เคี้ยวอาหารละเอียดช่วยย่อยดีขึ้น
เคยสังเกตไหมว่าเวลารีบกินข้าว บางครั้งแค่ไม่กี่นาทีก็กินหมดจานแล้ว ทั้งที่ยังรู้สึกเหมือนอาหารไม่ได้ผ่านการเคี้ยวเท่าไร หลายคนมีพฤติกรรมแบบนี้เพราะต้องรีบไปทำงาน รีบเรียน หรือมีเวลาพักน้อย จนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
ช่วงหลังมานี้มีคนพูดถึงเรื่องการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะคำแนะนำที่บอกว่าอาจลองเคี้ยวประมาณ 20-30 ครั้งต่อคำก่อนกลืน หลายคนมองว่าวิธีนี้ช่วยให้กินช้าลง รู้สึกอิ่มง่ายขึ้น และอาจช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานสบายขึ้น เพราะอาหารที่ผ่านการบดละเอียดจากฟันจะมีขนาดเล็กลงก่อนลงไปในกระเพาะ
ปกติเวลาเรากินอาหาร กระบวนการย่อยไม่ได้เริ่มแค่ตอนอาหารถึงกระเพาะเท่านั้น น้ำลายที่อยู่ในปากก็มีส่วนช่วยจัดการอาหารตั้งแต่คำแรก การเคี้ยวนานขึ้นทำให้อาหารคลุกกับน้ำลายมากขึ้น และช่วยให้ร่างกายเริ่มเตรียมตัวสำหรับขั้นตอนถัดไปได้ดีขึ้น
หลายคนที่ลองเปลี่ยนพฤติกรรมจากการกินเร็วมาเป็นการเคี้ยวช้าลง มักเล่าว่ารู้สึกว่ากินอาหารได้มีสติมากกว่าเดิม จากเดิมที่เคยตักคำต่อไปทั้งที่ยังไม่ได้กลืนคำเก่า ก็เริ่มรู้สึกรสชาติของอาหารมากขึ้น บางคนบอกว่าช่วยลดอาการแน่นท้องหลังมื้ออาหาร เพราะไม่ได้รีบกลืนอาหารเป็นชิ้นใหญ่เกินไป
แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่มองว่าการนับจำนวนครั้งทุกคำอาจทำให้การกินกลายเป็นเรื่องเครียดเกินไป เพราะอาหารแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ข้าวนุ่ม ๆ กับเนื้อย่างหรือผักกรอบ ๆ ย่อมใช้เวลาเคี้ยวไม่เท่ากัน บางคนจึงเลือกใช้วิธีสังเกตเนื้อสัมผัสของอาหารแทนการนับตัวเลข
เรื่องนี้เลยมีทั้งคนที่ชอบตั้งเป้าว่าเคี้ยว 20-30 ครั้งเพื่อฝึกนิสัยใหม่ กับคนที่มองว่าแค่ลดความเร็วในการกินลง ไม่รีบกลืน และเคี้ยวให้อาหารละเอียดพอก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่อยู่ที่การให้เวลาร่างกายจัดการกับอาหารมากขึ้น
อีกเรื่องที่มักถูกพูดถึงคือความรู้สึกอิ่ม หลายครั้งสมองต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะรับรู้ว่าร่างกายได้รับอาหารเพียงพอ การกินเร็วมากอาจทำให้เรากินต่อไปเรื่อย ๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าอิ่มแล้ว การเคี้ยวช้าลงจึงอาจช่วยให้บางคนรับรู้สัญญาณอิ่มได้ทันขึ้น
คนที่มีปัญหาเรื่องท้องอืด กินแล้วแน่น หรือรู้สึกไม่สบายท้องหลังอาหาร อาจลองสังเกตพฤติกรรมการกินของตัวเองดู บางครั้งไม่ได้เกี่ยวกับชนิดอาหารเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวกับวิธีกินด้วย เช่น กินเร็วเกินไป กินคำใหญ่ หรือกลืนโดยแทบไม่ได้เคี้ยว
แน่นอนว่าการเคี้ยวอาหารละเอียดไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ทุกปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารหายไปทันที เพราะร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งเรื่องสุขภาพ พฤติกรรมการกิน และอาหารที่เลือกในแต่ละวัน คนที่มีอาการผิดปกติชัดเจนหรือเป็นต่อเนื่องก็ยังควรหาสาเหตุเพิ่มเติม
ส่วนตัวแล้วเรื่องนี้เป็นนิสัยเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจเคยมองข้าม เพราะการเคี้ยวเป็นสิ่งที่ทำทุกวันจนแทบไม่ทันสังเกต การลองวางช้อนลงระหว่างเคี้ยว กินช้าลง หรือให้เวลากับมื้ออาหารมากขึ้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ สำหรับคนที่อยากปรับพฤติกรรมการกิน
สุดท้ายแล้วการเคี้ยวอาหาร 20-30 ครั้งต่อคำอาจไม่ใช่กฎที่ทุกคนต้องทำเหมือนกัน แต่เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยเตือนให้กลับมาใส่ใจกับการกินมากขึ้น ใครที่เคยลองวิธีนี้อาจมีประสบการณ์ต่างกันไป ทั้งเรื่องความอิ่ม ความสบายท้อง หรือความรู้สึกระหว่างมื้ออาหาร ลองมาแลกเปลี่ยนกันได้ว่าแต่ละคนรู้สึกอย่างไรกันบ้าง
จ่ายเงินซื้อคะแนนแล้วสอบติด สุดท้ายอาจเสียทั้งเงินทั้งตำแหน่ง
5 อันดับสิ่งที่ควรซื้อเป็น "มือสอง" เท่านั้น ประหยัดเงินได้มากกว่าครึ่งและคุ้มค่าที่สุด
ทำไมหม้อสเตนเลสมีคราบสีรุ้งหลังใช้ไปสักพัก
ทำไมคืนมีเมฆบางครั้งสว่างกว่าฟ้าใส
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
ชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยในประเทศไทย และหลายๆคนยังไม่รู้จัก
มนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?
เห็ดไม่ได้เป็นพืช ไม่ใช่ผัก (ในทางวิทยาศาสตร์)
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
ทำไมนกเกาะสายไฟแรงสูงได้โดยไม่ถูกไฟดูด
8 คุณพ่อในภาพยนตร์ที่น่าจดจำ...
ผัดเห็ดรวมมิตร 5 นาทีเสร็จ! เมนูช่วยชีวิตตอนเป็นหวัด ทำง่ายแถมอร่อยมาก
ทำไมคนฉลาดถึงชอบอยู่คนเดียว? มาดูเหตุผลกัน
10 อันดับประเทศที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในเอเชีย
ชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยในประเทศไทย และหลายๆคนยังไม่รู้จัก
แฮชแท็กดังไม่ได้แปลว่าทุกคนรู้จัก



