข้อจำกัดคือความแม่นยำยังไม่สูงนักเพราะยังไม่มีระบบนำวิถี

 

2.พอเจอบทเรียนจากกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารที่ฝั่งกัมพูชาใช้จรวดยิงตอบโต้ปืนใหญ่ไทย ทำให้ไทยเร่งพัฒนาต่อยอดจนได้รุ่น DTI-1G ซึ่งเป็นจรวดนำวิถีรุ่นใหม่ ใช้เวลาวางแผนแม่บทและพัฒนากว่า 10 ปี พร้อมสร้างโรงงานผลิตขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์และลพบุรี ทำวิศวกรรมย้อนกลับ และลงทุนพัฒนาบุคลากรไทยให้ออกแบบและผลิตได้เอง ผลการทดสอบยิงที่ประเทศจีนพบว่าจรวดนำวิถีเข้าเป้าทุกนัด ที่ระยะยิงไกลถึง 150 กิโลเมตร โดยตัวจรวดมีระยะยิงระหว่าง 70 ถึง 150 กิโลเมตร หัวรบระเบิดแรงสูงหนัก 155 กิโลกรัม รัศมีทำลายล้างประมาณ 70 เมตร ความยาวจรวด 6.37 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 302 มิลลิเมตร น้ำหนักรวม 750 กิโลกรัม และที่น่าทึ่งคือค่าความแม่นยำในการทดสอบจริงอยู่ที่ราวสองเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับอาวุธประเภทนี้ ล่าสุดกองทัพบกได้รับมอบ DTI-1G อย่างเป็นทางการเพื่อนำเข้าประจำการที่กองพลทหารปืนใหญ่ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ปี 2568 (2025) และมีรายงานว่าตัวจรวดรุ่นนี้ถูกนำไปใช้จริงในสถานการณ์ชายแดนที่ผ่านมาแล้วด้วย

 

3.รถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์รุ่น D11A ซึ่งจุดเด่นคือใช้จรวดได้หลายขนาดบนแท่นยิงเดียวกัน ทั้งขนาด 122 มิลลิเมตรระยะยิง 40 กิโลเมตร ขนาด 306 มิลลิเมตรระยะยิง 150 กิโลเมตร และขนาด 370 มิลลิเมตรที่ระยะยิง 300 กิโลเมตร ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท Elbit Systems ของอิสราเอล และสามารถยิงได้ไกลที่สุดกว่า 450 กิโลเมตร รวมถึงบินตรวจการณ์หาเป้าหมายก่อนแปรสภาพเป็นจรวดโจมตี หรือบินกลับมาใช้ใหม่ได้หากไม่ยิงทำลาย พูดง่าย ๆ คือเป็นทั้งจรวดและโดรนตรวจการณ์ในตัวเดียวกัน ถือเป็นก้าวที่ทันสมัยมากของวงการอาวุธไทย

 

4.ปืนใหญ่เบาลากจูงรุ่น M119 หรือ L119 ที่ ศอว.ศอพท. ประกอบรวมในประเทศมาตั้งแต่ปี 2549 (2006) เข้าประจำการแล้ว 22 กระบอก

 

5.ปืนใหญ่เบาขนาด 105 มิลลิเมตร รุ่น CS/AH2 ก่อน อาวุธชิ้นนี้เป็นโครงการที่ DTI ร่วมมือกับบริษัท NORINCO ของจีน โดยรับถ่ายทอดเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นปืนใหญ่ติดตั้งบนรถบรรทุก 6x6 แล้วนำมาประกอบโดยเจ้าหน้าที่ของ DTI เองในประเทศไทย ตามความต้องการของกองทัพบกไทย ถือเป็นก้าวต่อไปที่ทำให้ปืนใหญ่เบามีความคล่องตัวสูงขึ้น เพราะติดตั้งบนรถบรรทุกแทนการลากจูงแบบเดิม จุดเด่นคือเบากว่าปืนใหญ่ 155 มิลลิเมตร ทำให้เคลื่อนย้ายง่าย เหมาะกับภูมิประเทศชายแดนที่เป็นป่าเขา และต้นทุนต่ำกว่าปืนใหญ่ขนาดใหญ่มาก เนื่องจากประกอบในประเทศโดยเจ้าหน้าที่ DTI เอง ไม่ต้องนำเข้าสำเร็จรูปทั้งระบบ

6.ปืนใหญ่อัตราจรล้อยาง หรือที่เรียกันว่า ATMG ย่อมาจาก Autonomous Truck Mounted Gun รุ่น M758 ขนาด 155 มิลลิเมตร ลำกล้องยาว 52 คาลิเบอร์ อาวุธชิ้นนี้มีพื้นฐานจากปืนใหญ่ ATMOS 2000 ของบริษัท Elbit Systems อิสราเอล แต่ไทยไม่ได้ซื้อสำเร็จรูปมาใช้เฉย ๆ กระทรวงกลาโหมใช้วิธีรับถ่ายทอดเทคโนโลยีมาประกอบและผลิตเองที่ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร หรือ ศอว.ศอพท. จังหวัดลพบุรี โดยนำระบบปืนไปติดตั้งบนรถบรรทุก Tatra 6x6 ของสาธารณรัฐเช็ก

 

จุดเด่นของ ATMG คือระยะยิงไกลกว่า 40 กิโลเมตรด้วยกระสุนพิเศษแบบ ERFB-BB และถ้าใช้กระสุนระยะไกลรุ่น V-LAP จะยิงได้ไกลถึง 56 กิโลเมตร มีระบบยิงอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติที่ใช้กำลังพลเพียง 2 ถึง 6 นาย ยิงได้ 1 นัดภายใน 30 วินาที หรือยิงชุด 6 นัดภายในไม่เกิน 110 วินาทีแล้วเคลื่อนที่หนีทันที ตามยุทธวิธี "ยิงแล้วหนี" ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกปืนใหญ่ฝ่ายตรงข้ามยิงตอบโต้กลับ กองทัพเรือไทยโดยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินเริ่มรับมอบ ATMG ชุดแรกจำนวน 6 ระบบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2563 (2020) ตามสัญญาที่ลงนามในปี 2561 (2018) และทยอยรับมอบเพิ่มเรื่อยมาจนถึงปี 2568 (2025) ที่รวมทั้งกองทัพบกและนาวิกโยธินมีใช้งานรวมกันมากกว่า 42 ระบบแล้ว

 

มีรายงานด้วยว่าในสถานการณ์ปะทะที่ผ่านมา ATMG ถูกนำไปใช้ยิงสนับสนุนจนช่วยหยุดยั้งการโจมตีของจรวด BM-21 ฝั่งกัมพูชาได้หลายชุด อย่างไรก็ตามมีข้อถกเถียงในวงการทหารบ้างว่าส่วนของตัวปืนหลักยังคงนำเข้าจากอิสราเอลอยู่ ส่วนที่ไทยทำเองจริงคือการบูรณาการเข้ากับตัวรถและระบบควบคุมการยิง ซึ่งก็ถือเป็นการพึ่งพาตนเองในระดับที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับการซื้อระบบสำเร็จรูปทั้งชุดจากต่างประเทศ

 

7.ปืน DTI7 เป็นโครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุนโครงการแรกของ DTI ร่วมมือกับบริษัทเอกชนไทยชื่อ KHT Firearms เปิดตัวทดสอบสมรรถนะตามมาตรฐานทางทหารเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ปี 2564 (2021) ตัวปืนเป็นปืนเล็กยาวลำกล้องสั้น 7.5 นิ้ว ใช้กระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตร ยิงได้ทั้งระบบกึ่งอัตโนมัติและอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำงานด้วยระบบลูกสูบแก๊สช่วงชักสั้น จัดอยู่ในกลุ่มอาวุธป้องกันประจำบุคคลที่เหมาะกับพลประจำยานพาหนะ ทหารปืนใหญ่ แพทย์สนาม สารวัตรทหาร รวมถึงภารกิจคุ้มกันบุคคลสำคัญและการรบระยะประชิดของหน่วยรบพิเศษ

 

จุดเด่นของ DTI7 คือความทนทานที่ผ่านการทดสอบตกจากที่สูงกว่า 10 เมตร จุ่มน้ำ จุ่มโคลน คลุกทราย แล้วยังใช้งานได้ปกติ ออกแบบให้เข้ากับสรีระของบุคลากรไทยโดยเฉพาะ และใช้วัสดุโลหะคุณภาพสูงที่ผลิตได้ภายในประเทศ ซึ่งไทยมีพื้นฐานจากอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่แล้วจึงนำมาต่อยอดได้ไม่ยาก เป้าหมายของโครงการนี้คือลดการซื้ออาวุธปืนจากต่างประเทศ และหวังจะพัฒนาต่อจนถึงขั้นส่งออกในอนาคตด้วย

 

8.รถหุ้มเกราะ ชัยเสรี โดยเฉพาะตระกูล First Win ซึ่งเป็นผลงานของบริษัทไทยที่ต่อยอดจากประสบการณ์ด้านยานเกราะมานานหลายปี รุ่น First Win AFV เป็นรุ่นที่ถูกพูดถึงบ่อย เพราะเป็นยานเกราะล้อยาง 4x4 ที่ออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มใช้งานหลายแบบ ทั้งลาดตระเวน ขนส่ง หรือปรับเป็นภารกิจเฉพาะทางได้

 

จุดเด่นของ First Win AFV คือโครงสร้างแบบโมโนค็อกที่ช่วยเรื่องการป้องกันทุ่นระเบิด ระบบขับเคลื่อน 4x4 ถาวร เครื่องยนต์อย่างน้อย 330 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และช่วงล่างอิสระสำหรับงานหนัก ตัวรถรองรับกำลังพลได้ราว 9 คน และยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ตามภารกิจ

 

ในด้านการป้องกัน ตัวรถถูกออกแบบให้ทนแรงระเบิดและรองรับเกราะเสริมได้ ส่วนรายละเอียดเชิงการใช้งานมีทั้งวิ่งเร็วได้ราว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลุยน้ำลึกได้ และใช้ระบบรันแฟลตเพื่อให้ยังเคลื่อนต่อได้หากยางเสียหาย

 

9.รถ AWAV 8x8 หรือ Armoured Wheeled Amphibious Vehicle เป็นอีกชิ้นที่คนสนใจ เพราะเป็นยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกแบบล้อยาง ผลงานของชัยเสรีที่เคยถูกนำเสนอว่าออกแบบโดยบริษัทเอง และส่งมอบให้กองทัพเรือไทยแล้ว 7 คัน

 

จุดเด่นของ AWAV คือความสามารถทั้งบนบกและในน้ำ ทำให้เหมาะกับภารกิจลำเลียงพลขึ้นฝั่ง สนับสนุนกำลัง และเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่มีน้ำเป็นอุปสรรค รถรุ่นนี้ใช้ล้อ 8 ล้อ จึงช่วยเรื่องการทรงตัว การกระจายน้ำหนัก และความคล่องตัวในภูมิประเทศที่ไม่เรียบ

 

10.เรดาร์ตรวจจับระบบจรวดหลายลำกล้องแบบ BM-21 ที่ไทยพัฒนาขึ้น เช่น Frex Radar จากบริษัท DRC สามารถตรวจจับการยิงจรวดที่มีความเร็วสูงได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้จานหมุนแบบเรดาร์ ทำให้ตอบสนองได้ดีในสถานการณ์จริง ตัวอย่างเช่นในช่วงความตึงเครียดชายแดนเมื่อเร็ว ๆ นี้ เรดาร์แบบนี้ช่วยระบุพิกัดจุดยิงได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการวางแผนตอบโต้และลดความเสี่ยงต่อพื้นที่พลเรือน เรดาร์เหล่านี้ถูกนำไปแสดงในงานแสดงอาวุธระดับโลกและพร้อมทดสอบร่วมกับกองทัพและ สทป. เพื่อยืนยันประสิทธิภาพในการใช้งานจริง

 

จุดเด่น ของทั้งเครื่องแอนตี้โดรนและเรดาร์ตรวจจับ BM-21 ที่ผลิตในไทยอยู่ที่ความยืดหยุ่นและการปรับให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมในประเทศ เช่น ความชื้นสูงและภูมิประเทศที่หลากหลาย ระบบหลายชิ้นใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อลดการแจ้งเตือนผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำในการติดตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังเน้นความทนทานและการบำรุงรักษาที่ง่าย โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งช่วยลดต้นทุนระยะยาวและทำให้การซ่อมแซมทำได้รวดเร็วโดยไม่ต้องรออะไหล่จากต่างชาติ การพัฒนาแบบนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่าง สทป. กับบริษัทเอกชนไทย เช่น การร่วมมือในการผลิตโดรนทางทหารและระบบป้องกันที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมภายในประเทศให้เติบโต

 

ทั้งการพัฒนาการผลิตเองหรือการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีมาประกอบเองในประเทศ ตัดขั้นตอนการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปทั้งระบบ ลดค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมตัวแทนจำหน่าย และไม่ต้องพึ่งพาโควตาการซื้อขายอาวุธจากต่างประเทศที่บางทีก็มีเงื่อนไขทางการเมืองแฝงมาด้วย หลักการที่ทาง DTI ยึดถือมาตลอดคือต้องการลดการพึ่งพาหรือนำเข้ายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้กับประเทศผ่านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการผลิตในประเทศผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีมักจะประหยัดกว่าซื้อสำเร็จรูปจากต่างประเทศพอสมควร เพราะไม่ต้องบวกกำไรของผู้ผลิตต่างชาติซ้ำสองต่อ ทั้งจากโรงงานต้นทางและตัวแทนจำหน่ายในประเทศ

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประตูจากการยิงซ้ำในนาทีที่ 88 ของเมริโน ช่วยให้ทีมชาติอังกฤษเอาชนะสเปน 2-1 เขี่ยเบลเยียมตกรอบ และผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณเคยสังเกตไหม? ทำไม “ช้อนแมคฟลูรี่” ถึงมีด้ามจับเป็นสี่เหลี่ยมกลวงๆ ไม่เหมือนช้อนทั่วไปเจาะลึกเลขอัญเชิญ "พระนารายณ์-พระแม่ลักษมี" และคัมภีร์ดาราศาสตร์มหาอุจจ์เปิดบานประตูโชคลาภ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ตัวอักษรใต้ตัวเลขบนแป้นโทรศัพท์ มีไว้ทำไม ทั้งที่กดแล้วพิมพ์ข้อความก็ไม่ได้?6 อันดับสัตว์ใหญ่ที่สุดที่โลกเคยมีมาทำไมตำรวจมักตั้งด่านในเมืองเปิดสถิติเลขท้าย 2 ตัว/3 ตัว ที่ออกบ่อยที่สุดในรอบ 10 ปีเจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569ปรงภูเขา ไม้ดึกดำบรรพ์กลางป่า พืชโบราณที่ควรชมแต่ไม่ควรแตะ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
6 อันดับสัตว์ใหญ่ที่สุดที่โลกเคยมีมาเปิดลิสต์ 10 เมนูอร่อยระดับโลก มีอาหารไทยติดถึง 2 จานประตูจากการยิงซ้ำในนาทีที่ 88 ของเมริโน ช่วยให้ทีมชาติอังกฤษเอาชนะสเปน 2-1 เขี่ยเบลเยียมตกรอบ และผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศตัวอักษรใต้ตัวเลขบนแป้นโทรศัพท์ มีไว้ทำไม ทั้งที่กดแล้วพิมพ์ข้อความก็ไม่ได้?เคยสังเกตไหม? ทำไม “ช้อนแมคฟลูรี่” ถึงมีด้ามจับเป็นสี่เหลี่ยมกลวงๆ ไม่เหมือนช้อนทั่วไปWhy Moving House Is So Stressful for Cats and Dogs
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
พายุไต้ฝุ่นบาบีพัดถล่มไต้หวัน! ต้องยกเลิกเที่ยวบิน 760 เที่ยวประตูจากการยิงซ้ำในนาทีที่ 88 ของเมริโน ช่วยให้ทีมชาติอังกฤษเอาชนะสเปน 2-1 เขี่ยเบลเยียมตกรอบ และผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศจากพันธมิตรสู่คู่กรณี Apple ฟ้อง OpenAI ปมความลับฮาร์ดแวร์ค่านิยมใหม่หรือแค่เห่อ? เทรนด์ "ไม่แจกซอง-ไม่จัดงานแต่ง" กำลังทำคนรุ่นเก่าหัวจะปวด
ตั้งกระทู้ใหม่